ทดลองอ่าน ธาราวสันต์ บุษบันจันทรา บทที่ 9-บทที่ 10 – หน้า 2 – Jamsai
Connect with us

Jamsai

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน ธาราวสันต์ บุษบันจันทรา บทที่ 9-บทที่ 10

สีหน้าของเซียวหย่งจยาไม่หวั่นไหวแม้แต่น้อย นางตัดบทบุตรสาวแล้วลุกขึ้นมาจากตั่ง เหยียบลงไปบนพรมขนนุ่มงามหรูที่แทบจะปิดคลุมหลังเท้า ลงจากตั่งที่นั่งหมุนตัวเดินออกไปข้างนอก

แขนเสื้อกับชายกระโปรงที่ปักลายลูกไม้สีทองตรงชายขอบอย่างประณีตงดงามยาวระพื้น สาดประกายระยิบระยับภายใต้แสงอาทิตย์ไปตามจังหวะการเดินของนาง

เกาลั่วเสินมองเงาด้านหลังของมารดาอย่างเหม่อลอยเล็กน้อย อดไม่ได้ที่จะนึกถึงภาพเหตุการณ์ช่วงหลายเดือนก่อนหน้านี้ หลังจากตนล้มป่วยมารดาก็กลับมาดูแลตน

ตามที่เกาลั่วเสินแอบสังเกต ช่วงเวลานั้นมารดาดูเหมือนจะไม่อนุญาตให้บิดาอยู่ร่วมห้องเดียวกับนาง บิดาถูกบีบให้ต้องนอนในห้องหนังสือทุกคืน หญิงรับใช้สูงวัยในห้องด้านในต่างเห็นกันถ้วนทั่ว แต่ล้วนทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้

ลำบากไม่น้อย ในที่สุดเกาลั่วเสินก็เฝ้ารอจนมารดากลับมาแล้ว ยังเข้าใจว่าบิดามารดาจะได้อยู่ร่วมห้องเดียวกัน คิดไม่ถึงว่าทั้งสองกลับอยู่ร่วมกันในสภาพเช่นนี้ ไม่หลบเลี่ยงสายตาของบ่าวไพร่ในเรือนแม้แต่น้อย

เกาลั่วเสินโกรธในความไร้เยื่อใยของมารดา สงสารในความขี้ขลาดและอ่อนแอของบิดา มาบัดนี้เห็นมารดาไม่ยินดีจะกลับจวน แม้จะรู้สึกผิดหวัง แต่เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ครั้งก่อน นางก็นึกลังเลขึ้นมา

ครั้งนี้ถ้าขอร้องมารดาให้กลับไป แล้วต้องอยู่ร่วมกับบิดาเช่นครั้งก่อนอีก ถ้าพูดจากสถานะของบิดาแล้ว นางก็ออกจะรู้สึกสงสารไม่น้อย

ในเวลานี้เองอาจวี๋ก็พูดขึ้นมา “องค์หญิงใหญ่ เรื่องการแต่งงานของแม่นางน้อย ถ้าไม่ใช่เพราะก่อนหน้านี้มีเหตุให้ต้องล่าช้า คงกำหนดเรียบร้อยไปแล้ว มาบัดนี้เรื่องของบ้านเมืองสงบลง เมื่อเซี่ยงกงกลับมาถึงเมืองหลวงแล้ว คิดว่าสกุลลู่จะต้องมาสู่ขอแม่นางน้อยแน่นอน ไม่ว่าอย่างไรการแต่งงานของบุตรสาวบุตรชายก็เป็นเรื่องใหญ่อันดับหนึ่ง ระหว่างที่สองบ้านไปมาติดต่อกันอยู่ ยังต้องให้องค์หญิงใหญ่ออกหน้าจัดการเรื่องพิธีและประเพณีต่างๆ มากมาย เวลานี้องค์หญิงใหญ่ไม่กลับไปเกรงว่าจะไม่เหมาะนะเจ้าคะ”

เซียวหย่งจยาหยุดฝีเท้า หันหน้ามามองเกาลั่วเสินแวบหนึ่ง ไม่พูดอะไร

เกาลั่วเสินได้ยินอาจวี๋เอ่ยถึงเรื่องการแต่งงานของตนกับลู่เจี่ยนจือก็รู้สึกขวยเขินขึ้นมา ก้มหน้าไม่พูดจา ผ่านไปครู่หนึ่งก็ได้ยินมารดาเอ่ยขึ้น

“เอาเถิด กลับไปด้วยกันก็แล้วกัน” เซียวหย่งจยานิ่งไปชั่วขณะ นางก็เอ่ยขึ้นมาอีกประโยคหนึ่ง น้ำเสียงเจือการเน้นย้ำอย่างเข้มข้น ก็ไม่รู้ตั้งใจจะพูดให้ใครฟัง “ถ้าไม่ใช่เพื่อบุตรสาวล่ะก็ ข้าก็จะไม่กลับไปอยู่ต่อหน้าคนผู้นั้นอีก!”

อาจวี๋เผยรอยยิ้มออกมา “แน่นอนเจ้าค่ะ การแต่งงานของบุตรสาวทั้งคน องค์หญิงใหญ่ไม่มีเหตุผลที่จะไม่กลับไป”

นางคล้อยตาม แล้วร้องเรียกคนมาเก็บสัมภาระเดินทางให้นายหญิง บ่าวไพร่ยุ่งวุ่นวายขึ้นมาทันที

เกาลั่วเสินถอนหายใจด้วยความโล่งอก เดินเข้าไปจับมือเซียวหย่งจยา พูดเบาๆ “ลูกขอบคุณอาเหนียง!”

นิ้วมือขาวดุจหิมะนิ้วหนึ่งของเซียวหย่งจยาจิ้มไปที่หน้าผากเกาลั่วเสินเบาๆ “เจ้าน่ะ อาเหนียงยังจำได้ว่าเมื่อก่อนตอนเจ้าเพิ่งคลอดออกมา ตัวเล็กนิดเดียว ตอนนั้นอาเหนียงยังคิดอยู่เลย เมื่อใดบุตรสาวของข้าจึงจะโต โตแล้วจะต้องเป็นเด็กหญิงที่งดงามที่สุดเป็นแน่ มาบัดนี้เพียงชั่วพริบตาเดียว เจ้าก็โตเป็นผู้ใหญ่แล้ว อาเหนียงแก่แล้ว เจ้าก็จะแต่งงาน…”

นางพูดไปคล้ายรู้สึกใจหายจึงหยุดลง

“อาเหนียงยังไม่แก่สักหน่อย!”

ไม่รู้เพราะเหตุใด เกาลั่วเสินพลันรู้สึกเศร้าใจขึ้นมา นางจับมืออีกข้างของมารดาที่สวมแหวนเพชรพลอยล้ำค่าเต็มมือไว้แน่น

เซียวหย่งจยาส่ายหน้า ยิ้มแก้เขินให้ตนเอง “ช่างเถิด พูดเรื่องพวกนี้กับเจ้าไปเพื่ออันใดกัน ดีที่เป็นเจี่ยนจือเด็กคนนี้ อาเหนียงก็วางใจ ไปเถิด”

นางจับจูงมือบุตรสาวแล้วเดินออกจากศาลาริมน้ำ

 

เกาลั่วเสินติดตามเซียวหย่งจยา พร้อมหญิงรับใช้สูงวัยกับสาวใช้หลายสิบคนกลับเข้าเมือง นั่งเรือสำราญที่ตกแต่งอย่างวิจิตรมาขึ้นฝั่ง

เกาชีที่ติดตามเกาหวนมารับนายหญิงได้จัดเตรียมรถเทียมวัวสำหรับเข้าเมืองไว้ก่อนแล้ว หนึ่งแถวเจ็ด แปดคัน ด้านข้างของรถเทียมวัวทุกคันมีบ่าวไพร่ติดตามอย่างน้อยสี่คน โดยเฉพาะคันหน้าสุดที่เกาลั่วเสินนั่งกับมารดาคันนั้น ตัวรถทำมาจากไม้หอม ม่านรถปักด้วยเส้นไหมเงินเส้นไหมทอง รูปแบบไม่ธรรมดา

หญิงรับใช้สูงวัยกับสาวใช้หลายสิบคนที่ปรนนิบัติเซียวหย่งจยาแยกย้ายกันไปนั่งรถเทียมวัว หัวแถวท้ายแถวต่อกันเป็นขบวน เดินทางผ่านถนนนอกเมือง ภายใต้การคุ้มกันของบ่าวไพร่สกุลเกา ตลอดทางดึงดูดสายตาผู้คนบนท้องถนนไม่รู้มากมายเพียงใด เด็กๆ ในชนบทสิบกว่าคนได้ยินเสียงก็วิ่งมาชมดูด้วยความสนุกสนาน ตามติดอยู่ท้ายขบวนไม่ยอมห่าง

สกุลเกาเดิมก็ร่ำรวยมีชื่อเสียงบารมี ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการศึกที่ทำกับแคว้นซย่าในครั้งนี้ นับว่ามีความดีความชอบใหญ่หลวง ชาวนาที่กำลังดายหญ้าอยู่สองข้างทางเหล่านั้น พอรู้ว่าเป็นขบวนรถขององค์หญิงใหญ่ที่กลับเข้าเมืองเพื่อต้อนรับการกลับมาของเซี่ยงกง รอจนรถเทียมวัวผ่านไปแล้ว ก็พากันวิพากษ์วิจารณ์เสียงต่ำขึ้นมา

“ได้ยินว่าเซี่ยงกงกลัวภรรยา อายุเกือบครึ่งร้อยกลับมีบุตรสาวเพียงคนเดียว จนทุกวันนี้ก็ไม่กล้ารับอนุ”

“เซี่ยงกงมีบุญคุณใหญ่หลวงต่อใต้หล้า ถ้าสวรรค์มีตาจะปล่อยให้เขาไม่มีผู้สืบทอดวงศ์สกุลได้อย่างไร”

เสียงวิพากษ์วิจารณ์แม้จะเบา แต่ยังคงลอยตามสายลมแว่วมาเข้าหูเกาลั่วเสิน

เกาลั่วเสินออกจะไม่สบายใจ รีบหันไปมองมารดาที่อยู่ด้านข้างแวบหนึ่ง เห็นนางหลับตาทั้งสองข้าง สีหน้าไร้อารมณ์ความรู้สึก ร่างโยกไปมาเล็กน้อยตามการเคลื่อนไหวของรถเทียมวัว คล้ายงีบระหว่างทางจนหลับไปแล้วเช่นนั้น

เกาชีขี่ม้าอยู่ด้านข้างก็ได้ยินอยู่บ้าง เขาย่นหัวคิ้ว หยุดม้าลงทันที สั่งการบ่าวไพร่เบาๆ ให้ไปไล่ชาวบ้านปากมากเหล่านั้น

“ช่างเถิด ใต้หล้าปากคนมากมาย เจ้าจะปิดปากได้สักกี่คนเชียว”

สองตาของเซียวหย่งจยายังคงหลับอยู่ เพียงจู่ๆ ก็เอ่ยขึ้นมาประโยคหนึ่งด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

เกาชีได้ยินนายหญิงเอ่ยปากเช่นนี้ จึงจำต้องเดินทางต่อไป

ขบวนรถแถวหนึ่งแล่นมาอย่างไม่รีบไม่ร้อน ในที่สุดก็เข้าเมืองหลวงแล้ว มุ่งตรงไปจวนสกุลเกาที่อยู่ใกล้ถนนอวี้

คนบ้านใกล้เรือนเคียงในเมืองและคนเดินถนนสองฟากข้างเมื่อเห็นขบวนรถเทียมวัวของผู้มีบุญหนักศักดิ์ใหญ่ของผู้เรืองอำนาจวิ่งมายาวเหยียด ต่างจำได้ว่ามาจากจวนสกุลเกาก็ยิ่งหยุดเท้ามองดู

Comments

comments

No tags for this post.
Continue Reading

More in ทดลองอ่าน

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 176-177

    By

    บทที่ 176 เผยไหวกวงมองเสิ่นหุยที่ยิ้มอย่างอ่อนหวานให้เขาอยู่ตรงหน้า กลัวว่าคำพูดต่อไปของนางจะเป็น ‘แต่ข้าคิดถึงท่านมาก’ “แต่ข้าคิดถึงท่านมาก...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 124

    By

    บทที่ 124 เผยเซียวหยวนมือเปล่าไม่มีอาวุธ คิดจะไล่ตามไปต่อสู้ระยะประชิด กล่าวสำหรับเขาแล้วกลับจะได้เปรียบ เพิ่งจะขยับเท้า กลิ่นสาบฉุนก็พุ่งเข...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 174-175

    By

    บทที่ 174 หลังจากเสิ่นหุยกระซิบประโยคนี้แล้วก็ถอยหลังไปเล็กน้อย หลุบตาลงมองฉีอวี้แล้วพูดอย่างอ่อนโยนว่า “อวี้เอ๋อร์ ยามเย็นข้าจะไปกินอาหารเย...

  • กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น

    ทดลองอ่าน กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น บทที่ 5-6

    By

    บทที่ 5 เมื่อคิดถึงตรงนี้เจียงซิ่วรุ่นก็ชิงเอ่ยปากต่อหน้าเซินยงว่า “เมื่อครู่พี่ชายได้ขอยกเลิกเรือนที่กรมพิธีการจัดสรรให้เรียบร้อยแล้ว อีกปร...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 172-173

    By

    บทที่ 172 เมื่อคืนเสิ่นหยวนหงดึงเสิ่นหมิงอวี้มาซักถามอย่างละเอียด เสิ่นหมิงอวี้คิดว่าในเมื่อการลอบปลงพระชนม์ฮ่องเต้สำเร็จแล้ว จึงตัดสินใจเล่...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 122-123

    By

    บทที่ 122 ยามเที่ยงคืน จุดพักม้าที่รับรองแขกสูงศักดิ์ยุ่งวุ่นวายมาทั้งคืนในที่สุดก็กลับสู่ความเงียบสงบ แสงไฟบริเวณรอบๆ สลัวลง นอกจากทหารจากก...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 170-171

    By

    บทที่ 170 ‘เช่นนั้นหลังจากนี้ทุกวันที่สิบห้าข้าจะปกป้องท่านเอง’ เผยไหวกวงคิดว่าการได้ยินของตนเองคงจะมีปัญหา เขามองเสิ่นหุยที่อยู่ตรงหน้าแล้ว...

บทความยอดนิยม

everY

ทดลองอ่าน เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 Chapter 2.1-2.2 #นิยายวาย

ทดลองอ่าน เรื่อง เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 ผู้เขียน : MINTRAN แปลโดย : ทันบี ผลงานเรื่อง : 배타적 연애 금지구역 ถือเป็นลิขสิทธิ์...

กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น

ทดลองอ่าน กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น บทที่ 1-2

บทที่ 1 แคว้นต้าฉีถือเป็นผู้ปกครองแห่งใต้หล้า โดยมีเมืองลั่วอันที่รุ่งโรจน์เป็นเมืองหลวง ที่นั่นเป็นสถานที่รุ่งเรืองมั่ง...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 85-86

บทที่ 85 เผยไหวกวงทำตามความปรารถนาของเสิ่นหุย ล้างมือให้สะอาดในน้ำอุ่นที่นางเตรียมไว้ให้เขา จากนั้นก็ใช้ผ้าเช็ดหน้าที่นา...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 87-88

บทที่ 87 เสิ่นหุยมองดูเผยไหวกวงดื่มสุราหนึ่งถ้วย นางลังเลอยู่ครู่หนึ่ง จึงยกกาสุราขึ้นมารินให้ตนเองเล็กน้อย เผยไหวกวงเหล...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 63-64

บทที่ 63 เผยเซียวหยวนมีสมองที่แจ่มใสและเฉียบแหลม เขาจึงเข้าใจความหมายในคำพูดเหล่านั้นของนางได้โดยไม่สงสัยเลยแม้แต่น้อย ท...

community.jamsai.com