ทดลองอ่าน นางแอ่นขับขาน สกุณาแซ่ซ้อง เล่ม 4 บทที่ 129-130 – หน้า 6 – Jamsai
Connect with us

Jamsai

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน นางแอ่นขับขาน สกุณาแซ่ซ้อง เล่ม 4 บทที่ 129-130

6 of 6หน้าถัดไป

“วันนี้ทุกท่านมาคารวะข้าเป็นครั้งแรก ทั้งยังมีหน้าใหม่เข้ามาอยู่ในวังหลวงไม่น้อย เช่นนั้นมาทำความรู้จักกันสักหน่อยดีกว่า” เสิ่นกุยเยี่ยนหันไปมองด้านข้าง “มาให้หมดทุกคนนั่นล่ะ”

สตรีตำหนักในหน้าใหม่หลายคนเดินแช่มช้อยเข้ามาหา หัวแถวคือฟู่โหย่วอี๋ที่ย่อกายคารวะนางอย่างสำรวม “หม่อมฉันฟู่ซื่อจากตำหนักเหอฮวนเพคะ”

สตรีที่ยืนถัดไปพูดบ้าง “หม่อมฉันเยี่ยซื่อจากตำหนักเฟยเยี่ยนเพคะ”

เสิ่นกุยเยี่ยนกวาดตาพิจารณาทั้งคู่แล้วพยักหน้า ดูเหมือนมีเพียงสองคนนี้เท่านั้นที่ค่อนข้างโดดเด่นสะดุดตา ส่วนสตรีที่เหลือเป็นพรวนหลังจากนี้นางฟังคำแนะนำตัวแล้วจำอะไรไม่ได้สักอย่าง

จวบจนคนสุดท้าย

“หม่อมฉัน…เกาซื่อจากตำหนักเยี่ยถิงเพคะ”

เสิ่นกุยเยี่ยนสะดุ้งวาบ จ้องมองเจ้าตัวอยู่พักใหญ่ก่อนจะเรียกอย่างไม่แน่ใจนัก “จิ่นซิ่ว?”

เกาซื่อเงยหน้าขึ้น ใบหน้ากลมอิ่มอ่อนโยนดวงนี้เป็นของเกาจิ่นซิ่ว บุตรสาวที่เกิดกับภรรยาเอกของรองเสนาบดีเกาแน่นอน

เสิ่นกุยเยี่ยนรู้สึกสับสนซับซ้อนอยู่ในใจ สมัยเด็กๆ นางกับเกาจิ่นซิ่วเคยเป็นสหายรักกัน อูซื่อผู้เป็นมารดาก็ดีกับนางมาก ภายหลังยังช่วยนางแก้ปัญหาเรื่องสินเจ้าสาวอีกด้วย

นึกไม่ถึงว่าสหายเก่าจะเข้ามาอยู่ในวังหลวงเช่นกัน

เกาจิ่นซิ่วมองคนรอบตัวอย่างลนลานน้อยๆ แล้วก้มหน้า เสิ่นกุยเยี่ยนได้สติกลับมาแล้วเพิ่งตระหนักว่าตนเองจ้องอีกฝ่ายนานเกินไป จึงรีบคลี่ยิ้ม “ไม่นึกเลยว่าบัดนี้จะได้มาพบกันอีกครั้ง กลับไปนั่งก่อนเถิด ไว้ว่างๆ ค่อยมาคุยกันให้เต็มที่”

“เพคะ” เกาจิ่นซิ่วถอยกลับไปอยู่อีกทางอย่างสงบเสงี่ยม

ไฉเหรินสองคนที่ยืนข้างเกาจิ่นซิ่วดึงแขนนางพลางกระซิบกระซาบ “เจ้ารู้จักกับกุ้ยเฟยเลยหรือนี่ ก้าวหน้าใหญ่แล้ว!”

เกาจิ่นซิ่วส่ายหน้าก่อนทอดถอนใจ ข้ารู้แต่แรกแล้วว่าเยี่ยนเอ๋อร์เข้ามาอยู่ในวังหลวง ดังนั้นข้าเองไม่อยากแก่งแย่งชิงดีกับนางเลยจริงๆ ทว่า…เฮ้อ

เสิ่นกุยเยี่ยนตั้งสติ กำลังจะขยับปากพูดอะไรตามมารยาทสักสองสามคำ เสียงร้องก็พลันดังขึ้นจากด้านหลัง “ว้าย”

ดูเหมือนจะเป็นเสียงซิ่วผิง

เสิ่นเฟยหน้าตาตื่น รีบลุกขึ้นมองไปด้านหลัง “ซิ่วผิง เจ้าก่อเรื่องหรือ”

เป่าซั่นก้าวออกมาด้วยสีหน้าขอโทษขอโพย “เมื่อครู่หม่อมฉันไม่ทราบว่ายังมีน้ำชาอยู่ในกา เลยทำหกเข้าไปในแขนเสื้อของซิ่วผิงโดยไม่ได้ตั้งใจ จนเสียงดังรบกวนพระชายาทั้งหลาย ขอประทานอภัยเพคะ”

เสิ่นกุยเยี่ยนเหลือบมองเสิ่นหานลู่แล้วว่า “ไม่เป็นไร พวกเจ้าจัดของต่อเถิด เสิ่นเฟยก็ไม่ต้องเคร่งเครียดนักหรอก”

เสิ่นหานลู่นั่งลงอย่างไม่สบายใจ หลังจากทำตาละห้อยมองเสิ่นกุยเยี่ยนอย่างน่าสงสารอยู่สักพักก็เม้มปากแล้วพูดขึ้น “แต่ก่อนหม่อมฉันกับกุ้ยเฟยขัดแย้งกันมามาก แต่ตอนนี้หม่อมฉันเพียงอยากใช้ชีวิตในตำหนักในอย่างสุขสงบจนแก่ตายเท่านั้น ไม่อยากมีปัญหาใดๆ อีกแล้ว ดังนั้นจึงกลัวว่ากุ้ยเฟยจะเข้าพระทัยผิด…”

ใช้ชีวิตอย่างสุขสงบจนแก่ตาย? เสิ่นกุยเยี่ยนหัวเราะ หากนางเชื่อก็โง่เขลาเต็มที นางเห็นเล่ห์เพทุบายของเสิ่นหานลู่มานักต่อนัก ถ้าไม่เพราะอีกฝ่ายเพิ่งออกจากตำหนักเย็นแล้วทำตัวสงบเสงี่ยมจนจับผิดไม่ได้ล่ะก็ เสิ่นกุยเยี่ยนคงขอให้ฮ่องเต้ส่งเจ้าตัวออกจากวังหลวงไปนานแล้ว

แต่ท่าทางในตอนนี้ก็ดูน่าสงสารจริงๆ พอมองอย่างละเอียดก็พบว่าตรงมุมปากของอีกฝ่ายเหมือนจะมีรอยแผลที่เพิ่งได้มาไม่นาน ไม่รู้ว่าระหว่างอยู่ในตำหนักเย็นเสิ่นหานลู่ทำอะไรบ้าง…จู่ๆ นางก็เกิดฉงนสงสัยขึ้นมา

แน่นอนว่ามีผู้อื่นอยู่ด้วยหลายคน พวกนางย่อมพูดจากันมากนักไม่ได้ จวบจนนางกำนัลข้างในจัดตำหนักเสร็จแล้วเดินออกมา เสิ่นกุยเยี่ยนถึงค่อยเอ่ย “วันนี้ทุกคนกลับไปก่อนเถิด พวกที่จัดตำหนักก็เหนื่อยกันแล้ว ประเดี๋ยวไปรับเงินรางวัลจากเป่าซั่นแล้วกัน”

“ขอบพระทัยกุ้ยเฟยเพคะ” เหล่าสนมชายาลุกขึ้นคำนับแล้วแยกย้ายกลับตำหนักกับคนของตน

ตอนเกาจิ่นซิ่วเดินออกไป เป่าซั่นชะโงกตัวไปกระซิบตรงริมหูอย่างคล่องแคล่ว “ตกบ่ายกุ้ยเหรินกลับมาอีกครั้งนะเจ้าคะ”

ไฉนเป่าซั่นจะไม่รู้ว่าเจ้านายตนสนิทสนมกับคุณหนูเกา หลังจากได้พบกันวันนี้นายหญิงของนางจะต้องยังมีเรื่องอยากพูดคุยด้วยแน่ นางจึงชิงบอกไว้ก่อน

เกาซื่อพยักหน้ารับคำก่อนจะเดินออกไป

เหลือเสิ่นหานลู่คนเดียวที่ยังอยู่ในห้องโถงใหญ่

เนื่องจากคาดเดาได้อยู่แล้ว เสิ่นกุยเยี่ยนจึงเอื้อมมือไปหยิบจานเมล็ดแตง เตรียมรอฟังคำพูดของอีกฝ่าย

“กุ้ยเฟยเพคะ” เสิ่นหานลู่หลุบตาลงต่ำ “ทุกอย่างที่แล้วมาเป็นเพราะหม่อมฉันยังเด็ก ไม่เข้าใจว่าอะไรควรไม่ควร กุ้ยเฟยจะประทานโอกาสให้หม่อมฉันอีกสักครั้งได้หรือไม่เพคะ”

หากข้าจับมารดาเจ้าโยนลงสระบัวกลางฤดูหนาวแล้วค่อยดึงขึ้นมา จากนั้นก็แย่งว่าที่สามีเจ้าในวันแต่งงาน มิหนำซ้ำยังตามตอแยสามีคนปัจจุบันของเจ้าอย่างหน้าไม่อาย เจ้าจะให้โอกาสข้าอีกครั้งหรือไม่เล่า

เสิ่นกุยเยี่ยนนิ่งเงียบไม่ตอบคำ ขณะแค่นหัวเราะในใจ

เสิ่นหานลู่กัดฟันคุกเข่าลงตรงหน้านางแล้วถลกแขนเสื้อขึ้น “พระชายาทรงคิดว่าหม่อมฉันยังรับโทษทัณฑ์ทางกายมาไม่พออีกหรือเพคะ หากยังไม่พอหม่อมฉันยินดีรับเพิ่ม”

แขนข้างนั้นลายพร้อย เต็มไปด้วยรอยฟกช้ำ รอยแส้เฆี่ยน รอยแผลเป็น เสิ่นกุยเยี่ยนสะดุ้งเฮือกด้วยความตกใจ

“รอยพวกนี้มาจากที่ใด”

เสิ่นหานลู่แค่นยิ้ม “พระชายาไม่ทรงทราบหรอกเพคะว่าตำหนักเย็นเป็นสถานที่เช่นใด ตอนหม่อมฉันเข้าไปเนื้อตัวยังเนียนเกลี้ยงไร้ตำหนิ แต่พอไปอยู่ข้างในต้องถูกตบตี ถูกข่มเหงรังแกไม่เว้นแต่ละวัน ในนั้นมีแต่หญิงสติไม่ดีกับบ่าวไพร่ที่ชอบดูถูกเหยียดหยามผู้อื่น ที่นั่นไม่ใช่โลกมนุษย์หรอกเพคะ เป็นนรกต่างหาก”

 

ติดตามตอนต่อไปวันที่ 5 .. 66 เวลา 12.00 .

6 of 6หน้าถัดไป

Comments

comments

No tags for this post.
Continue Reading

More in ทดลองอ่าน

  • กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น

    ทดลองอ่าน กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น บทที่ 7-9

    By

    บทที่ 7 ไป๋เฉี่ยนผู้นั้นกำลังรอคำพูดนี้ของคุณชายน้อยอยู่พอดี น้ำโอ่งใหญ่สาดออกไปจนกลายเป็นขวดวิเศษปราบปีศาจสาดกระจายไปทางอาจารย์ฝานแล้ว ฝานเ...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 176-177

    By

    บทที่ 176 เผยไหวกวงมองเสิ่นหุยที่ยิ้มอย่างอ่อนหวานให้เขาอยู่ตรงหน้า กลัวว่าคำพูดต่อไปของนางจะเป็น ‘แต่ข้าคิดถึงท่านมาก’ “แต่ข้าคิดถึงท่านมาก...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 124

    By

    บทที่ 124 เผยเซียวหยวนมือเปล่าไม่มีอาวุธ คิดจะไล่ตามไปต่อสู้ระยะประชิด กล่าวสำหรับเขาแล้วกลับจะได้เปรียบ เพิ่งจะขยับเท้า กลิ่นสาบฉุนก็พุ่งเข...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 174-175

    By

    บทที่ 174 หลังจากเสิ่นหุยกระซิบประโยคนี้แล้วก็ถอยหลังไปเล็กน้อย หลุบตาลงมองฉีอวี้แล้วพูดอย่างอ่อนโยนว่า “อวี้เอ๋อร์ ยามเย็นข้าจะไปกินอาหารเย...

  • กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น

    ทดลองอ่าน กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น บทที่ 5-6

    By

    บทที่ 5 เมื่อคิดถึงตรงนี้เจียงซิ่วรุ่นก็ชิงเอ่ยปากต่อหน้าเซินยงว่า “เมื่อครู่พี่ชายได้ขอยกเลิกเรือนที่กรมพิธีการจัดสรรให้เรียบร้อยแล้ว อีกปร...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 172-173

    By

    บทที่ 172 เมื่อคืนเสิ่นหยวนหงดึงเสิ่นหมิงอวี้มาซักถามอย่างละเอียด เสิ่นหมิงอวี้คิดว่าในเมื่อการลอบปลงพระชนม์ฮ่องเต้สำเร็จแล้ว จึงตัดสินใจเล่...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 122-123

    By

    บทที่ 122 ยามเที่ยงคืน จุดพักม้าที่รับรองแขกสูงศักดิ์ยุ่งวุ่นวายมาทั้งคืนในที่สุดก็กลับสู่ความเงียบสงบ แสงไฟบริเวณรอบๆ สลัวลง นอกจากทหารจากก...

บทความยอดนิยม

everY

ทดลองอ่าน เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 Chapter 2.1-2.2 #นิยายวาย

ทดลองอ่าน เรื่อง เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 ผู้เขียน : MINTRAN แปลโดย : ทันบี ผลงานเรื่อง : 배타적 연애 금지구역 ถือเป็นลิขสิทธิ์...

กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น

ทดลองอ่าน กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น บทที่ 1-2

บทที่ 1 แคว้นต้าฉีถือเป็นผู้ปกครองแห่งใต้หล้า โดยมีเมืองลั่วอันที่รุ่งโรจน์เป็นเมืองหลวง ที่นั่นเป็นสถานที่รุ่งเรืองมั่ง...

กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น

ทดลองอ่าน กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น บทที่ 3-4

บทที่ 3 ดังนั้นทหารองครักษ์นายนั้นจึงไม่พูดอะไรอีก เพียงก่อเตาเล็กอย่างง่ายๆ ขึ้นมา แล้วใช้ถ่านไม้ไผ่บนรถม้าต้มน้ำร้อนเง...

กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น

ทดลองอ่าน กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น บทที่ 7-9

บทที่ 7 ไป๋เฉี่ยนผู้นั้นกำลังรอคำพูดนี้ของคุณชายน้อยอยู่พอดี น้ำโอ่งใหญ่สาดออกไปจนกลายเป็นขวดวิเศษปราบปีศาจสาดกระจายไปทา...

กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น

ทดลองอ่าน กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น บทที่ 5-6

บทที่ 5 เมื่อคิดถึงตรงนี้เจียงซิ่วรุ่นก็ชิงเอ่ยปากต่อหน้าเซินยงว่า “เมื่อครู่พี่ชายได้ขอยกเลิกเรือนที่กรมพิธีการจัดสรรให...

community.jamsai.com