ทดลองอ่าน บทเพลงปณิธาน ตำนานวิหคโผบิน บทที่ 5-6 – หน้า 3 – Jamsai
Connect with us

Jamsai

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน บทเพลงปณิธาน ตำนานวิหคโผบิน บทที่ 5-6

บทที่ 6 เพียงบรรเลงแด่ประชาราษฎร์

ได้ยินมู่หรงชงพูดมาเช่นนี้ ในสมองมู่เฉินก็มีเสียงดังสนั่นอึงอลในทันที นางกล่าวด้วยความตกตะลึง “ท่านรู้ได้เยี่ยงไร”

“ตรวจสอบสักหน่อยก็รู้แล้ว สตรีที่ฝูหมัวพากลับมาจากเจียงจั่วคือมู่อวิ่นจือบุตรสาวของสกุลมู่ เจ้าพูดอยู่ซ้ำๆ ว่าต้องการหาตัวน้องสาว เรื่องที่เห็นได้ชัดปานนี้ แม่นางมู่เป็นห่วงคนจนความคิดสับสนแล้ว” มู่หรงชงเห็นมู่เฉินมีสีหน้าเป็นกังวลก็กล่าวยิ้มๆ “เดิมทีข้ายังไม่แน่ใจ แต่เจ้าตอบสนองเยี่ยงนี้กลับทำให้ข้าแน่ใจแล้ว วันนี้ฝ่าบาทยังตรัสถึงเทวทูตจากเขาปี้ลั่วขณะอยู่ในท้องพระโรงด้วย หากทรงทราบว่าเจ้าอยู่ที่ฉางอันจะต้องดีพระทัยมากเป็นแน่”

เขาพูดตรงปานนี้มู่เฉินจึงตอบไปอย่างเปิดเผยด้วยเช่นกัน “มู่เฉินไร้ความสามารถ ในสถานการณ์เยี่ยงนี้กลับทำได้เพียงปิดบังชื่อแซ่แล้ว”

มู่หรงชงกล่าวว่า “ตอนเจ้ากับข้าพบหน้ากันครั้งแรกข้าก็มีเรื่องปิดบังเช่นกัน ผู้น้อยมู่หรงชง นามรองว่าเฟิ่งหวง ขอคารวะแม่นางมู่ เจ้าวางใจได้ ข้าได้คุยกับองค์หญิงซีชิ่งและแม่นางโต้วแล้ว จุดประสงค์ที่เจ้ามาที่นี่พวกนางจะไม่พูดกับผู้ใด”

“คุณชายมีน้ำใจหลายหน มู่เฉินขอขอบคุณไว้ ณ ที่นี้” มู่เฉินผงกศีรษะเล็กน้อย ก่อนพูดต่อไปว่า “รบกวนคุณชายเปลืองสมองแล้ว แต่ข้ามีน้องสาวคนนี้เพียงคนเดียว ในเมื่อมาถึงฉางอันแล้วก็จะต้องพบนางให้จงได้”

“มู่เฉินต้องการพบมู่อวิ่นจือนั้นง่ายดุจพลิกฝ่ามือ แต่หากเป็นชิงหลวนต้องการพบมู่อวิ่นจือกลับมิใช่เรื่องง่ายจริงๆ” มู่หรงชงเห็นมู่เฉินมีสีหน้าตรึกตรองก็กล่าวว่า “ในเมื่อข้าลั่นวาจาต่อพระพักตร์ฝ่าบาทแล้วว่าเจ้าเป็นคนของข้า วันหน้ายามอยู่ที่ฉางอันเจ้าก็ติดตามข้างกายข้าแล้วกัน ข้าจะพาเจ้าไปที่จวนฝูหมัว อย่างไรก็ดีกว่าเจ้าไปหาเองโดยปราศจากการไตร่ตรองมากนัก”

เห็นมู่เฉินมิได้รับคำ มู่หรงชงจึงกล่าวอีกว่า “เจ้ามาฉางอันได้หลายวัน คิดว่าคงจะค้นหาทุกวิถีทางแล้ว แต่สุดท้ายก็ยังมิอาจสมความปรารถนา ซ้ำเมื่อครู่ยังหวิดจะเกิดเรื่องไม่คาดฝัน…”

มู่เฉินพลันหันหน้าไปมองเขา ก่อนจะถามว่า “เจ้าเมืองมู่หรง บทเพลงเมฆมงคลที่ท่านบรรเลงเมื่อครู่นี้ บรรเลงแด่ต้าฉินหรือบรรเลงแด่การฟื้นฟูเยียน”

มู่หรงชงชะงักเล็กน้อย สายตามองไปข้างหน้า เอ่ยตอบเชื่องช้าทว่าหนักแน่น “มิใช่แด่ต้าฉิน มิใช่แด่การฟื้นฟูเยียน เพียงบรรเลงแด่ประชาราษฎร์” เขามองราวสลักลายบุปผาที่อยู่ไกลๆ บนใบหน้าที่ซีดเล็กน้อยมีแวววาดหวัง “หลายสิบปีมานี้มีศึกสงครามมิหยุดหย่อน ภัยพิบัติหมุนเวียนสับเปลี่ยน ข้าเห็นแว่นแคว้นถูกทำลาย ชาวบ้านตกทุกข์ได้ยากด้วยตาตนเอง แม้จะไร้ความสามารถ แต่ในใจยังคงหวังว่าสักวันหนึ่งใต้หล้าจะมีสันติสุข”

มู่เฉินมองดูบุรุษหนุ่มในชุดสีนิลภายใต้ดวงจันทร์ผู้นี้ เขายืนปะทะลม สีหน้าสงบนิ่ง ในดวงตาประหนึ่งว่าสามารถบรรจุสรรพสิ่งในใต้หล้านี้ไว้ได้

นางอดไม่อยู่ เอ่ยปากขึ้นเบาๆ “ข้าเองก็เฝ้ารอการมาถึงของวันนั้นเช่นกัน ผู้เป็นหมอธำรงไว้ซึ่งคุณธรรม ผู้เป็นอาจารย์รักษาไว้ซึ่งปณิธาน จงไม่ถือครองบึงใหญ่แม่น้ำเลื่องชื่อ จงปล่อยใจไปตามธรรมชาติ หากมีความปรารถนานี้ มู่เฉินก็ขอติดตามเจ้าเมืองมู่หรงแล้วกัน”

วาจาของนางทะลุผ่านแสงจันทร์สกาวและสายลมเอื่อย พุ่งตรงเข้าก้นบึ้งหัวใจของมู่หรงชง อีกทั้งได้ก่อให้เกิดการสับเปลี่ยนแผ่นดินในอีกหลายปีให้หลัง

 

ฝูเจียนลงจากเกี้ยว มีบ่าวไพร่มายืนรออยู่สองข้างจวนสกุลหวังนานแล้ว พอเห็นฝูเจียนมาถึงก็คุกเข่าลงต้อนรับ เปล่งเสียงร้องดัง “ฝ่าบาททรงพระเจริญหมื่นปี!”

ผู้ที่ยืนอยู่หน้าสุดเป็นคนอายุราวห้าสิบปีผู้หนึ่ง เขาคลุมเสื้อคลุมตัวใหญ่ ให้คนพยุงไว้ถึงสามารถยืนได้

ฝูเจียนเร่งฝีเท้าไปประคองเขาไว้ก่อนกล่าวว่า “จิ่งเลวี่ย ท่านไม่นอนบนเตียงดีๆ ออกมาทำอะไร!”

คนผู้นี้ก็คืออัครเสนาบดีหวังเหมิ่งชาวฮั่นที่ฝูเจียนไว้วางใจและพึ่งพาอาศัยเป็นอย่างมาก นามรองคือจิ่งเลวี่ย

หวังเหมิ่งตอบเสียงสั่น “กระหม่อมซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณเป็นอย่างสูง วันคล้ายวันพระราชสมภพของฝ่าบาทแท้ๆ ยังต้องเสด็จมาเยี่ยมคนที่ใกล้จะลงโลงอย่างกระหม่อม กระหม่อมปราศจากสิ่งใดตอบแทน มิกล้าไม่ออกมารับเสด็จพ่ะย่ะค่ะ”

ฝูเจียนประคองหวังเหมิ่งเดินเข้าด้านใน “จิ่งเลวี่ยอย่าพูดจาเหลวไหล ข้ายังรอวันที่ท่านกับข้าสองราชาและขุนนางขึ้นไปที่สูงด้วยกัน ไปชมดูผืนแผ่นดินอันกว้างใหญ่นับหมื่นหลี่แห่งนี้อยู่ภายใต้ฝ่าเท้า”

หวังเหมิ่งหยุดฝีเท้า มองดูรอบๆ เล็กน้อย ฝูเจียนเข้าใจความหมายของเขา จึงสั่งให้คนทั้งหมดถอยหลบไปให้เหลือเพียงพวกเขาสองคนในทันที

ฝูเจียนกล่าวว่า “จิ่งเลวี่ยมีเรื่องใดก็พูดมาได้เลย”

หวังเหมิ่งพลันโยนเสื้อคลุมบนตัวทิ้งไปด้านข้าง ก่อนคุกเข่าลงกับพื้น

“จิ่งเลวี่ย!”

ฝูเจียนก้าวไปทำท่าจะประคอง กลับถูกหวังเหมิ่งห้ามไว้ “ฝ่าบาทโปรดทรงสดับวาจาของกระหม่อมสักคำ”

“ท่านพูดมา”

หวังเหมิ่งยันตัวขึ้นมาแล้วกล่าวว่า “ต้าฉินเรามีขุนนางและราษฎรอยู่สิบห้าล้านคน ในขณะที่ราชวงศ์จิ้นแห่งเจียงจั่วมีเพียงห้าล้านคน แต่กลับได้สืบทอดพระราชบัลลังก์ต่อเนื่องมาจากยุคฮั่นและเว่ย กระหม่อมทราบว่าพระราชประสงค์ในท้ายที่สุดของฝ่าบาทคือการปราบแดนใต้ รวบรวมจงหยวนเป็นหนึ่ง แต่เรื่องที่ฝ่าบาทมิอาจไม่ป้องกันไว้ก็คือภายในแคว้นฉินมีชนต่างเผ่ามากเกินไป ตำแหน่งหน้าที่ที่พวกเขาคุมอยู่ก็สำคัญเกินไป เมื่อใดที่ฝ่าบาททรงกรีธาทัพลงใต้ เป็นไปได้มากว่าชนต่างเผ่าเหล่านี้จะก่อกบฏต่อต้าฉิน ถึงเวลานั้นแนวหลังวุ่นวาย ต้าฉินเราก็จะเผชิญกับการโจมตีขนาบหน้าหลัง กระหม่อมมิทราบว่ายังจะอยู่ข้างพระวรกายฝ่าบาทไปได้อีกนานเพียงไร แต่ทุกครั้งที่คิดถึงเรื่องนี้ก็ให้วิตกจนยากจะข่มตาหลับได้! กระหม่อมกราบทูลขอร้องให้ฝ่าบาททรงพิจารณาให้ถี่ถ้วน หากไม่มั่นพระทัยเต็มที่ก็อย่าทรงยกทัพไปปราบแดนใต้เลย!”

ฝูเจียนไม่ใช่เพิ่งเคยได้ยินหวังเหมิ่งพูดเช่นนี้เป็นหนแรก ขุนนางทรงอำนาจแห่งต้าฉินก็ไม่ได้มีแค่เขาคนเดียวที่เคยเอ่ยวาจาทำนองนี้ แต่ความคิดขยายดินแดนลงใต้ในใจของฝูเจียนกลับมิเคยลบเลือนไป ย้ายไปตั้งมั่นทางใต้เพื่อสัมผัสกลิ่นอายวิถีชีวิตแห่งเจียงจั่ว นี่คือความฝันในตลอดหลายปีมานี้ของเขา

Comments

comments

No tags for this post.
Continue Reading

More in ทดลองอ่าน

  • กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น

    ทดลองอ่าน กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น บทที่ 7-9

    By

    บทที่ 7 ไป๋เฉี่ยนผู้นั้นกำลังรอคำพูดนี้ของคุณชายน้อยอยู่พอดี น้ำโอ่งใหญ่สาดออกไปจนกลายเป็นขวดวิเศษปราบปีศาจสาดกระจายไปทางอาจารย์ฝานแล้ว ฝานเ...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 176-177

    By

    บทที่ 176 เผยไหวกวงมองเสิ่นหุยที่ยิ้มอย่างอ่อนหวานให้เขาอยู่ตรงหน้า กลัวว่าคำพูดต่อไปของนางจะเป็น ‘แต่ข้าคิดถึงท่านมาก’ “แต่ข้าคิดถึงท่านมาก...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 124

    By

    บทที่ 124 เผยเซียวหยวนมือเปล่าไม่มีอาวุธ คิดจะไล่ตามไปต่อสู้ระยะประชิด กล่าวสำหรับเขาแล้วกลับจะได้เปรียบ เพิ่งจะขยับเท้า กลิ่นสาบฉุนก็พุ่งเข...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 174-175

    By

    บทที่ 174 หลังจากเสิ่นหุยกระซิบประโยคนี้แล้วก็ถอยหลังไปเล็กน้อย หลุบตาลงมองฉีอวี้แล้วพูดอย่างอ่อนโยนว่า “อวี้เอ๋อร์ ยามเย็นข้าจะไปกินอาหารเย...

  • กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น

    ทดลองอ่าน กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น บทที่ 5-6

    By

    บทที่ 5 เมื่อคิดถึงตรงนี้เจียงซิ่วรุ่นก็ชิงเอ่ยปากต่อหน้าเซินยงว่า “เมื่อครู่พี่ชายได้ขอยกเลิกเรือนที่กรมพิธีการจัดสรรให้เรียบร้อยแล้ว อีกปร...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 172-173

    By

    บทที่ 172 เมื่อคืนเสิ่นหยวนหงดึงเสิ่นหมิงอวี้มาซักถามอย่างละเอียด เสิ่นหมิงอวี้คิดว่าในเมื่อการลอบปลงพระชนม์ฮ่องเต้สำเร็จแล้ว จึงตัดสินใจเล่...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 122-123

    By

    บทที่ 122 ยามเที่ยงคืน จุดพักม้าที่รับรองแขกสูงศักดิ์ยุ่งวุ่นวายมาทั้งคืนในที่สุดก็กลับสู่ความเงียบสงบ แสงไฟบริเวณรอบๆ สลัวลง นอกจากทหารจากก...

บทความยอดนิยม

everY

ทดลองอ่าน เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 Chapter 2.1-2.2 #นิยายวาย

ทดลองอ่าน เรื่อง เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 ผู้เขียน : MINTRAN แปลโดย : ทันบี ผลงานเรื่อง : 배타적 연애 금지구역 ถือเป็นลิขสิทธิ์...

กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น

ทดลองอ่าน กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น บทที่ 1-2

บทที่ 1 แคว้นต้าฉีถือเป็นผู้ปกครองแห่งใต้หล้า โดยมีเมืองลั่วอันที่รุ่งโรจน์เป็นเมืองหลวง ที่นั่นเป็นสถานที่รุ่งเรืองมั่ง...

กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น

ทดลองอ่าน กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น บทที่ 3-4

บทที่ 3 ดังนั้นทหารองครักษ์นายนั้นจึงไม่พูดอะไรอีก เพียงก่อเตาเล็กอย่างง่ายๆ ขึ้นมา แล้วใช้ถ่านไม้ไผ่บนรถม้าต้มน้ำร้อนเง...

กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น

ทดลองอ่าน กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น บทที่ 7-9

บทที่ 7 ไป๋เฉี่ยนผู้นั้นกำลังรอคำพูดนี้ของคุณชายน้อยอยู่พอดี น้ำโอ่งใหญ่สาดออกไปจนกลายเป็นขวดวิเศษปราบปีศาจสาดกระจายไปทา...

กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น

ทดลองอ่าน กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น บทที่ 5-6

บทที่ 5 เมื่อคิดถึงตรงนี้เจียงซิ่วรุ่นก็ชิงเอ่ยปากต่อหน้าเซินยงว่า “เมื่อครู่พี่ชายได้ขอยกเลิกเรือนที่กรมพิธีการจัดสรรให...

community.jamsai.com