ทดลองอ่าน ปีศาจจิ้งจอกอย่ามาลวง บทที่ 3 – หน้า 6 – Jamsai
Connect with us

Jamsai

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน ปีศาจจิ้งจอกอย่ามาลวง บทที่ 3

เหยาเหนียงตัวแข็งทื่อไปทั้งร่าง จ้องมองเขาอย่างอึ้งงัน แววดูถูกเหยียดหยามในดวงตาของชายหนุ่มเสียดแทงสายตาของนางยิ่งนัก และทำให้นางสงบนิ่งเยือกเย็นขึ้นมาได้ในชั่วพริบตา

ประตูห้องถูกเปิดออก เสียงร้องเรียกอย่างขันแข็งของเสี่ยวเอ้อร์ดังลอยเข้ามา

“ให้ท่านลูกค้าต้องรอนานแล้ว นี่คือสุราอาหารที่อร่อยที่สุดของร้านเรา…” เสี่ยวเอ้อร์ที่กำลังยกถาดอาหารเข้ามาชะงักค้างไป จ้องมองคนทั้งสองที่อยู่บนพื้นอย่างอึ้งๆ

บุรุษอยู่บน สตรีอยู่ล่าง สีหน้าแววตาเช่นนั้น ท่าทางเช่นนั้น บรรยากาศวาบหวามเช่นนั้น…ไม่ว่าจะมองอย่างไรก็เห็นว่าพวกเขากำลังระงับอารมณ์อันพลุ่งพล่านเอาไว้ไม่อยู่ ลูกธนูขึ้นสายพร้อมจะง้างยิงออกไปแล้ว

จิ้นเสวียนส่งเสียงตวาด “ข้านักพรตกำลังกำราบนางปีศาจจิ้งจอกตนนี้อยู่ ออกไปเสีย!”

“ขอรับๆ ผู้น้อยจะออกไปเดี๋ยวนี้ ทะ…ท่านเชิญทำธุระต่อเถิดขอรับ” เสี่ยวเอ้อร์พูดพลางล่าถอยออกมา ตอนเดินออกไปยังไม่ลืมที่จะปิดประตูให้ด้วย

จิ้นเสวียนหารู้ไม่ว่าวาจาประโยคนี้ของเขา กอปรกับการกระทำของเขา ทำให้เรื่องฉาวโฉ่นี้เป็นที่เลื่องลือไปทั่วนับตั้งแต่บัดนั้น ทุกคราที่ย้อนนึกถึงความหุนหันพลันแล่นในยามนี้ เขาล้วนนึกเสียใจภายหลังยิ่งนัก

เมื่อถูกขัดจังหวะเช่นนี้ ยามเขาหันหน้ากลับมาก็พบว่าหางของนางปีศาจจิ้งจอกได้หายไปแล้ว ทว่าสำหรับเขาแล้วนี่มิได้เป็นอุปสรรคในการจัดการนาง อีกทั้งยังเป็นเครื่องพิสูจน์ว่านางเป็นปีศาจจิ้งจอกจริงๆ อีกด้วย

เนื่องจากอาวุธเวทไม่สามารถกักขังนางเอาไว้ได้ จิ้นเสวียนจึงไม่มีตัวเลือกอื่น เขาทำได้เพียงใช้วิธีที่เรียบง่ายและตรงไปตรงมาที่สุด นั่นก็คือสกัดจุดนาง จากนั้นก็แบกตัวนางไป

ในวันนี้ที่เขามาจับปีศาจอากาศสดชื่นแจ่มใส แม้กิจการของโรงเตี๊ยมคึกคักกว่าทุกที แต่ยามเขาแบกสตรีผู้หนึ่งเดินลงมาพร้อมกับรอยนิ้วมือบนใบหน้า ห้องโถงใหญ่กลับเงียบกริบลงในชั่วพริบตา

“นางปีศาจจิ้งจอกตนนี้ ข้านักพรตขอพาตัวไปก่อน” เขาเอ่ยกับหลงจู๊

ทุกคนเห็นว่านางปีศาจจิ้งจอกไม่มีหาง ทั้งยังไม่มีกรงเล็บ นางสวมชุดเรียบง่ายธรรมดาๆ หน้าตาดูเหมือนสตรีในห้องหอทั่วไป ขอบตาแดงก่ำชุ่มน้ำ ราวกับภรรยาตัวน้อยที่ได้รับความคับอกคับใจ

หลังจากพวกเขาเดินออกไปแล้ว ชาวบ้านก็พูดเรื่องที่ได้เห็นมากับตาตนเองอย่างออกรสออกชาติ

ตามคำบอกเล่าอย่างสมจริงสมจังของเสี่ยวเอ้อร์ในตอนนั้น ได้ยินว่าสตรีผู้นี้รูปโฉมงามเฉิดฉัน นุ่มนวลอ่อนโยนตราตรึงใจคน ปรมาจารย์จิ้นเสวียนจึงมิอาจห้ามใจได้ไหว พลันกดคนงามลงกับพื้น บอกว่าจะกำราบนางปีศาจจิ้งจอกตนนี้

แต่ก็มีคนบอกว่าสตรีผู้นี้เกล้ามวยผมเหมือนอย่างสตรีที่ออกเรือนแล้ว คงจะเป็นภรรยาแต่งของปรมาจารย์จิ้นเสวียนแน่นอน แต่ว่าสามีภรรยาทะเลาะเบาะแว้งกัน ภรรยาโกรธเกรี้ยวจนหนีออกมาจากบ้าน ปรมาจารย์จิ้นเสวียนจึงรีบร้อนไล่ตามมา รีบแบกตัวนางกลับไปทันที

ยังมีเจ้าหน้าที่ทางการอีกสองคนเป็นพยานว่าในตอนนั้นปรมาจารย์จิ้นเสวียนได้วิ่งไล่ตามสตรีผู้นี้มาจริงๆ อีกทั้งในคำพูดคำจาก็ยังมีความโอบอ้อมอารีและปกป้องนางอย่างเปี่ยมล้น

นับตั้งแต่นั้นมาผู้คนก็เข้าใจแจ่มแจ้งว่าที่ปรมาจารย์จิ้นเสวียนมิเข้าใกล้อิสตรีมาเนิ่นนาน ซ้ำยังปฏิเสธมิให้แม่สื่อแวะมาเจรจาเรื่องสู่ขอ ที่แท้เป็นเพราะเขามีภรรยาอยู่ตั้งแต่แรกแล้ว

 

จิ้นเสวียนไม่รู้ว่าคำว่ากำราบนางปีศาจจิ้งจอกประโยคนี้ เมื่อบุรุษได้ยินแล้วก่อให้เกิดภาพกำกวมมากมายเพียงใด กลับกลายเป็นเข้าใจไปอีกอย่างหนึ่ง

เขาพาเหยาเหนียงกลับมาที่สำนักจี้อวิ๋น แต่เนื่องจากหอผนึกมารกักขังนางเอาไว้ไม่อยู่ มิหนำซ้ำอาวุธเวทก็ยังไร้ผลกับนาง จึงทำได้เพียงขังนางเอาไว้ในเรือนหลังหนึ่ง กักบริเวณนางเอาไว้ก่อนเป็นการชั่วคราว

อาจารย์พาสตรีผู้หนึ่งกลับมา เรื่องนี้ทำให้ลูกศิษย์ทุกคนในสำนักตื่นตะลึงมิวางวาย มีบางคนเพิ่งกลับขึ้นเขามาจึงนำข่าวซุบซิบนินทากลับมาด้วย ที่แท้สตรีที่อาจารย์พากลับมาก็คืออาจารย์หญิงของพวกเขา มิน่าอาจารย์จึงได้สั่งให้คนเก็บกวาดเรือนเล็กเป็นพิเศษ แท้ที่จริงแล้วก็เพื่อหาที่หาทางให้อาจารย์หญิงอยู่นั่นเอง นอกจากนั้นยังสั่งให้ศิษย์พี่ใหญ่คอยอยู่เฝ้าอารักขาที่นอกเรือนด้วยกลัวว่าอาจารย์หญิงจะหนีไปอีก

พวกลูกศิษย์คนอื่นๆ เข้าสำนักมาทีหลัง ไม่ค่อยรู้เรื่องราวของอาจารย์มากนัก จึงย่อมไม่มีข้อสงสัยเป็นอื่น แต่ว่าจิ้งเฟิงกับจิ้งเหลยสองคนถูกจิ้นเสวียนหลอกล่อเข้าสำนักมาตั้งแต่ยังเยาว์วัย ติดตามเขามานานหลายปี จึงรู้ชัดเจนดีว่าอาจารย์ของพวกเขายังเป็นชายหนุ่มบริสุทธิ์ผุดผ่องอยู่เลย กระทั่งไปหาสตรีที่หอนางโลมก็ยังไม่ยอม แล้วจะแต่งภรรยาได้อย่างไร

ตอนแรกที่อาจารย์จับสตรีผู้นี้กลับมามีแค่พวกเขาสองคนเท่านั้นที่ได้เห็นรูปโฉมของสตรีผู้นี้และรู้ว่านางเป็นปีศาจจิ้งจอก แต่พวกเขาไม่เข้าใจว่าเหตุใดอาจารย์จับนางกลับมาคราวนี้ถึงมีข่าวลือเช่นนั้นแพร่ออกไปได้

Comments

comments

No tags for this post.
Continue Reading

More in ทดลองอ่าน

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 91-92

    By

    บทที่ 91 ฉีอวี้เหม่อมองเสิ่นหุย มองดูเสด็จน้าทรุดนั่งลงบนพื้น เขาก้มหน้าลงจ้องมองกางเกงตัวในของตนที่เปียกชุ่มแนบติดขา ดูเหมือนเพิ่งเข้าใจว่า...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 69

    By

    บทที่ 69 ครั้นรถม้าที่จ้าวจงฟางกับจิตรกรน้อยนั่งอยู่จากไป หานเค่อรั่งก็เปลี่ยนสีหน้า เขาหันมาทางผู้ใต้บังคับบัญชาที่ยืนอยู่ด้านข้าง สายตากวา...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 89-90

    By

    บทที่ 89 เสิ่นหุยนึกถึงผู้ช่วยเสนาบดีฝ่ายซ้ายคนก่อนขึ้นมาทันใด นางรีบถามว่า “แล้วใต้เท้าซูเล่า” คนที่มาแจ้งข่าวทำงานนอกวังหลวงอยู่ตลอด ไม่ค่...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 67-68

    By

    บทที่ 67 เผยเซียวหยวนถอยออกมาถึงระเบียงประตูนอกห้องจัดเลี้ยง ยืนรอนางอยู่ที่นั่น เมื่อนางเดินมาถึงเบื้องหน้าตน เขาก็ยิ้มบางแล้วพยักหน้าเล็กน...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 87-88

    By

    บทที่ 87 เสิ่นหุยมองดูเผยไหวกวงดื่มสุราหนึ่งถ้วย นางลังเลอยู่ครู่หนึ่ง จึงยกกาสุราขึ้นมารินให้ตนเองเล็กน้อย เผยไหวกวงเหลือบตาขึ้นมองนางอย่าง...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 65-66

    By

    บทที่ 65 วันนี้ก็เป็นวันครบรอบการจากไปของชุยเหนียงจื่อมารดาของเผยเซียวหยวน ปีนั้นหลังจากเหตุการณ์ที่ประตูตันเฟิ่งผ่านไปไม่นานนางก็ถึงแก่กรรม...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 85-86

    By

    บทที่ 85 เผยไหวกวงทำตามความปรารถนาของเสิ่นหุย ล้างมือให้สะอาดในน้ำอุ่นที่นางเตรียมไว้ให้เขา จากนั้นก็ใช้ผ้าเช็ดหน้าที่นางพาดไว้เช็ดคราบน้ำบน...

บทความยอดนิยม

everY

ทดลองอ่าน เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 Chapter 2.1-2.2 #นิยายวาย

ทดลองอ่าน เรื่อง เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 ผู้เขียน : MINTRAN แปลโดย : ทันบี ผลงานเรื่อง : 배타적 연애 금지구역 ถือเป็นลิขสิทธิ์...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 85-86

บทที่ 85 เผยไหวกวงทำตามความปรารถนาของเสิ่นหุย ล้างมือให้สะอาดในน้ำอุ่นที่นางเตรียมไว้ให้เขา จากนั้นก็ใช้ผ้าเช็ดหน้าที่นา...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 87-88

บทที่ 87 เสิ่นหุยมองดูเผยไหวกวงดื่มสุราหนึ่งถ้วย นางลังเลอยู่ครู่หนึ่ง จึงยกกาสุราขึ้นมารินให้ตนเองเล็กน้อย เผยไหวกวงเหล...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 63-64

บทที่ 63 เผยเซียวหยวนมีสมองที่แจ่มใสและเฉียบแหลม เขาจึงเข้าใจความหมายในคำพูดเหล่านั้นของนางได้โดยไม่สงสัยเลยแม้แต่น้อย ท...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 65-66

บทที่ 65 วันนี้ก็เป็นวันครบรอบการจากไปของชุยเหนียงจื่อมารดาของเผยเซียวหยวน ปีนั้นหลังจากเหตุการณ์ที่ประตูตันเฟิ่งผ่านไปไ...

community.jamsai.com