ทดลองอ่าน ผิดชาติผิดภพ หวนรักจอมมาร บทที่ 3-4 – หน้า 2 – Jamsai
Connect with us

Jamsai

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน ผิดชาติผิดภพ หวนรักจอมมาร บทที่ 3-4

หลังจากกินดื่มจนอิ่มหนำแล้วก็ถึงเวลาทุ่มเททำงานตอบแทนค่าอาหารแก่เจ้าของบ้าน

เมื่อเสียงกลองตีบอกเวลายามไฮ่ กลุ่มคนจากสำนักยันต์คาถาเตรียมตัวพร้อมแล้วก็ติดตามเจ้าหน้าที่มือปราบผู้หนึ่งไปยังโรงเลี้ยงไหมซึ่งตั้งอยู่ที่ชานเมือง

มือปราบผู้นำทางพล่ามบ่นกระปอดกระแปด “ข้าเคยบอกแต่แรกแล้วว่าโรงเลี้ยงไหมแห่งนี้ต้องอาถรรพ์ แต่ก่อนนั้นโรงเลี้ยงไหมน้อยใหญ่ทั่วรัศมีร้อยหลี่นี้ล้วนเป็นของสกุลไป๋แห่งฟากตะวันออกของอำเภอ น่าเสียดายที่สกุลไป๋ไร้ทายาทสืบสกุล สุดท้ายก็ทยอยป่วยตายไปทีละคนๆ ตอนนั้นมีคนเล่าว่าตระกูลของพวกเขาทำกิจการสาวไหมปั่นด้ายโดยเฉพาะ ต้องเข่นฆ่าชีวิตไปมากมาย นี่ก็คือกรรมที่ตามสนอง ดูสิ พอตอนนี้สกุลจิ้นมาทำกิจการนี้ต่อโรงเลี้ยงไหมก็เกิดเรื่องเลยใช่หรือไม่เล่า ทั้งหมดล้วนเป็นเพราะไม่เคารพยำเกรงเทพเจ้าหนอนไหมนั่นล่ะ”

ชุยเสียวเสี่ยวชอบเจรจาพาที เมื่อตอนกลางวันเพิ่งได้ยินเรื่องราวแปลกประหลาดพิลึกพิลั่นเกี่ยวกับโรงเลี้ยงไหมมาจากยามเฝ้าประตูจึงซักไซ้อย่างสนอกสนใจ “ข้าได้ยินมาว่าฮูหยินน้อยคนเล็กสุดของสกุลไป๋เคยตั้งครรภ์ด้วย แต่น่าเสียดายที่ดูเหมือนนางจะประพฤติผิดคุณธรรมจรรยาจึงถูกจับถ่วงบ่อน้ำ…”

มือปราบมองหน้าแม่นางจากสำนักบำเพ็ญเซียนผู้นี้อย่างเลื่อมใส “ท่านเพิ่งมาถึงอำเภอเฟ่ยเซี่ยนของพวกเราก็เข้าใจเรื่องนี้อย่างแจ่มแจ้ง ช่างมีอิทธิปาฏิหาริย์จริงแท้! เพียงแต่…ข้าได้ยินมาว่าฮูหยินน้อยผู้นั้นมิได้จมน้ำตายหรอก แต่ถูกจับขังอยู่ในโรงเก็บฟืนที่หนึ่งและถูกเผาทั้งเป็นอยู่ในนั้น…”

ชุยเสียวเสี่ยวได้ยินดังนั้นก็ยิ่งกระตือรือร้น เบิกตากว้าง “มีเรื่องเช่นนี้ด้วยรึ”

มือปราบชักเริ่มกระปรี้กระเปร่า ลดเสียงลงเล่าอย่างอวดรู้ “เรื่องนี้คนทั่วไปไม่มีใครรู้หรอกนะ ได้ยินว่าฮูหยินน้อยของสกุลไป๋ลอบคบชู้สู่ชาย แม้แต่เลือดเนื้อในท้องนางก็มิใช่ของสกุลไป๋…โอ๊ย ตอนนั้นในโรงเก็บฟืนมีใบยาสูบตากแห้งอย่างดีเก็บไว้เป็นกองพะเนิน ไม่รู้ว่าไฟลุกท่วมขึ้นได้อย่างไร กลิ่นยาสูบนั่นอวลฟุ้งไปทั่วอยู่สามวันเต็มๆ กว่าจะหาย เฮ้อ จะว่าเป็นเพราะอากาศแห้งรึ ก็ไม่มีใครรู้อยู่ดีว่าไฟไหม้ได้อย่างไร จุดที่ไฟไหม้อยู่ห่างจากตรงนี้ไม่ไกลเลย ข้าได้ฟังจากบ่าวรับใช้สกุลไป๋มาว่าที่โรงเก็บฟืนนั่นไม่เจอศพใครเช่นกัน ไม่รู้เลยว่าตกลงจริงหรือไม่จริงกันแน่”

 

เพียงชั่วเวลาที่คุยเรื่อยเปื่อยกันเช่นนี้ ในที่สุดคนทั้งกลุ่มก็มาถึงโรงเลี้ยงไหม

ประตูใหญ่ของโรงเลี้ยงไหมปิดสนิท ต้นหม่อนเรียงซ้อนเป็นทิวแถวรอบบริเวณโรงเรือน ท่ามกลางแสงจันทร์เสี้ยวหรุบหรู่ชวนให้รู้สึกวังเวงพิศวง

ครั้นผลักเปิดประตูซึ่งมีแถบป้ายคำสั่งให้ปิดทำการแปะอยู่ ผีเสื้อหนอนไหมนับไม่ถ้วนก็ทะลักทลายออกมาจากประตู ดูท่าคงเพราะไม่มีใครดูแลจัดการ ดักแด้หนอนไหมจึงกลายเป็นผีเสื้อไปหมด และเพราะพวกเขาถือโคมไฟกันมา เหล่าผีเสื้อที่แม้จะบินไม่ขึ้นก็ยังกรูกันมาตรงปากประตูพร้อมกัน

หญิงสาวเช่นศิษย์พี่รองเจียงหนานมู่ขยะแขยงแมลงเหล่านี้อยู่แล้วจึงอดไม่ได้ที่จะปิดหน้าปัดป้อง ทั้งส่งเสียงร้องออกมาเบาๆ

ฝ่ายจีอู่ชีรีบควักยันต์แผ่นหนึ่งออกมาทันใด ปากสวดคาถางึมงำ ไม่ช้าก็เสกไฟออกมากลางฝ่ามือทั้งสองข้าง แผดเผาผีเสื้อเหล่านั้นจนหมด

ชุยเสียวเสี่ยวร้องชมอย่างอดไม่ได้ “ศิษย์พี่ใหญ่ ท่านเสกไฟจริงๆ ออกมาได้ด้วย!”

จีอู่ชีภาคภูมิใจยิ่งเมื่อได้ยินคำพูดนี้ วิชาของเขาแตกต่างจากวิชาพรางตาที่ใช้ลวงผู้คนให้หลงเลือนของศิษย์น้องอาอี้ เพราะจีอู่ชีเข้าสำนักมานานที่สุดจึงชำนาญการแปรพลังน้ำพลังไฟจากห้าธาตุมาใช้ได้จริง มิใช่ความสามารถในการสร้างภาพลวงเช่นนั้น

ท่ามกลางกลิ่นหอมไหม้ของผีเสื้อ ชุยเสียวเสี่ยวหรี่ตากลมโตของนางลงเล็กน้อย เมื่อครู่นางเหมือนจะเห็นอะไรบางอย่างอยู่ในแสงเพลิง

แต่เมื่อนางเอ่ยขึ้น คนอื่นๆ ต่างมีทีท่าว่าไม่เห็นอะไรสักหน่อย จีอู่ชีก็กล่าวด้วยเสียงขุ่นเคือง “ถ้าเจ้ากลัวก็ไม่ต้องเข้าไป อย่าแสร้งทำเป็นมีลับลมคมใน พูดจาให้ผู้อื่นตกใจเช่นนั้น!”

เขาพูดจบก็ก้าวเท้านำหน้าเดินเข้าไปด้านในก่อนใคร

ทว่าเดินไปไม่กี่ก้าวจีอู่ชีก็หยุดชะงัก เพราะทางข้างหน้าถูกกั้นด้วยเส้นใยไหมซึ่งพาดขวางเป็นแพ ประหนึ่งฉากบังตา ไม่อาจก้าวต่อไปได้อีก

เวลานี้เองมีเสียงใครบางคนดังมาจากด้านหลัง “ดูท่าพวกเจ้าจะฟังคำเตือนไม่เข้าหู ถึงกับรนมาหาที่ตายกัน ช่างไม่รู้ประมาณตนเลยจริงๆ”

คนจากสำนักยันต์คาถาหันขวับกลับไปมอง…ที่แท้ก็คือบรรดาศิษย์ชุดขาวพัดพลิ้วของสำนักกระบี่เก้าชั้นฟ้านั่นเอง

พวกเขายังคงยังคงสวมชุดอาภรณ์ขาวสะบัดพลิ้วปลิวไสว ท่ามกลางความมืดของราตรีกาล ทั่วร่างกลับเปล่งประกายสีขาวจางๆ…นี่คือแสงรัศมีขุนพลสวรรค์* ที่เปล่งมาจากจุดตันเถียน ไม่เพียงแต่ส่องสว่างเท่านั้น แต่ยังเป็นเกราะป้องกันการโจมตีจากคมดาบคมกระบี่ได้อีกด้วย

Comments

comments

No tags for this post.
Continue Reading

More in ทดลองอ่าน

บทความยอดนิยม

everY

ทดลองอ่าน เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 Chapter 2.1-2.2 #นิยายวาย

ทดลองอ่าน เรื่อง เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 ผู้เขียน : MINTRAN แปลโดย : ทันบี ผลงานเรื่อง : 배타적 연애 금지구역 ถือเป็นลิขสิทธิ์...

กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น

ทดลองอ่าน กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น บทที่ 76-77

บทที่ 76 นอกจากรู้สึกว่าจิตใจของเจียงซิ่วรุ่นคับแคบเกินไป เฟิ่งหลีอู๋ยังรู้สึกอีกว่าออกจะเจ็บปวดใจอยู่บ้าง นางเป็นตัวประ...

กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น

ทดลองอ่าน กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น บทที่ 78-79

บทที่ 78 รัชทายาททำเช่นนี้เจียงซิ่วรุ่นเห็นแล้วโมโหจริงๆ แต่เวลานี้นางรู้สึกแต่เพียงว่าชีวิตของตนเองแขวนอยู่บนเส้นด้าย ไ...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 146-147

บทที่ 146 เยี่ยซวี่อวี่เดินอยู่ข้างหน้า เผยเซียวหยวนเดินตามนางห่างกันราวสิบยี่สิบก้าว หยางไจ้เอินนำขันทีน้อยฝ่ายในและนาง...

กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น

ทดลองอ่าน กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น บทที่ 80-81

บทที่ 80 ฉินจ้าวได้ยินแล้วประสานมือคำนับกล่าวว่า “ใครบ้างไม่รู้จักชื่อเสียงอันโด่งดังของอาจารย์มู่เฟิง ขณะนี้ขบวนเดินทาง...

community.jamsai.com