บิดาของอิ่นเสวี่ยฟางเป็นขุนนางชั้นผู้น้อย แม้มิใช่ตระกูลเศรษฐีมีเกียรติยศบารมีสูงส่ง แต่การกินการอยู่ดีกว่าครอบครัวทั่วไป ถึงกระนั้นคุณหนูสูงศักดิ์ตัวจริงเช่นนางดูเหมือนจะไม่ร่ำรวยมีเกียรติเท่าบุตรสาวอนุของพ่อค้าเกลือคนหนึ่ง
เดิมทีนางคิดว่าฉู่หลินหลางอาศัยที่ได้แต่งเข้าสกุลโจวถึงสลัดคราบกากลายเป็นหงส์ ทว่าตอนนี้คุณหนูอิ่นเพิ่งตระหนักได้ว่าฉู่หลินหลางกับสตรีในเรือนผู้บังคับบัญชาของสามีเข้ากันได้เป็นอย่างดี สนิทสนมกันดุจพี่น้อง อีกทั้งยังทำการค้าเก่ง สามารถหาเงินจุนเจือการใช้จ่ายในจวนสกุลโจวได้
ภรรยาเช่นนี้เป็นความใฝ่ฝันของบุรุษมากมายเพียงใด เทียบกับสิ่งเหล่านี้คล้ายว่าชาติตระกูลต่ำต้อยของนางสามารถมองข้ามไปไม่ถือสาได้แล้ว…
แรกเริ่มคุณหนูอิ่นเห็นว่าตนเองเหนือกว่าฉู่หลินหลางยิ่ง ตราบใดที่อีกฝ่ายไม่ขัดขวาง การแต่งเข้าสกุลโจวก็เป็นดังคำกล่าวที่ว่าน้ำมาคลองเกิด* เมื่อทุกอย่างเป็นใจ ผลสำเร็จก็จะตามมาเอง
แต่ไม่รู้ด้วยเหตุใด หลังจากอยู่กับฉู่หลินหลางพักหนึ่งนางยิ่งหวาดหวั่นว้าวุ่นใจ รู้สึกว่าเรื่องนี้ไม่น่าจะราบรื่นดังเช่นที่มารดาและจ้าวซื่อคิดไว้
จนกระทั่งขึ้นไปยังชั้นบนของหอสุราแล้วสั่งสุราอาหาร คุณหนูอิ่นก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป นางอธิบายเสียงเบาถึงเหตุผลที่นางกับโจวสุยอันไปเที่ยวชมหิมะแต่งกลอนด้วยกันก่อนหน้านี้ หวังว่าฮูหยินใหญ่จะไม่เข้าใจผิดจนถือโทษโกรธเคือง
ฉู่หลินหลางได้ยินคำพูดเจียมเนื้อเจียมตนที่เอ่ยด้วยน้ำเสียงขลาดกลัวของคุณหนูอิ่นแล้วก็เข้าใจเหตุผลที่อีกฝ่ายเป็นเช่นนี้ ไม่มีอะไรนอกจากหวังว่าภรรยาเอกอย่างนางจะใจกว้างยอมรับคนอื่น และอย่าตำหนิการตัดสินใจของผู้อาวุโสทั้งสองตระกูลด้วยเหตุนี้
นางไม่ได้ตั้งความหวังว่าโจวสุยอันจะสะสางปัญหาวุ่นวายที่ค้างคาอยู่ ถ้าคาดเดาไม่ผิด ช่วงนี้สามีนางคงมีงานยุ่ง ‘กะทันหัน’ สองสามวันนี้คงไม่โผล่หน้ากลับจวนแล้ว
ฉู่หลินหลางคิดเช่นนี้แล้วก็เหลือบตาพินิจดูท่าทางกระสับกระส่ายของคุณหนูอิ่นผู้บอบบางอ่อนแอ นางคร้านจะพูดอ้อมค้อมกับอีกฝ่าย เพียงคีบกับข้าวไปพลางพูดเข้าเรื่องไปพลาง
“คุณหนูอิ่นควรรู้ว่าข้าเป็นบุตรสาวสายเลือดอนุ เห็นมารดาแท้ๆ ต้องเป็นรองผู้อื่นมาตั้งแต่เด็ก ข้าไม่เข้าใจจริงๆ ว่าท่านเลือกเป็นภรรยาเอกได้แต่ไม่ต้องการ เหตุใดต้องดึงดันอยากมาเป็นอนุด้วยเล่า”
ก่อนหน้านี้อิ่นเสวี่ยฟางเห็นท่าทางนอบน้อมถ่อมตนและอ่อนหวานจับใจของฉู่หลินหลางตอนอยู่กับฮูหยินเจ้าเมือง ทำให้นางไม่คาดคิดว่าพออีกฝ่ายอยู่กับตนเองเพียงลำพังจะคร้านปั้นหน้าเป็นสตรีจิตใจงามมีเหตุผล พูดประชดประชันกันตรงๆ เช่นนี้
ใบหน้าเล็กๆ ของคุณหนูอิ่นซีดเผือดลงสามส่วน หางตามีน้ำตาซึมขณะมองไปทางฉู่หลินหลาง จากนั้นก็พูดเสียงสั่นเครือ
“ข้ามีใจชื่นชมนับถือในนิสัยใจคอของพี่ใหญ่โจวกับพี่ฉู่ซื่อ เต็มใจปรนนิบัติข้างกายท่านทั้งสอง เหตุใดพี่สาวถึงไม่ยอมรับข้า”
ฉู่หลินหลางไม่ได้ประชดประชัน นางไม่เข้าใจความคิดของคุณหนูอิ่นจริงๆ จึงพูดออกมาตามความรู้สึกเท่านั้นเอง
แต่คำพูดประโยคเดียวนี้ทำให้คุณหนูอิ่นน้ำตาร่วงเผาะราวกับว่าเป็นความผิดของนางที่ขวางทางคนอื่นใฝ่หาความก้าวหน้าอย่างไรอย่างนั้น
ทว่าเวลานี้นางไม่มีแก่ใจรับมือกับสตรีที่เป็นสหายวัยเยาว์มิตรเก่าแก่ของครอบครัวสามีแล้ว เพราะขณะที่มองไปทางชั้นล่างนอกหน้าต่าง นางกวาดตาไปเห็นเงาร่างสูงใหญ่ปรากฏตัวอยู่ตรงมุมถนนฝั่งตรงข้ามกะทันหัน
คนผู้นั้นมีรูปโฉมชวนพิศ เรือนกายก็สูงใหญ่ ดึงดูดสายตาคนที่เดินผ่านไปมารอบด้านให้เหลียวมองไปตามๆ กัน
นั่นมิใช่พระอาจารย์ขององค์ชายหก…ซือถูเซิ่งหรือ!
* ในภาษาจีนคำว่าลูกสาวคือ 女 ส่วนลูกชายคือ子 พอตัวอักษรสองตัวนี้รวมกันจะเป็นคำว่า 好 ซึ่งแปลว่าดี
** คนป่วยหนักวิ่งวุ่นหาหมอ เป็นสำนวน หมายถึงเมื่อตกอยู่ในภาวะคับขันก็เที่ยววิ่งวุ่นขอความช่วยเหลือไปทั่วหรือใช้วิธีอะไรก็ได้เพื่อแก้ไขปัญหา
* ส่งถ่านกลางหิมะ เป็นสำนวน หมายถึงหยิบยื่นความช่วยเหลือให้แก่ผู้ที่กำลังลำบากได้ทันการณ์
** เพิ่มบุปผาบนผ้าทอลาย หมายถึงการประดับตกแต่งสิ่งที่สวยงามอยู่แล้วให้สวยงามยิ่งขึ้นไปอีก เปรียบเปรยถึงการกระทำที่ไม่จำเป็น
* ในวัฒนธรรมจีนโบราณ อนุแบ่งได้ 3 ระดับ ได้แก่ อนุชั้นสูง คือสตรีที่มาจากตระกูลสูงศักดิ์ อนุสามัญชน คือสตรีที่เป็นหญิงสาวชาวบ้านทั่วไป และอนุชั้นต่ำ คือสตรีที่เป็นนางคณิกา นางละคร
* น้ำมาคลองเกิด เปรียบเปรยถึงเรื่องราวที่เงื่อนไขถึงพร้อมย่อมสำเร็จได้โดยธรรมชาติ
(ติดตามต่อได้ในรูปแบบฉบับเต็มได้ในเดือนสิงหาคม 2569)