ทดลองอ่าน ลูบคมองครักษ์สวมรอย บทที่ 59-60 – หน้า 6 – Jamsai
Connect with us

Jamsai

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน ลูบคมองครักษ์สวมรอย บทที่ 59-60

6 of 6หน้าถัดไป

เขาโน้มตัวลงมาตรงหน้านาง แม้น้ำเสียงมิได้แฝงแววบังคับ แต่ท่วงท่าที่มองลงมาจากตำแหน่งที่สูงกว่าคล้ายดั่งขีดเส้นเขตแดนล้อมรอบนางไว้ หวังเหยียนชิงผงกศีรษะเงียบๆ ชายหนุ่มขยี้ผมนางอีกครั้งแล้วลุกขึ้นจากไป

เขาประกาศถ้อยคำรับรองกับฮ่องเต้ว่าจะไขคดีให้ได้ภายในสามวัน วันนี้เป็นวันที่สองแล้ว

พละกำลังของลู่เหิงเปี่ยมล้นเหมือนไม่รู้สึกถึงความเหน็ดเหนื่อย เมื่อคืนวุ่นวายอยู่ครึ่งคืน วันนี้ออกไปสืบเรื่องคนกระดาษแต่เช้าตรู่ เจ้าเมืองเฉิงได้แต่สละชีพเพื่อเจ้านาย ฝืนลากสังขารอ่อนปวกเปียกติดตามลู่เหิงออกไปสืบคดี

พวกเขาพาคนออกไปกลุ่มใหญ่อย่างเอิกเกริก ที่ว่าการอำเภอพลันว่างเปล่า แม้แต่เสียงจักจั่นยังเงียบไป หวังเหยียนชิงร่างกายไม่สะดวกนักจึงพลิกดูเอกสารอยู่ในห้อง ห้องตะวันตกมีสำนวนคดีอยู่มากมายเพียงพอให้นางอ่านได้อีกนาน หวังเหยียนชิงค้นหาคดีที่เกี่ยวข้องกันและตรวจดูทีละเล่มอย่างละเอียด

เสียงเคาะประตูดังขึ้นข้างนอก หญิงสาวคิดในใจ ไฉนวันนี้อาหารกลางวันจึงมาส่งเร็วถึงเพียงนี้ ทางหนึ่งก็เอ่ยว่า “เข้ามาได้”

นางวางเอกสาร คนส่งอาหารเดินเข้ามาแล้ว วางกล่องอาหารลงในห้องโถง ผู้มาสวมชุดแบบบ่าวชายและค้อมศีรษะ เป็นใบหน้าที่ไม่คุ้นเคย หวังเหยียนชิงมองปราดหนึ่งแล้วถาม “ไฉนจึงเป็นเจ้ามาส่งล่ะ”

บ่าวชายหลุบตาตอบ “ห้องครัวยุ่งจนปลีกตัวไม่ได้ จ้าวต้าเหนียงจึงให้ข้ามาส่งอาหารให้แม่นางขอรับ”

หวังเหยียนชิงพยักหน้า คิดในใจ ที่แท้หญิงรับใช้คนเมื่อวานก็แซ่จ้าว บ่าวชายเปิดกล่องอาหาร ยกน้ำแกงข้นชามหนึ่งออกมาก่อน หวังเหยียนชิงเห็นชุมเห็ดใหญ่กับดอกเบญจมาศในน้ำแกงแล้วมุ่นคิ้วน้อยๆ “นี่เป็นอาหารกลางวันที่พี่รองสั่งไว้หรือ”

หญิงสาวพูดจบก็ถอยหลบทันที แต่ยังคงช้าไปก้าวหนึ่ง อีกฝ่ายฟาดมือเข้าใส่นาง หวังเหยียนชิงรีบยกมือขึ้นสกัดไว้ ทว่าอีกฝ่ายเหมือนล่วงรู้กระบวนท่าของนางกระนั้น เบี่ยงหลบไปก่อนแล้ว มืออีกข้างหยิบกระบอกพ่นควันออกมาพ่นใส่หน้านางโดยตรง

ควันสีขาวสายหนึ่งพุ่งปะทะใบหน้าหวังเหยียนชิง นางกลั้นหายใจสุดกำลัง แต่ยังคงไม่ระวังสูดควันเข้าไปเล็กน้อย หวังเหยียนชิงรู้สึกวิงเวียนอย่างรวดเร็ว อีกฝ่ายปราดเข้ามาใช้ผ้าอาบยาสลบปิดปากปิดจมูกนาง ครั้งนี้นางหมดสติไปโดยสมบูรณ์

ทุกอย่างเกิดขึ้นในชั่วพริบตา หวังเหยียนชิงไม่ทันได้ร้องขอความช่วยเหลือก็สิ้นสติไป

 

ยามเว่ย ลู่เหิงขี่ม้ามาหยุดตรงหน้าเส้นทางภูเขา เถาอีหมิงยกมือขึ้นชี้ไปยังสิ่งก่อสร้างที่เร้นกายอยู่ท่ามกลางแมกไม้ “ใต้เท้าลู่ ที่นี่ก็คืออารามชิงซวี”

แสงแดดร้อนมาก เจ้าเมืองเฉิงซับเหงื่อไม่หยุด เงยหน้าพลางเพ่งมองขึ้นไปบนภูเขา “นักพรตที่ทำคนกระดาษเป็นตามที่หลงจู๊ในร้านบอกอาศัยอยู่ที่นี่หรือ”

สามารถทำคนกระดาษตัวใหญ่ถึงเพียงนั้นได้ทั้งยังไม่เปลี่ยนรูป คนที่มีฝีมือเช่นนี้มีไม่มาก ลู่เหิงส่งคนไปสอบถามร้านที่รับทำเครื่องกระดาษสำหรับงานศพ แต่ในอำเภอฉีไม่มีใครสามารถทำคนกระดาษได้ประณีตถึงเพียงนี้ สุดท้ายเป็นหลงจู๊คนหนึ่งในอำเภอข้างเคียงส่งข่าวมาบอกว่าเคยเห็นอารามชิงซวีทำพิธี นักพรตที่นั่นสามารถทำคนกระดาษเองได้ เหมือนคนที่มีชีวิตจริง ประณีตกว่าสินค้าในร้านพวกเขามาก

กลุ่มของลู่เหิงจึงมาเยือนอารามชิงซวีด้วยประการฉะนี้

“ขอรับ” เถาอีหมิงตอบ “อารามชิงซวีก่อตั้งมานานแล้ว ดำรงอยู่ก่อนที่ผู้น้อยจะมารับตำแหน่ง เพียงแต่นักพรตที่นี่แปลกประหลาด ไม่ไปประกอบพิธีที่บ้านของผู้ว่าจ้าง ไม่รับงานต่างถิ่น น้อยครั้งที่จะไปมาหาสู่กับชาวบ้านข้างล่าง ดังนั้นจึงไม่ค่อยมีคนมาสักการบูชาที่อารามสักเท่าไร”

“พิลึก” เจ้าเมืองเฉิงว่า “ภิกษุกับนักพรตมิใช่ล้วนคิดหาหนทางดึงดูดให้ผู้คนบริจาคเงินค่าน้ำมันให้พวกเขาหรือ พวกเขาไม่ติดต่อกับชาวบ้านแล้วจะดำรงชีพได้อย่างไร”

เถาอีหมิงสั่นศีรษะ “ผู้น้อยไม่เคยคบหากับภิกษุหรือนักบวช จึงไม่ทราบขอรับ”

ลู่เหิงสวมชุดเข้ารูปสีน้ำเงินเข้ม นั่งอยู่บนหลังม้าอย่างสง่างาม แม้แสงตะวันเหนือศีรษะจะร้อนแรง อากาศร้อนระอุจนโลหะแทบหลอมละลาย แต่เขายังคงผึ่งผายองอาจ สะอาดสะอ้านไปทั้งตัว ใบหน้าไม่มีเหงื่อแม้แต่หยดเดียว ประดุจต้นสนบนทิวเขาและสายลมกลางป่า ไม่ว่าปรากฏตัวที่ใดล้วนไม่กระทบต่อความเฉียบคมทรงอำนาจของเขา ลู่เหิงบังคับม้าด้วยมือเดียว เอ่ยเสียงเรียบ “เรื่องราวเป็นอย่างไรกันแน่ ขึ้นไปดูก็รู้เอง”

 

ระหว่างที่ลู่เหิงพาเจ้าเมืองและผู้ติดตามขึ้นเขาไป ใบหน้าขาวกระจ่างเย็นชาของหวังเหยียนชิงที่ซบอยู่บนหมอนก็สะดุ้งตื่นกะทันหัน

ภายในห้องปิดหน้าต่าง มีแสงสว่างทึบทึม ฤทธิ์ยาสลบยังไม่สลายไป แผ่นหลังของนางยังเต็มไปด้วยเหงื่อเย็น นางรู้สึกทรมานยิ่งนัก แม้แต่ขยับนิ้วมือยังเปลืองแรง ได้แต่ลอบปรับลมหายใจเงียบๆ ขณะเดียวกันก็คิดคำนวณในใจอย่างเร็วรี่ ที่นี่ที่ใด ใครกันที่ลักพาตัวนางมา

สามารถทำให้นางสลบได้โดยเทพไม่รู้ภูตไม่เห็นและพาตัวออกมาจากที่ว่าการอำเภอ สิ่งที่ซุกซ่อนอยู่เบื้องหลังนี้ นางแค่คิดก็หนาวยะเยือกไปทั้งตัว หวังเหยียนชิงปวดท้องอย่างรุนแรง นางยังไม่ได้กินข้าว ทั้งยังได้รับความตกใจ อาการปวดระดูที่บำรุงรักษาจนหายดีแล้วย้อนกลับมาอีกครั้ง

หวังเหยียนชิงอดวางมือลงบนหน้าท้องไม่ได้ ในเวลานี้เอง มีเสียงฝีเท้าดังขึ้นข้างกาย หญิงสาวถึงได้ตกใจ ในห้องมีคน!

นางหันไปมองทันที เวลาเดียวกันเสียงอันคุ้นเคยลอยเข้ามาในหู “ชิงชิง เจ้าฟื้นแล้วหรือ”

 

 

(ติดตามต่อได้ในฉบับเต็มเดือนสิงหาคม 66)

 

6 of 6หน้าถัดไป

Comments

comments

No tags for this post.
Continue Reading

More in ทดลองอ่าน

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 172-173

    By

    บทที่ 172 เมื่อคืนเสิ่นหยวนหงดึงเสิ่นหมิงอวี้มาซักถามอย่างละเอียด เสิ่นหมิงอวี้คิดว่าในเมื่อการลอบปลงพระชนม์ฮ่องเต้สำเร็จแล้ว จึงตัดสินใจเล่...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 122-123

    By

    บทที่ 122 ยามเที่ยงคืน จุดพักม้าที่รับรองแขกสูงศักดิ์ยุ่งวุ่นวายมาทั้งคืนในที่สุดก็กลับสู่ความเงียบสงบ แสงไฟบริเวณรอบๆ สลัวลง นอกจากทหารจากก...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 170-171

    By

    บทที่ 170 ‘เช่นนั้นหลังจากนี้ทุกวันที่สิบห้าข้าจะปกป้องท่านเอง’ เผยไหวกวงคิดว่าการได้ยินของตนเองคงจะมีปัญหา เขามองเสิ่นหุยที่อยู่ตรงหน้าแล้ว...

  • กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น

    ทดลองอ่าน กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น บทที่ 3-4

    By

    บทที่ 3 ดังนั้นทหารองครักษ์นายนั้นจึงไม่พูดอะไรอีก เพียงก่อเตาเล็กอย่างง่ายๆ ขึ้นมา แล้วใช้ถ่านไม้ไผ่บนรถม้าต้มน้ำร้อนเงียบๆ หลายกาในลานด้าน...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 120-121

    By

    บทที่ 120 ป่ารกร้างนอกเมืองช่วงเย็นย่ำ ตะวันยามสายัณห์สีแดงฉานดุจโลหิต เฉิงผิงถอดรองเท้าหุ้มแข้งออกก่อนนั่งขัดสมาธิตามสบายอยู่บนหินก้อนใหญ่ร...

  • กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น

    ทดลองอ่าน กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น บทที่ 1-2

    By

    บทที่ 1 แคว้นต้าฉีถือเป็นผู้ปกครองแห่งใต้หล้า โดยมีเมืองลั่วอันที่รุ่งโรจน์เป็นเมืองหลวง ที่นั่นเป็นสถานที่รุ่งเรืองมั่งคั่งซึ่งทุกคนต่างหวั...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 91-92

    By

    บทที่ 91 ฉีอวี้เหม่อมองเสิ่นหุย มองดูเสด็จน้าทรุดนั่งลงบนพื้น เขาก้มหน้าลงจ้องมองกางเกงตัวในของตนที่เปียกชุ่มแนบติดขา ดูเหมือนเพิ่งเข้าใจว่า...

บทความยอดนิยม

everY

ทดลองอ่าน เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 Chapter 2.1-2.2 #นิยายวาย

ทดลองอ่าน เรื่อง เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 ผู้เขียน : MINTRAN แปลโดย : ทันบี ผลงานเรื่อง : 배타적 연애 금지구역 ถือเป็นลิขสิทธิ์...

กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น

ทดลองอ่าน กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น บทที่ 1-2

บทที่ 1 แคว้นต้าฉีถือเป็นผู้ปกครองแห่งใต้หล้า โดยมีเมืองลั่วอันที่รุ่งโรจน์เป็นเมืองหลวง ที่นั่นเป็นสถานที่รุ่งเรืองมั่ง...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 85-86

บทที่ 85 เผยไหวกวงทำตามความปรารถนาของเสิ่นหุย ล้างมือให้สะอาดในน้ำอุ่นที่นางเตรียมไว้ให้เขา จากนั้นก็ใช้ผ้าเช็ดหน้าที่นา...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 87-88

บทที่ 87 เสิ่นหุยมองดูเผยไหวกวงดื่มสุราหนึ่งถ้วย นางลังเลอยู่ครู่หนึ่ง จึงยกกาสุราขึ้นมารินให้ตนเองเล็กน้อย เผยไหวกวงเหล...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 63-64

บทที่ 63 เผยเซียวหยวนมีสมองที่แจ่มใสและเฉียบแหลม เขาจึงเข้าใจความหมายในคำพูดเหล่านั้นของนางได้โดยไม่สงสัยเลยแม้แต่น้อย ท...

community.jamsai.com