ทดลองอ่าน วาสนาคนเขลา บทที่ห้า-บทที่หก – หน้า 11 – Jamsai
Connect with us

Jamsai

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน วาสนาคนเขลา บทที่ห้า-บทที่หก

ท่านแม่จากไปแล้วจริงๆ เหลือเพียงนางอยู่ในคฤหาสน์ที่ไม่คุ้นตา ตอนนี้พี่ใหญ่ก็เป็นเช่นเดียวกัน สะกิดใจนางให้อยากร้องไห้ไปด้วย จึงน้ำตาไหลพูดกับหลี่รั่วฮุ่ยว่า “พี่…รั่วอวี๋ไม่อยากแต่งงาน…”

หลี่รั่วฮุ่ยเห็นน้องรองที่เป็นคนเข้มแข็งมาตลอดตอนนี้ปลายจมูกแดง ดวงตามีน้ำตาคลอโผเข้าหาอ้อมกอดของนาง ตัวอ่อนปวกเปียกราวกับกระต่ายขาวใกล้จะถูกสุนัขจิ้งจอกคาบไป ทำได้เพียงขอร้องอย่างหวาดกลัวว่าไม่อยากแต่งงาน ทำให้นางรู้สึกเหมือนหัวใจทั้งดวงจะแตกสลาย อยากจะให้ตนเองยังเป็นหญิงสาวอยู่ในเรือน แต่งงานกับพญามัจจุราชนั่นแทนน้องรองไปเสียเลย

ตอนนี้นางจึงพูดอย่างทนไม่ไหวว่า “ไม่แต่ง ไม่แต่งแล้ว รั่วอวี๋ของพวกเราไม่แต่งกับซือหม่าผีอะไรนั่นหรอก!”

น่าเสียดายที่ยังไม่ทันสิ้นเสียงพูดของนาง ตรงประตูโถงที่ไม่ได้ปิดประตูก็มีเสียงจงใจกระแอมรัวเร็วดังลอยมา

หลี่รั่วฮุ่ยได้ยินเสียงกระแอมนั้นก็หันไปดู ที่แท้แล้วเสียงนั้นหล่งเซียงเป็นคนทำ อีกฝ่ายที่ปกติจะหน้าตายิ้มแย้มอยู่ตลอด ในยามนี้ตั้งแต่ช่วงเข่าขึ้นไปท่อนบนล้วนแข็งเกร็ง บนใบหน้านิ่งนั้นมีเพียงดวงตาที่ยังพยายามกะพริบ ส่งสายตามาให้นาง

จากนั้นตรงหน้านางพลันมีชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ผู้หนึ่งยืนอยู่ สวมชุดยาวสีดำขลิบทอง ผมสีขาวเงินทั้งศีรษะ สวมที่ครอบผมสีทอง หน้าตาแม้จะหล่อเหลาแต่เย็นเยือกไปบ้าง ดวงตาคมราวเหยี่ยวคู่นั้นกำลังจ้องน้องรองที่ขดตัวอยู่ในอ้อมกอดของนาง

หล่งเซียงไปยกน้ำแกงหวานที่ห้องครัวด้านหลังกลับมา มองเห็นซือหม่าแต่ไกล ไม่รู้ว่ามาตั้งแต่เมื่อใด กำลังยืนอยู่หน้าประตูห้องคุณหนูรอง แต่ก็ไม่เข้าไปและยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นเหมือนก้อนน้ำแข็งแผ่ไอเย็น

รอจนนางเดินมาถึงประตูห้อง กำลังคิดจะพูดก็ถูกซือหม่ากวาดตามองอย่างเย็นชา จึงตกใจไม่กล้าพูดอะไร กลับบังเอิญได้ยินคำว่า ‘ซือหม่าผี’ ของคุณหนูใหญ่ลอยมาเข้าหู นางตกใจจนแทบจะโยนน้ำแกงหวานในมือทิ้ง แต่ไม่กล้าไปเรียกคุณหนูใหญ่ ทำได้เพียงแกล้งระคายคอ กระแอมออกมาเสียงดัง

ถึงแม้ก่อนหน้านี้หลี่รั่วฮุ่ยจะไม่เคยเจอฉู่จิ้งเฟิงมาก่อน แต่เห็นผมสีขาวเงินทั้งศีรษะของเขาก็รู้แล้วว่าเป็นผู้ใด

หลิวจ้งผู้เป็นสามีเพิ่งย้ายงานใหม่ ถูกย้ายไปอยู่ใต้ธงกองทหารเว่ยจื้อ อีกไม่กี่วันก็จะเดินทางไปชายแดนทางเหนือ หากจะนับไปแล้ว กองทหารเว่ยจื้อก็เป็นคนใต้บัญชาของฉู่ซือหม่า

ตนเองมาพูดคำหยาบคายต่อหน้าผู้บังคับบัญชาของสามี ไม่เหมาะสมเลยจริงๆ แต่ในตอนนี้หลี่รั่วฮุ่ยสงสารน้องสาว จึงไม่สนใจอะไรมาก นางเป็นคนโมโหร้าย แม้ตอนแรกจะถูกกลิ่นอายที่แผ่ออกมาจากตัวฉู่จิ้งเฟิงทำให้หวาดกลัวตกตะลึง แต่จากนั้นก็เอ่ยปากพูดอย่างไม่ลดละ “คิดว่าท่านคงจะเป็นซือหม่ากระมัง”

ฉู่จิ้งเฟิงพยักหน้าเล็กน้อย เขาไม่ได้พูดอะไรมาก เพียงแค่สั่งให้พ่อบ้านที่เดินตามมายื่นใบของขวัญไปให้ จากนั้นจึงกล่าว “วันนี้เอาสินสอดมาให้ดู ข้าสั่งให้พ่อบ้านเขียนใส่ใบรายการไว้แล้ว มีของบางอย่างที่ใช้ในพิธีวันนั้น หวังว่าคุณหนูใหญ่หลี่จะช่วยดูแทนฮูหยินผู้เฒ่าหลี่ด้วย”

ดูเหมือนเขาจะไม่สนใจฉากเมื่อครู่ หลี่รั่วฮุ่ยก็คิดว่าถ้าจะมีเรื่องเพิ่มสู้มีเรื่องน้อยลงดีกว่า แต่ใบสินสอดนั้นนางขี้เกียจไปดู จึงเพียงแค่รับมันเอาไว้เท่านั้น

ฉู่จิ้งเฟิงย่อมรู้ว่าเหตุใดนางจึงมีท่าทีเช่นนี้ ในใจกลับคิดว่า…บุตรสาวคนโตสกุลหลี่แข็งกร้าวยิ่งกว่ามารดาเลอะเลือนผู้นั้นเสียอีก…และไม่รู้กาลเทศะมากกว่าเช่นกัน

แต่ว่าตอนนี้หลี่รั่วอวี๋หัวอ่อนกว่ามารดาของนาง นางคงนึกได้ถึงครั้งก่อนที่เขาแอบเข้ามาในห้องของนาง จึงไม่ยอมสวมรองเท้า ลากเพียงเกือกไม้พุทราคู่หนึ่ง ก้มหน้าพยายามหลบเลี่ยงชายสูงใหญ่ แล้ววิ่งไปเล่นที่สวนดอกไม้เล็กข้างเรือน

ฉู่จิ้งเฟิงหลุบตาลง ขนตาโค้งงอนปิดบังแววตาเย็นเยือกของเขา หลังจากหลี่รั่วอวี๋วิ่งออกไปแล้ว เขาก็ตรงไปนั่งลงบนเก้าอี้ ท่าทางเป็นธรรมชาติราวกับเดินเข้าห้องนอนของตนเอง หลี่รั่วฮุ่ยไม่ดูใบสินสอด เขาก็ไม่ได้เร่ง เพียงแค่นั่งอยู่ตรงนั้น เคาะนิ้วบนที่วางมือบนเก้าอี้แล้วพูดว่า “คุณหนูใหญ่ไม่วางใจเช่นนี้ จิ้งเฟิงเข้าใจ แต่ข้ากับแม่นางรั่วอวี๋รู้จักกันมานานแล้ว แต่งกับนางล้วนเป็นความจริงใจ ขอให้คุณหนูใหญ่ไม่ต้องเป็นห่วง”

หลี่รั่วฮุ่ยกัดริมฝีปาก ทว่าคำพูดที่เก็บกดอยู่ในใจกลับพ่นออกมาในที่สุด “ใต้เท้ากับน้องสาวข้ารู้จักกันมานานแล้วหรือ แต่ไม่เคยได้ยินนางพูดถึงใต้เท้าเลย ไม่รู้ว่าการแต่งงานครั้งนี้ ซือหม่าใคร่ครวญรอบคอบดีแล้วหรือ ท่านควรจะรู้ว่าด้วยนิสัยน้องข้าตอนที่ยังเป็นปกติ คงไม่เหมาะจะแต่งเข้าสกุลสูงศักดิ์ นางมีความคิดเป็นของตนเองมาตลอด ยากจะเป็นฮูหยินขุนนางที่อยู่ในกฎระเบียบได้ อีกอย่าง ซือหม่าต้องรู้ว่ายามนี้หลี่รั่วอวี๋ไม่ใช่หลี่รั่วอวี๋คนเดิมอีกแล้ว หลี่รั่วอวี๋ที่ฉลาดเฉลียวเลื่องลือไปทั่วผู้นั้นตอนนี้เป็นเพียงคนสมองเสื่อมที่ไม่รู้เรื่องราว ความสงสารของท่านซือหม่าที่มีต่อนางในตอนนี้ไม่ได้โกหก แต่ในอนาคตเล่า ถ้านางอายุมากความงามถดถอยไม่มีความสดใสของเด็กสาวแล้ว มิหนำซ้ำยังโง่เขลาไม่รู้ความเช่นนี้อีก ใต้เท้าท่านยังจะสงสารนางเช่นนี้อีกหรือ”

หลี่รั่วฮุ่ยบีบถามไม่ลดละ แต่ฉู่จิ้งเฟิงกลับมีสีหน้านิ่งเฉย ก่อนจะพูดเสียงเรียบว่า “เช่นนั้นคุณหนูใหญ่หลี่กล้ารับรองหรือไม่ว่า รอจนเจ้าอายุมากความงามถดถอย สามีของเจ้าจะรักทะนุถนอมเจ้าเหมือนที่ผ่านมา ไม่ลดลงแม้แต่น้อย”

คำพูดนี้ถามถูกจุดสำคัญ คำพูดโหดร้าย มีเพียงหลี่รั่วฮุ่ยเองที่รู้ดีแก่ใจ สามีของนางหลิวจ้งวรยุทธ์แกร่งกล้า ถึงแม้ตอนนี้จะเป็นขุนนางเล็กๆ ผู้หนึ่ง แต่มีอนาคตไกล ตอนแรกท่านพ่อของนางพอใจที่ครอบครัวของเขามือสะอาด และมีความสามารถ ไม่มีความรู้สึกของบัณฑิตที่ดูถูกพ่อค้าเลย จึงได้ให้นางแต่งงานกับเขา

เริ่มแรกสองคนก็มีความรักหวานชื่น แต่การใช้ชีวิตที่น่ากลัวที่สุดคือมีนิสัยเหมือนกันเกินไป หลี่รั่วฮุ่ยมีนิสัยแข็งกร้าว หลิวจ้งก็มีอารมณ์ร้อน ผ่านไปไม่นาน ทั้งสองก็มีปากเสียงเรื่องทั่วไปบ่อยครั้ง

Comments

comments

No tags for this post.
Continue Reading

More in ทดลองอ่าน

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 91-92

    By

    บทที่ 91 ฉีอวี้เหม่อมองเสิ่นหุย มองดูเสด็จน้าทรุดนั่งลงบนพื้น เขาก้มหน้าลงจ้องมองกางเกงตัวในของตนที่เปียกชุ่มแนบติดขา ดูเหมือนเพิ่งเข้าใจว่า...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 69

    By

    บทที่ 69 ครั้นรถม้าที่จ้าวจงฟางกับจิตรกรน้อยนั่งอยู่จากไป หานเค่อรั่งก็เปลี่ยนสีหน้า เขาหันมาทางผู้ใต้บังคับบัญชาที่ยืนอยู่ด้านข้าง สายตากวา...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 89-90

    By

    บทที่ 89 เสิ่นหุยนึกถึงผู้ช่วยเสนาบดีฝ่ายซ้ายคนก่อนขึ้นมาทันใด นางรีบถามว่า “แล้วใต้เท้าซูเล่า” คนที่มาแจ้งข่าวทำงานนอกวังหลวงอยู่ตลอด ไม่ค่...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 67-68

    By

    บทที่ 67 เผยเซียวหยวนถอยออกมาถึงระเบียงประตูนอกห้องจัดเลี้ยง ยืนรอนางอยู่ที่นั่น เมื่อนางเดินมาถึงเบื้องหน้าตน เขาก็ยิ้มบางแล้วพยักหน้าเล็กน...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 87-88

    By

    บทที่ 87 เสิ่นหุยมองดูเผยไหวกวงดื่มสุราหนึ่งถ้วย นางลังเลอยู่ครู่หนึ่ง จึงยกกาสุราขึ้นมารินให้ตนเองเล็กน้อย เผยไหวกวงเหลือบตาขึ้นมองนางอย่าง...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 65-66

    By

    บทที่ 65 วันนี้ก็เป็นวันครบรอบการจากไปของชุยเหนียงจื่อมารดาของเผยเซียวหยวน ปีนั้นหลังจากเหตุการณ์ที่ประตูตันเฟิ่งผ่านไปไม่นานนางก็ถึงแก่กรรม...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 85-86

    By

    บทที่ 85 เผยไหวกวงทำตามความปรารถนาของเสิ่นหุย ล้างมือให้สะอาดในน้ำอุ่นที่นางเตรียมไว้ให้เขา จากนั้นก็ใช้ผ้าเช็ดหน้าที่นางพาดไว้เช็ดคราบน้ำบน...

บทความยอดนิยม

everY

ทดลองอ่าน เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 Chapter 2.1-2.2 #นิยายวาย

ทดลองอ่าน เรื่อง เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 ผู้เขียน : MINTRAN แปลโดย : ทันบี ผลงานเรื่อง : 배타적 연애 금지구역 ถือเป็นลิขสิทธิ์...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 85-86

บทที่ 85 เผยไหวกวงทำตามความปรารถนาของเสิ่นหุย ล้างมือให้สะอาดในน้ำอุ่นที่นางเตรียมไว้ให้เขา จากนั้นก็ใช้ผ้าเช็ดหน้าที่นา...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 87-88

บทที่ 87 เสิ่นหุยมองดูเผยไหวกวงดื่มสุราหนึ่งถ้วย นางลังเลอยู่ครู่หนึ่ง จึงยกกาสุราขึ้นมารินให้ตนเองเล็กน้อย เผยไหวกวงเหล...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 63-64

บทที่ 63 เผยเซียวหยวนมีสมองที่แจ่มใสและเฉียบแหลม เขาจึงเข้าใจความหมายในคำพูดเหล่านั้นของนางได้โดยไม่สงสัยเลยแม้แต่น้อย ท...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 65-66

บทที่ 65 วันนี้ก็เป็นวันครบรอบการจากไปของชุยเหนียงจื่อมารดาของเผยเซียวหยวน ปีนั้นหลังจากเหตุการณ์ที่ประตูตันเฟิ่งผ่านไปไ...

community.jamsai.com