บทที่ 7 บาดหมาง
จวนสกุลเซี่ย ยามโฉ่วสามเค่อ
เผยเจินเหลือบมองกาน้ำหยดที่ไหลรินอย่างไร้เสียงบนโต๊ะ สีหน้าหงุดหงิดอย่างไม่ค่อยแสดงให้เห็น
หลังจากเซี่ยจิ่งซีออกจากจวนไป จนถึงตอนนี้ผ่านไปหนึ่งชั่วยามเต็มๆ แล้ว
นับตั้งแต่วันนั้นที่เขาเผชิญหน้ากับเหวยเจิ้งที่หน้าศาลต้าหลี่อย่างเปิดเผย ทางเสนาบดีหวังก็ได้ควบคุมช่องทางการสืบสวนทั้งหมดอย่างลับๆ
ทางศาลต้าหลี่ไม่ใช่ไม่เคยส่งคนไปตรวจสอบที่จวนสกุลเฉิน แต่ผู้คนในจวนนั้นต่างก็ปกปิดการตายของเจ้ากรมเฉินอย่างมิดชิด ถามอะไรก็ไม่รู้เรื่อง หรือไม่ก็ตอบแบบขอไปที และสิ่งที่ยุ่งยากยิ่งไปกว่านั้นก็คือครอบครัวสกุลเฉินปฏิเสธที่จะให้ทางการเข้าไปตรวจสอบอย่างละเอียดภายในจวน โดยอ้างว่าเจ้าของบ้านเพิ่งเสียชีวิตไปไม่นาน ฮ่องเต้จำต้องเห็นแก่หน้าของเจ้ากรมเฉินผู้เป็นขุนนางเก่าแก่ของสองราชวงศ์จึงไม่อยากใช้ท่าทีแข็งกร้าวจนเกินไป
เมื่อเป็นเช่นนี้การสอบสวนคดีของศาลต้าหลี่จึงพูดได้ว่าไม่กล้าวู่วามและมีความลำบากทุกย่างก้าว ดังนั้นการลอบเข้าไปสืบสวนยามวิกาลในวันนี้ก็เพราะไม่มีทางเลือกอื่นจริงๆ
ตามข้อมูลที่ได้รับก่อนหน้านี้ ในคืนเกิดเหตุเฉินจือจ้งมีอาการปวดศีรษะกะทันหัน ครั้งนี้เซี่ยจิ่งซีจึงไปดูห้องด้านหลังจวนซึ่งเป็นที่เก็บยาของจวนสกุลเฉินเท่านั้น แต่ด้วยฝีมือของเขา ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่น่าจะล่าช้าถึงเพียงนี้…
เผยเจินถอนหายใจ ปริศนาบนเศษหยกยิ่งคัดลอกยิ่งยุ่งเหยิง ในที่สุดจึงวางพู่กันลง กำลังวางแผนจะส่งคนไปที่จวนสกุลเฉินเพื่อค้นหาความจริง แต่ประตูกลับถูกคนผลักออกในเวลานี้
เซี่ยจิ่งซีในชุดคลุมสีดำยืนอยู่ด้านนอก หน้ากากสะท้อนแสงเทียนภายในห้อง เห็นสีหน้าไม่ชัดเจน แต่เผยเจินกลับสังเกตเห็นความกดดันอย่างหนักได้อย่างรวดเร็ว สายตาของเขาหลุบลงต่ำ มองไปที่แผลฉีกขาดบริเวณเอว
เผยเจินตกตะลึง เมื่อหันตัวตามเซี่ยจิ่งซีก็ต้องตกตะลึงกับความสกปรกที่ด้านหลังของเขาจนพูดไม่ออกไปชั่วขณะอีกครั้ง
นี่เหตุใด…จึงดูเหมือนเกิดจากหลังกระแทกพื้นเช่นนั้น
เผยเจินไม่เข้าใจ มองดูเซี่ยจิ่งซีที่น่าสังเวชอย่างไม่ค่อยเคยเห็นแล้วจึงเรียกด้วยความสงสัย “ใต้เท้า…”
เซี่ยจิ่งซีไม่ได้มีสีหน้าที่ดีนัก ตัวเขาไม่ชอบถูกคนอื่นทำลายแผนการ และยิ่งไม่ต้องพูดถึงการถูกตลบหลัง เขาต้องออกแรงอย่างหนักจึงรอดพ้นจากอันตรายมาได้ แต่คนผู้นั้นกลับหนีตัวปลิวไปนานแล้ว เรื่องเช่นนี้เซี่ยจิ่งซีย่อมไม่อยากบอกเผยเจิน
เขาถอดหน้ากากออกเงียบๆ แล้ววางไว้บนโต๊ะ พูดด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม “เมื่อครู่ข้าพบแขกที่ไม่ได้รับเชิญที่จวนสกุลเฉิน”
“หา?” เผยเจินรู้สึกประหลาดใจ แต่เมื่อนึกถึงสภาพของอีกฝ่ายในเวลานี้ ความสงสัยของเขาก็ได้รับการคลี่คลายในทันที
“ถ้าเช่นนั้นใต้เท้าได้เบาะแสอะไรบ้างหรือไม่”
“ไม่ได้” เซี่ยจิ่งซีตอบอย่างไม่ปิดบัง แต่มือที่ถือถ้วยชากลับชะงักเล็กน้อย “คนผู้นั้นมีวิทยายุทธ์เล็กน้อยแต่กลับไม่ใช้ท่าไม้ตาย ข้าลองทดสอบหลายครั้ง ดูเหมือนอีกฝ่ายไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับข้า ดูแล้วหากไม่ใช่ฆาตกรไปทำลายหลักฐานก็ต้อง…” เขาหยุดชะงัก น้ำเสียงอบอุ่นและลุ่มลึกลอยออกมาจากด้านหลังไอน้ำ “มีใครบางคนกำลังแทรกแซงคดีนี้อย่างลับๆ”
เผยเจินได้ยินแล้วก็ตกใจ ซักถามว่า “ถ้าเช่นนั้นคนที่ใต้เท้าเห็นเป็นไปได้หรือไม่ว่าเป็นคนของเสนาบดีหวัง”
เซี่ยจิ่งซีไม่ได้พูดอะไร ได้แต่ก้มหน้าดื่มชา
จะว่าไปแล้วเฉินจือจ้งนับเป็นสหายเก่าของเสนาบดีเสิ่นในกรมอาญา การเสียชีวิตอย่างไม่มีสาเหตุ เสนาบดีฝ่ายซ้ายจึงมีจุดยืนที่จะแทรกแซงอย่างลับๆ แต่ว่า…