ทดลองอ่าน วิวาห์ร้อนซ่อนเงาแค้น บทที่ 1-2 – หน้า 3 – Jamsai
Connect with us

Jamsai

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน วิวาห์ร้อนซ่อนเงาแค้น บทที่ 1-2

“ข้ารู้แล้ว! ข้ารู้แล้ว!”

ทุกคนตกใจกับการขัดจังหวะกะทันหันนี้และต่างพากันหันไปมองนาง

“คือฉุ่น! อักษรชุนหนึ่งตัว ผีเสื้อสองตัวเมื่อนำมารวมกันก็คือตัวอักษรฉุ่น! ทั้งประโยคแรกและประโยคหลังล้วนหมายถึงโง่เขลาทั้งหมด!”

“อืม ดังนั้นก็คือโง่แล้วโง่อีก” เสิ่นเจาเหยียนตอบพวกนางอย่างใจเย็นแล้วยื่นโคมไฟในมือให้หวังถง

“หุบปาก!”

เกิดเสียงดัง ‘ตุบ’ โคมไฟตกลงสู่พื้น

หวังถงเคยถูกเหยียดหยามเช่นนี้ที่ใดกัน มือข้างหนึ่งผลักสตรีผู้สูงศักดิ์ที่ทายปริศนาได้ มืออีกข้างปัดโคมไฟในมือของเสิ่นเจาเหยียนกระเด็นไป แล้วก้าวไปข้างหน้าจะเอาเรื่องนาง แต่คำว่า “เจ้า” เพิ่งหลุดออกจากปากก็มีเสียงโกลาหลดังมาจากอีกฝั่งของถนนจูเชวี่ยที่พลุกพล่าน

ทุกคนต่างสวมใส่ชุดลำลอง นอกจากหวังถงและเสิ่นเจาเหยียนที่นำองครักษ์ติดตามมาหลายคนแล้ว สตรีผู้สูงศักดิ์ที่ร่วมทางมาด้วยส่วนใหญ่จะนำสาวใช้มาเพียงคนเดียวและมีบ่าวรับใช้บังคับรถม้ามาด้วยเท่านั้น เมื่อประสบกับสถานการณ์ที่ผิดปกติกะทันหันเช่นเวลานี้จึงมีเพียงองครักษ์ติดตามซึ่งปกติได้รับการฝึกฝนอย่างดีเหล่านั้นที่รีบล้อมวงกันเข้ามา

“เกิดอะไรขึ้น!” เสิ่นเจาเหยียนมองไปโดยรอบ พบว่าผู้คนทั้งหมดที่ปรากฏตัวอยู่บนถนนจูเชวี่ยล้วนเป็นคนของกององครักษ์หน่วยจินอู๋ ดูเหมือนว่าจะมีเรื่องใหญ่เกิดขึ้น

ทุกคนยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง จนกระทั่งได้พบกับองครักษ์หน่วยจินอู๋ที่องครักษ์ติดตามของนางรู้จักกำลังจะเดินผ่านไปจึงสืบข่าวมาได้

“ตามที่สหายร่วมงานขององครักษ์หน่วยจินอู๋บอก เมื่อหนึ่งชั่วยามก่อนเกิดคดีฆาตกรรมขึ้นที่จวนของเจ้ากรมเฉิน เพื่อความปลอดภัยของงานประดับโคมไฟ องครักษ์หน่วยจินอู๋จึงได้ส่งกำลังพลมาที่นี่เพิ่มเติมขอรับ”

“เจ้ากรมเฉิน?” มีคนพูดทวนอีกครั้งแล้วถามด้วยอาการใจสั่นเล็กน้อย “เจ้ากรมเฉินคนใด”

เสิ่นเจาเหยียนเหลือบมองคนผู้นั้นแวบหนึ่ง “เฉินจือจ้ง เจ้ากรมอาญาคนปัจจุบัน”

“หา?” เมื่อทุกคนได้ยินเช่นนี้ นอกจากรู้สึกประหลาดใจแล้วยังอยากรู้อยากเห็นอีกด้วย จึงอดซักถามไม่ได้ “ใคร คดีฆาตกรรมอะไร”

“ตามข้อมูลของศาลต้าหลี่ เจ้ากรมเฉินถูกฆาตกรรมในจวนเมื่อหนึ่งชั่วยามก่อน ช่วงเวลานั้นทุกคนกำลังเดินเล่นอยู่ตามท้องถนน จนกระทั่งฆาตกรจุดไฟเผาห้องหนังสือของจวนสกุลเฉิน บ่าวรับใช้ที่เห็นเปลวเพลิงจึงรีบรุดมา ในตอนแรกพวกเขาคิดว่าไฟไหม้จวน แต่เมื่อไฟดับแล้วจึงได้เห็นว่าด้านในมีศพอยู่หนึ่งศพ หลังจากตรวจสอบก็พบว่าผู้ตายคือเจ้ากรมเฉินนั่นเอง”

“อะไรนะ!” ทุกคนต่างไม่อยากจะเชื่อ

เจ้ากรมลำดับหลักขั้นสามเสียชีวิตภายในจวนและศพยังถูกเผาอีกด้วย เหตุการณ์สะเทือนขวัญเช่นนี้น่าจะเกิดขึ้นเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่สถาปนาต้าโจวเป็นต้นมา ทุกคนต่างเงียบไปครู่หนึ่ง จากนั้นจึงเริ่มวิพากษ์วิจารณ์กันเซ็งแซ่

เสิ่นเจาเหยียนไม่เคยคิดที่จะร่วมวงวิพากษ์วิจารณ์ และยิ่งไม่ชอบการซุบซิบเรื่องหลังความตายของผู้อื่น ดังนั้นจึงคร้านที่จะสนใจ นางเรียกองครักษ์ติดตามเตรียมจะจากไป แต่เพิ่งย่างเท้าก็ได้ยินใครบางคนที่อยู่ข้างหลังเอ่ยถามขึ้น

“จับตัวฆาตกรผู้นั้นได้หรือยัง”

องครักษ์หน่วยจินอู๋ที่ถูกรั้งตัวไว้ถอนหายใจแล้วพูดว่า “ยังขอรับ แต่หลังจากคนของศาลต้าหลี่ตรวจดูศพแล้ว พบว่าวิธีการก่อเหตุของฆาตกรเหมือนกับคดีฆาตกรรมเจ้าเมืองเฟิงโจวเมื่อต้นปีนี้”

“เจ้าว่าอย่างไรนะ”

เสิ่นเจาเหยียนหันกลับไปมององครักษ์หน่วยจินอู๋คนนั้นอย่างไม่อยากจะเชื่อ

คนผู้นั้นไม่เคยพบเสิ่นเจาเหยียนมาก่อน ย่อมไม่รู้ฐานะของนาง แต่เขารู้ว่าสหายร่วมงานที่เพิ่งพูดคุยกับเขาเป็นองครักษ์ติดตามของเจาผิงจวิ้นจู่ เมื่อมองเสิ่นเจาเหยียนอีกครั้ง ในใจก็พอจะรู้แล้วเลยไม่กล้าปิดบัง จึงเล่าตั้งแต่ต้นจนจบ

“เวลานี้ศพของเจ้ากรมเฉินอยู่ที่ศาลต้าหลี่…”

“ข้าถามเจ้าว่าคดีนี้เกี่ยวอะไรกับเฟิงโจว?!”

เสียงตวาดด้วยความโกรธหยุดการวิพากษ์วิจารณ์ของผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ทันที

ชายผู้นี้เห็นชัดว่าถูกแรงกดดันของเสิ่นเจาเหยียนทำให้ตื่นตกใจจนลืมตอบคำถามไปชั่วขณะ ผ่านไปครู่หนึ่งจึงพูดออกมาอย่างตะกุกตะกัก

“เจ้าหน้าที่ชันสูตรศพพบว่าวิธีการก่อเหตุในคดีนี้เหมือนกับคดีที่เมืองเฟิงโจวเมื่อต้นปี ดังนั้นจึงสงสัย…สงสัยว่า…”

เขายังพูดไม่จบ สีหน้าของเสิ่นเจาเหยียนก็เย็นชาลง ขณะหันหลังกลับก็ถูกหวังถงคว้าแขนเสื้อไว้

นางมองหน้าเสิ่นเจาเหยียน ดวงตายกโค้งพลางพูดอย่างสาแก่ใจว่า “หากจำไม่ผิด คดีที่เมืองเฟิงโจวเมื่อต้นปีดูเหมือนเสนาบดีเสิ่นจะเป็นผู้สะสางใช่หรือไม่ ในตอนนั้นสามารถไขคดีได้ภายในหนึ่งเดือน จับกุมฆาตกรตัวจริงได้ แต่สุดท้ายกลับกลายเป็นแค่การตัดสินคดีผิดพลาด?”

เสิ่นเจาเหยียนไม่พูดอะไร ดึงแขนเสื้อของตนเองกลับด้วยสีหน้าเย็นชา ทว่าดูเหมือนหวังถงจะไม่เข้าใจหลักการว่าควรหยุดเมื่อได้เปรียบ ยังคงพูดกับคนอื่นๆ อย่างไม่ยอมเลิกรา

“ดังนั้นการทำให้ใครคนหนึ่งต้องตายอย่างไม่ได้รับความเป็นธรรม สุดท้ายจะต้องชดใช้ด้วยชีวิตหรือไม่…อื้อ…”

ยังไม่ทันพูดจบ หวังถงก็ถูกยกคางขึ้น เสียงขาดหายไป

ทุกคนต่างตกตะลึง รวมทั้งเวินซูด้วย

สีหน้าของเสิ่นเจาเหยียนยามนี้น่ากลัวยิ่ง นางหลุบตาลงมองหวังถงซึ่งกำลังถลึงตาด้วยความตกตะลึงแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา

“ลิ้นงอกในปาก ไม่ได้มีไว้ให้เจ้าพูดพล่อยๆ หากไม่ต้องการใช้ก็สามารถตัดออกได้” พูดจบก็หันหลังไปพูดกับสารถีอย่างเย็นชา “ไปศาลต้าหลี่”

Comments

comments

No tags for this post.
Continue Reading

More in ทดลองอ่าน

บทความยอดนิยม

everY

ทดลองอ่าน เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 Chapter 2.1-2.2 #นิยายวาย

ทดลองอ่าน เรื่อง เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 ผู้เขียน : MINTRAN แปลโดย : ทันบี ผลงานเรื่อง : 배타적 연애 금지구역 ถือเป็นลิขสิทธิ์...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน พฤกษางามในห้วงเมามาย บทที่ 57.1-57.2

บทที่ 57.1 ดูเหมือนว่าสตรีผู้นี้ไม่ล่วงรู้ว่าเวลาที่นางงดงามที่สุดหาใช่ยามยิ้มหวานประจบเอาใจคน แต่เป็นท่าทางที่นางเบิกตา...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน พฤกษางามในห้วงเมามาย บทที่ 58.1-58.2

บทที่ 58.1 วันงานเทศกาลคึกคักพลุกพล่านเช่นนี้มักเป็นช่วงที่มีสตรีในห้องหอกับเด็กน้อยหายตัวไปมากที่สุด ซุนซื่อมารดาของฉู่...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน พฤกษางามในห้วงเมามาย บทที่ 59.1-59.2

บทที่ 59.1 ใต้เท้าเฉิงเห็นว่าซือถูเซิ่งสำคัญตนผิดไป ทั้งยังยกฮ่องเต้มาข่มขู่เขา เขาก็หัวเราะแล้วกล่าวว่า “ท่านรู้หรือไม่...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน ท่านผู้เป็นดั่งดวงใจ บทที่ 65-66

บทที่ 65 ม้าเร็วกลุ่มหนึ่งควบห้อตะบึงผ่านนอกหมู่บ้าน ดวงอาทิตย์คล้อยลงต่ำเผยแสงยามอัสดง กองทัพใหญ่ของเหลียงโจวต่างอยู่ละ...

community.jamsai.com