ทดลองอ่าน สานวาสนากับท่านอาของอดีตคู่หมั้น บทที่ 143-144 – Jamsai
Connect with us

Jamsai

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน สานวาสนากับท่านอาของอดีตคู่หมั้น บทที่ 143-144

หน้าที่แล้ว1 of 6

บทที่ 143

 

“ได้ยินว่ากู้เจี้ยนหลีวันๆ หมกตัวอยู่แต่ในบ้าน ออกมาข้างนอกน้อยเหลือเกินนับตั้งแต่เสียโฉม วันนี้เป็นงานเลี้ยงวันเกิดของบิดานาง อู่เสียนอ๋องจัดงานใหญ่โตเป็นปีแรก ไม่ว่าอย่างไรนางก็ต้องมาปรากฏโฉมกระมัง” ฉินซูหวั่นเอ่ย

จ้าวอวิ๋นหลิงแม่นางวัยกำดัดที่นั่งอยู่ติดกับนางกล่าวรับว่า “ข้าเห็นว่าวันนี้เป็นหลีคนพี่คอยต้อนรับแขกเหรื่อสตรีโดยตลอด ยังไม่เห็นหลีคนน้องเลย ทว่าต่อให้นางปรากฏโฉมแล้วอย่างไร ก็คงมิพ้นคลุมผ้าคลุมหน้า ก่อนหน้านี้นางออกข้างนอกล้วนคลุมหน้าไว้ทุกครั้ง”

“คลุมผ้าคลุมหน้าอะไรกัน ไม่คลุมจะดีกว่า” ฉินซูหวั่นพูดด้วยน้ำเสียงเนิบๆ

จ้าวอวิ๋นหลิงป้องปากยิ้ม “เช่นนั้นประเดี๋ยวนางปรากฏโฉม เจ้าไปเปิดผ้าคลุมบนหน้านางก็มิใช่สิ้นเรื่องแล้วหรือ เลียนอย่างถังหงฮุ่ยอย่างไรเล่า”

“เจ้าอย่ามาหลอกข้าเสียให้ยาก ถังหงฮุ่ยตอนนี้น่าสังเวชมากเพียงใด ถูกสองตระกูลถอนหมั้นติดต่อกัน ทั้งยังถูกนายหญิงของตระกูลดุด่าต่อหน้าธารกำนัล โชคดีที่นางไม่คิดเล็กคิดน้อย หากมีนิสัยหัวรั้น ไม่เอาผ้าขาวผูกคอก็คงได้แล่นไปบวชชีแล้ว”

เหอเป่าจวินกับเฉิงเหมยหย่าเดินจูงมือกันมาได้ยินบทสนทนาของพวกนางสองคนเข้าพอดี เฉิงเหมยหย่าจึงเอ่ยปากว่า “เกรงว่าพวกเจ้าสองคนคงต้องผิดหวังแล้ว ใบหน้าของเจี้ยนหลีหายดีแล้ว ยามนี้ผิวพรรณเนียนนุ่มประดุจก้อนไขมัน ไม่หลงเหลือรอยใดๆ แม้เพียงน้อยนิด ในความเห็นข้า นางงามพริ้งเพริศกว่าเมื่อก่อนหลายส่วนเลยทีเดียว”

จู่ๆ ได้ยินเสียงของเฉิงเหมยหย่า ฉินซูหวั่นก็นิ่งงันไป ที่สุดแล้วก็เป็นการวิพากษ์วิจารณ์ผู้อื่นลับหลัง ถูกคนมาพบเห็นเข้าออกจะขายหน้าอยู่สักหน่อย

ฉินซูหวั่นฉีกยิ้ม แต่กลับไม่เป็นธรรมชาตินัก นางกล่าวว่า “เจ้าอย่าได้มาหลอกกัน รอยตะปุ่มตะป่ำบนหน้านางจะหายไปได้อย่างไร นั่นเป็นตุ่มแผลเป็นที่หลงเหลือมาจากไข้ทรพิษเชียวนะ”

“เป็นความจริง ข้ากับเป่าจวินเห็นเองกับตา!” เฉิงเหมยหย่ารีบร้อนแก้ต่าง “นางยังรับปากจะช่วยหาหมอฝีมือดีมาศึกษาตำรับยาแล้วมอบให้ข้าด้วย!”

ฉินซูหวั่นเพียงยิ้มโดยไม่เอ่ยคำใด บนหน้ามีคำว่าไม่เชื่อเขียนอยู่เต็ม

เฉิงเหมยหย่าร้อนใจแล้ว รีบกล่าวว่า “ไม่เพียงข้าเห็น เป่าจวิน อวี๋จวิน รวมถึงคุณหนูสามสกุลเยวี่ยก็เห็นกันทั้งนั้น เป่าจวิน เจ้าว่าใช่หรือไม่”

“ใช่แล้ว ใบหน้าของกู้เจี้ยนหลีหายดีแล้วจริงๆ”

ฉินซูหวั่นประเมินมองเฉิงเหมยหย่ากับเหอเป่าจวินด้วยความเคลือบแคลง ในใจนางไม่เชื่อ ถึงอย่างไรก็ไม่เคยได้ยินว่าตุ่มแผลเป็นจากไข้ทรพิษจะเลือนหายไปได้ นับประสาอะไรกับบอกว่าผิวพรรณเนียนนุ่มประดุจก้อนไขมัน ทั้งยังงามกว่าเมื่อก่อนอีก…

เป็นไปไม่ได้โดยสิ้นเชิง

นางแค่นหัวเราะเบาๆ ทีหนึ่งก่อนเอ่ยว่า “ข้ารู้ว่าพวกเจ้าสองคนมีไมตรีอันดีกับนาง แต่เรื่องพรรค์นี้มีอันใดน่าปิดบังกัน ประเดี๋ยวนางปรากฏโฉม ผู้อื่นไม่เชื่อ ขอให้นางเปิดผ้าคลุมหน้า จะมิใช่ทำให้นางขายหน้าหนักหรือไร อ้อ…ข้ารู้แล้ว คงมิใช่ว่าพวกเจ้าสองคนมีความคิดนี้อยู่พอดีกระมัง”

“เจ้าอย่าพูดเหลวไหล!”

จ้าวอวิ๋นหลิงรีบไกล่เกลี่ยสถานการณ์ “พวกเราอย่าพูดเรื่องนี้กันอีกเลย นางจะงดงามหรืออัปลักษณ์เกี่ยวอะไรกับพวกเรา”

เหอเป่าจวินเองก็หยิกเฉิงเหมยหย่าไปหนึ่งทีแล้วเกลี้ยกล่อมเช่นกัน “ไม่พูดเรื่องนี้แล้ว พวกเราไปหาปี้หลันกันเถอะ…”

ฉินซูหวั่นพลันรู้สึกเหมือนถูกจับจุดอ่อนได้ จึงร้อง “แหม” ด้วยน้ำเสียงประชดประชันก่อนกล่าวว่า “เดิมทีเจ้าโกหกพกลมอยู่คนเดียว ยามนี้เป่าจวินยังมาพลอยร่วมมือกับเจ้าด้วยอีกคน เป่าจวินเอ๋ย เจ้าอย่าถูกนางหลอกเอาเชียว”

ถึงแม้จ้าวอวิ๋นหลิงและเหอเป่าจวินจะอยากเกลี้ยกล่อมคนทั้งสองให้เลิกแล้วต่อกัน ทว่าฉินซูหวั่นกับเฉิงเหมยหย่ากลับต่อปากต่อคำกันไปมา ทุ่มเถียงกันเสียงดังจนดึงดูดคนรอบข้างมามุงกันแล้ว

ฉินซูหวั่นมั่นใจว่าเฉิงเหมยหย่าพูดเหลวไหล ยิ่งอับอายจนกลายเป็นโกรธ “อะไรกัน ยามเจี้ยนหลีตกยากกลับไม่เห็นเงาเจ้า ยามนี้รี่มาประจบ นางไม่ได้อยู่ตรงนี้เสียหน่อย เจ้าประจบประแจงอะไร ยังมีหน้ามาคุยโวสอพลอ! คนทั่วไปเทียบไม่ติดฝุ่น!”

เฉิงเหมยหย่าโมโหจนหน้าซีดแล้ว ชี้หน้าฉินซูหวั่นพลางพูดไม่หยุดว่านางวิพากษ์วิจารณ์ผู้อื่นเสียๆ หายๆ ลับหลัง

“มีใครได้ยินบ้าง อวิ๋นหลิงเจ้าได้ยินหรือไม่” ฉินซูหวั่นไม่ยอมรับ

จ้าวอวิ๋นหลิงไม่กล้าปริปาก

“เลิกทะเลาะกันได้แล้ว คนของก่วงเสียนอ๋องกับเซียงซีกงมาถึงกันแล้ว”

คนที่มุงดูรีบขวางพวกนางไว้ จะปล่อยให้เรื่องบานปลายจนกลายเป็นขี้ปากคนไม่ได้ ทว่าหลังแยกย้ายแล้วบรรดาคนทั้งหลายกลับล้วนจับกลุ่มเล็กๆ พูดคุยกันถึงใบหน้าของกู้เจี้ยนหลี ในจำนวนนั้นย่อมมิขาดผู้ที่มีไมตรีอันดีกับพวกหลงอวี๋จวิน เฉิงเหมยหย่า และเหอเป่าจวิน คนเหล่านี้ได้ยินว่ากู้เจี้ยนหลีกลับมามีรูปโฉมงดงามตามเดิมแล้ว ทว่าแม้จะได้ยินข่าว แต่ไม่ได้เห็นเองกับตาย่อมจะมีท่าทีสงสัย ต่อให้ยาลบเลือนแผลเป็นดีเพียงใดก็เป็นไปไม่ได้ที่จะไม่หลงเหลือรอยแม้แต่นิดเดียวกระมัง

คนจำนวนมากไม่เชื่อโดยสิ้นเชิง

หน้าที่แล้ว1 of 6

Comments

comments

No tags for this post.
Continue Reading

More in ทดลองอ่าน

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 174-175

    By

    บทที่ 174 หลังจากเสิ่นหุยกระซิบประโยคนี้แล้วก็ถอยหลังไปเล็กน้อย หลุบตาลงมองฉีอวี้แล้วพูดอย่างอ่อนโยนว่า “อวี้เอ๋อร์ ยามเย็นข้าจะไปกินอาหารเย...

  • กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น

    ทดลองอ่าน กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น บทที่ 5-6

    By

    บทที่ 5 เมื่อคิดถึงตรงนี้เจียงซิ่วรุ่นก็ชิงเอ่ยปากต่อหน้าเซินยงว่า “เมื่อครู่พี่ชายได้ขอยกเลิกเรือนที่กรมพิธีการจัดสรรให้เรียบร้อยแล้ว อีกปร...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 172-173

    By

    บทที่ 172 เมื่อคืนเสิ่นหยวนหงดึงเสิ่นหมิงอวี้มาซักถามอย่างละเอียด เสิ่นหมิงอวี้คิดว่าในเมื่อการลอบปลงพระชนม์ฮ่องเต้สำเร็จแล้ว จึงตัดสินใจเล่...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 122-123

    By

    บทที่ 122 ยามเที่ยงคืน จุดพักม้าที่รับรองแขกสูงศักดิ์ยุ่งวุ่นวายมาทั้งคืนในที่สุดก็กลับสู่ความเงียบสงบ แสงไฟบริเวณรอบๆ สลัวลง นอกจากทหารจากก...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 170-171

    By

    บทที่ 170 ‘เช่นนั้นหลังจากนี้ทุกวันที่สิบห้าข้าจะปกป้องท่านเอง’ เผยไหวกวงคิดว่าการได้ยินของตนเองคงจะมีปัญหา เขามองเสิ่นหุยที่อยู่ตรงหน้าแล้ว...

  • กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น

    ทดลองอ่าน กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น บทที่ 3-4

    By

    บทที่ 3 ดังนั้นทหารองครักษ์นายนั้นจึงไม่พูดอะไรอีก เพียงก่อเตาเล็กอย่างง่ายๆ ขึ้นมา แล้วใช้ถ่านไม้ไผ่บนรถม้าต้มน้ำร้อนเงียบๆ หลายกาในลานด้าน...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 120-121

    By

    บทที่ 120 ป่ารกร้างนอกเมืองช่วงเย็นย่ำ ตะวันยามสายัณห์สีแดงฉานดุจโลหิต เฉิงผิงถอดรองเท้าหุ้มแข้งออกก่อนนั่งขัดสมาธิตามสบายอยู่บนหินก้อนใหญ่ร...

บทความยอดนิยม

everY

ทดลองอ่าน เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 Chapter 2.1-2.2 #นิยายวาย

ทดลองอ่าน เรื่อง เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 ผู้เขียน : MINTRAN แปลโดย : ทันบี ผลงานเรื่อง : 배타적 연애 금지구역 ถือเป็นลิขสิทธิ์...

กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น

ทดลองอ่าน กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น บทที่ 1-2

บทที่ 1 แคว้นต้าฉีถือเป็นผู้ปกครองแห่งใต้หล้า โดยมีเมืองลั่วอันที่รุ่งโรจน์เป็นเมืองหลวง ที่นั่นเป็นสถานที่รุ่งเรืองมั่ง...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 85-86

บทที่ 85 เผยไหวกวงทำตามความปรารถนาของเสิ่นหุย ล้างมือให้สะอาดในน้ำอุ่นที่นางเตรียมไว้ให้เขา จากนั้นก็ใช้ผ้าเช็ดหน้าที่นา...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 87-88

บทที่ 87 เสิ่นหุยมองดูเผยไหวกวงดื่มสุราหนึ่งถ้วย นางลังเลอยู่ครู่หนึ่ง จึงยกกาสุราขึ้นมารินให้ตนเองเล็กน้อย เผยไหวกวงเหล...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 63-64

บทที่ 63 เผยเซียวหยวนมีสมองที่แจ่มใสและเฉียบแหลม เขาจึงเข้าใจความหมายในคำพูดเหล่านั้นของนางได้โดยไม่สงสัยเลยแม้แต่น้อย ท...

community.jamsai.com