“ตอนเกิดเหตุเจ้าขึ้นไปหลบบนซุ้มไม้ทันท่วงที มีไหวพริบจริงๆ”
“เป็นพี่รองส่งข้าขึ้นไป” หมิงหวาฉังพูดอยู่กับเฉิงสวิน แต่ความคิดทั้งหมดจดจ่ออยู่กับอุบัติเหตุที่ด้านหน้าพลางพึมพำกับตนเอง “อยู่ดีๆ เหตุใดถึงเกิดเหตุระเบิดจนมีคนตายได้เล่า”
เฉิงสวินหันมองไปตามสายตาของนาง แลเห็นหมิงหวาจางยืนอยู่ท่ามกลางฝูงชน กำลังสั่งการระบายคนอย่างมีแบบแผน เขาได้ยินมานานแล้วว่าคุณชายรองหมิงมีรูปโฉมไม่ธรรมดา ทว่าวันนี้ตนยืนอยู่ในคลื่นมนุษย์ เงยหน้ามองจากระยะไกล ถึงค่อยพบว่าอีกฝ่ายมีรูปโฉมโดดเด่นเพียงนี้
รูปลักษณ์ที่สง่างามหล่อเหลาเป็นเพียงจุดเด่นหนึ่งที่ไม่คู่ควรจะเอ่ยถึงที่สุด ท่วงทีสุขุมเยือกเย็นของเขา ดวงตาคมกริบ และความเด็ดเดี่ยวที่พุ่งเข้าสู่ฝูงชนโดยไม่ลังเลยามเกิดความโกลาหล สิ่งเหล่านี้ต่างหากคือจิตวิญญาณของคนผู้นี้
เฉิงสวินลอบประลองกำลังกับหมิงหวาจางมาทั้งคืน ชั่วขณะนี้ความหุนหันเหล่านั้นดุจกระแสน้ำลด คงเหลือเพียงความละอายกับจิตใจที่ยุ่งเหยิง ในที่สุดเขาก็เข้าใจแล้วว่าคำยกย่องที่ท่านปู่กับท่านย่ามีต่อหมิงหวาจางนั้นมาจากที่ใด และเข้าใจแล้วว่าเหตุใดหมิงหวาฉังถึงพูดโดยไม่ลังเลว่าพี่รองของนางเป็นคนหนุ่มที่ดีที่สุดในใต้หล้า
เขาเฉิงสวินห่างชั้นจนทาบไม่ติดจริงๆ เขารู้สึกว่าโชคดี…ที่คนผู้นี้เป็นแค่พี่ชายของหมิงหวาฉัง ต่อให้ถึงที่สุดเขาจะไม่มีทางสั่นคลอนตำแหน่งของหมิงหวาจางในใจนาง ทว่าอย่างน้อยเขาก็สามารถใช้ฐานะอื่นกลายเป็นบุรุษที่สำคัญที่สุดในครึ่งชีวิตหลังของนางได้
เฉิงสวินกล่าว “แม่นางรอง รองผู้ว่าการหมิงคงต้องวุ่นวายอีกสักพัก ตรงนี้อันตรายเกินไป ข้าส่งเจ้ากลับไปก่อนดีกว่า”
หมิงหวาฉังส่ายหน้าโดยไม่แม้แต่จะคิด สายตายังคงจับจ้องไปข้างหน้า “ไม่ ข้าจะรั้งอยู่ช่วยที่นี่ ขอบคุณในเจตนาดีของคุณชายใหญ่เฉิงอย่างยิ่ง ท่านกลับไปก่อนเถิด”
เฉิงสวินขมวดคิ้ว “ไม่ได้ เจ้าเป็นแม่นางตัวคนเดียว ข้าจะทิ้งเจ้าไว้ในสถานที่เช่นนี้ได้อย่างไร”
“ไม่ได้ทิ้ง เป็นข้าเลือกจะรั้งอยู่ที่นี่เอง” ในที่สุดหมิงหวาฉังก็เก็บสายตากลับมา มองไปที่ดวงตาของเฉิงสวินอย่างจริงจัง “ข้าชื่นชมในความจริงใจของคุณชายใหญ่เฉิง จึงไม่อยากจะถ่วงเวลาของท่าน ข้าขอพูดตามตรงก็แล้วกัน เจตนาของฮูหยินกั๋วกงกับฮูหยินซื่อจื่อข้ารู้ชัดเจนและรู้สึกขอบคุณยิ่งที่จวนของท่านยอมรับในตัวข้า ทว่า…ข้าไม่เหมาะสมกับท่าน”
การจับคู่เช่นนี้คนทั้งหมดล้วนแสร้งทำเป็นไม่รู้ทั้งที่กระจ่างแจ้งแก่ใจ เฉิงสวินนึกไม่ถึงว่าหมิงหวาฉังแม่นางน้อยผู้หนึ่งจะเป็นฝ่ายพูดออกมาก่อน เขาตกตะลึงไปชั่วขณะก็พูดอย่างตรงไปตรงมาเสียเลย
“ในเมื่อแม่นางรองรู้แล้ว เช่นนั้นข้าก็ไม่มีอะไรจะปิดบัง เหตุใดเจ้าถึงพูดเช่นนี้เล่า หรือกังวลว่าแต่งเข้าสกุลเฉิงแล้วจะได้รับความไม่เป็นธรรม หากเจ้ากังวลในจุดนี้ข้ารับรองได้ว่า…”
“ไม่ใช่เช่นนั้น” หมิงหวาฉังตัดบทเฉิงสวินอย่างประนีประนอม ยังคงมองเขาอย่างจริงจัง “ข้ารู้ว่าฮูหยินกั๋วกงกับฮูหยินซื่อจื่อใจกว้างมีเหตุผล พี่สาวน้องสาวสกุลเฉิงก็ล้วนเป็นคนอัธยาศัยดี ข้าชอบจวนเฉิงกั๋วกงยิ่งนัก ทว่า…ปัญหาระหว่างพวกเราไม่ได้อยู่ที่เหตุภายนอกเหล่านี้ แต่อยู่ที่ท่านกับข้าต่างหาก”
“ข้ากับเจ้า?” เฉิงสวินยิ่งงุนงง จึงถามออกมา “แม่นางรองรู้สึกว่าข้าทำไม่ดีตรงที่ใดหรือ”
“ไม่ใช่” หมิงหวาฉังรีบอธิบาย “คุณชายใหญ่เฉิงดียิ่ง จุดนี้ไม่มีข้อกังขา เป็นข้าต่างหากที่ไม่มีความดีความสามารถ ธรรมดาสามัญ ได้รับความสำคัญจากจวนเฉิงกั๋วกงเช่นนี้นับว่าเป็นเกียรติไม่น้อย เพียงแต่พวกเราไม่เหมาะสมกัน อย่างเช่นตอนนี้…ข้าอยากจะไปดูจุดเกิดเหตุว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่ เหตุใดเถ้าแก่ถึงถูกระเบิดตาย ต่อให้เหน็ดเหนื่อยจนดึกดื่นข้าก็ยอมรับอย่างเต็มใจ พี่รองกับท่านพ่อล้วนสนับสนุนให้ข้าทำเรื่องพวกนี้ แต่คุณชายใหญ่เฉิงกับจวนเฉิงกั๋วกงจะยอมรับสตรีที่ไม่เชื่อฟังผู้ใหญ่ทำตามใจชอบรั้งอยู่ข้างนอกดูศพได้หรือ”