เขายืนอยู่ด้านหลัง สายตาเย็นชามองประเมินผู้ที่มา เครื่องแต่งกายของเฉิงสวินวันนี้เห็นได้ชัดว่าจัดมาอย่างพิถีพิถัน ชุดยาว สายคาดเอว หยกพก ตลอดจนรองเท้าล้วนมองออกถึงความทุ่มเท หมิงหวาจางไล่กวาดตาไปทีละส่วน ติติงในใจว่าชุดของเฉิงสวินเทอะทะเกินไป สายคาดเอวลายพร้อยสีฉูดฉาด หยกพกก็จัดมาอย่างไร้ความประณีต รองเท้าถึงกับยังมีฝุ่นเกาะ สรุปคือไม่มีสักอย่างเข้าตาเขา
ทว่าหมิงหวาฉังยืนอยู่ในกลุ่มคน คิ้วตาดั่งบุปผากลับทอยิ้มสดใสให้เฉิงสวิน หมิงหวาจางพิจารณาเฉิงสวินอีกครา ยังคงรู้สึกว่าอีกฝ่ายไม่น่ามอง ไม่รู้นางกำลังยิ้มอะไร
ขณะเดียวกันหมิงหวาฉังที่ตกอยู่ท่ามกลางกลิ่นแป้งชาดก็ไม่รู้ว่าตัวนางกำลังยิ้มอะไรอยู่เช่นกัน ใครกำลังพูดคุยกับนางและนางกำลังพูดคุยกับใคร เมื่อครู่นางลงจากรถม้ายังไม่ทันหาทิศทางพบก็ถูกพามาอยู่กลางกลุ่มคนที่ใส่เครื่องประดับเต็มตัวแล้ว วันนี้จวนเฉิงกั๋วกงยกกันมาทั้งครอบครัว พวกเขาสามรุ่นอาศัยร่วมชายคา มีญาติมากหน้าหลายตาผิดกับจวนเจิ้นกั๋วกง ลำพังคุณชายคุณหนูสกุลเฉิงก็มีมากมาย ยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึงลูกสะใภ้แต่ละบ้านยังพาญาติตระกูลเดิมมาด้วย บุตรสาวสกุลเฉิงที่ออกเรือนไปแล้วก็พาน้องชายน้องสาวของสามีมาเช่นกัน เรียกได้ว่าเป็นครอบครัวใหญ่ที่แสนคับคั่ง
พวกสตรีแต่งกายแล้วมักงามคล้ายคลึงกัน หมิงหวาฉังถูกแสงอัญมณีแยงตาจนจำแนกใบหน้าแต่ละคนไม่ออกด้วยซ้ำ ทั้งยังต้องเรียกอีกฝ่ายว่าพี่สาวน้องสาวอย่างสนิทสนม เค้นสมองเอ่ยชมเสื้อผ้าเครื่องประดับของแต่ละคน และห้ามซ้ำกันอีกด้วย
ถึงยามต้องใช้ค่อยสำนึกว่าเรียนมาน้อย หมิงหวาฉังแสนเจ็บแค้นตนเองที่ไม่ได้เรียนถ้อยคำไพเราะเพิ่มอีกหลายๆ คำ
ไม่ง่ายกว่าจะทักทายทุกคนครบรอบหนึ่ง หมิงหวาฉังลอบพรูลมหายใจ ตอนนี้เพิ่งพบว่าหมิงหวาจางหายตัวไปแล้ว นางรีบมองหาก็พบว่าเขายืนอยู่ภายใต้แสงไฟพร่างพราย โคมปลาหลี่ทอประกายระยับลงบนร่างของเขา เขายังคงยืนตัวตรงดุจพู่กัน ท่วงทีน่าเกรงขาม ไม่แปดเปื้อนธุลี
ครั้นหมิงหวาฉังสบสายตากับเขาก็ตกตะลึง คิดในใจว่าเหตุใดเขาถึงคล้ายแมวที่หาบ้านไม่พบ ทั้งดุดันและโดดเดี่ยว เห็นอยู่ว่าเขาทำหน้าเย็นชาใส่ผู้อื่นคล้ายได้รับความไม่เป็นธรรมอย่างยิ่ง แต่นางยังคงยิ้มให้เขาพร้อมกับโบกมือแรงๆ
“พี่รอง เหตุใดท่านไปยืนไกลเช่นนั้นเล่า รีบมาตรงนี้เถิด!” เห็นเขาไม่ขยับเขยื้อน นางจึงวิ่งตรงไปจูงมือเขาอย่างไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น “พี่รองของข้าน่ามองเพียงนี้ คืนนี้ผู้คนมากมาย อย่าให้พวกนักต้มตุ๋นลักพาตัวท่านไปได้เชียว ไป พวกเราไปชมโคมไฟกัน”
หมิงหวาจางยังคงทำหน้านิ่ง ในดวงตากลับค่อยๆ มีรอยยิ้มผุดขึ้นมา เฉิงสวินเห็นหมิงหวาจางแล้วก็พูดเอาใจอย่างกระตือรือร้นเช่นกัน
“ใช่แล้ว รองผู้ว่าการหมิง วันนี้ขาดท่านไปไม่ได้เด็ดขาด”
คนจวนเฉิงกั๋วกงรู้ว่าวันนี้มาเพื่อให้เฉิงสวินดูตัวว่าที่ภรรยา เฉิงสวินเป็นหลานชายสายตรงคนโตของสกุลเฉิง ภรรยาของเขาต้องมีศักดิ์ไม่ธรรมดา บุตรสาวของเฉิงกั๋วกงที่ออกเรือนไปแล้วสามคนได้รับข่าวต่างรุดมาด้วย หมายจะอาศัยเทศกาลซั่งหยวนพิจารณาว่าที่หลานสะใภ้ให้เต็มที่ พวกนางหันมาเห็นหนุ่มสาวอ่อนเยาว์คู่หนึ่งเดินเคียงกันมาภายใต้แสงโคมไฟ สาวน้อยงามพิลาสปานกลีบบุปผาเดือนสี่พลิ้วระบำ หนุ่มน้อยเย็นกระจ่างตาดั่งหิมะขาวกลางขุนเขา สองคนยืนเคียงกันดุจดอกหมู่ตานกับกระบี่คม ดั่งบุษบันวสันต์กับจันทราสารท ทำให้ผู้ที่เห็นนึกถึงกิ่งทองใบหยกที่ขับเน้นกันให้ยิ่งโดดเด่น
บุตรสาวคนโตของสกุลเฉิงถามด้วยความประหลาดใจ “นี่คือ…”
ฮูหยินเฉิงกั๋วกงต้องอธิบายบุตรสาวอีกรอบ “นี่คือคุณชายรองหมิง พี่ชายแท้ๆ ของแม่นางรองหมิง พวกเขาสองคนเป็นฝาแฝดหงส์มังกรเชียว”
ฝาแฝดหงส์มังกรเป็นเรื่องมงคลที่หาได้ยากยิ่ง ชั่วขณะนั้นผู้คนไม่คำนึงถึงเฉิงสวินอีก ล้วนแย่งกันจูงหมิงหวาจางกับหมิงหวาฉังมาสอบถามวันเดือนปีเกิดโดยละเอียด