ทดลองอ่าน
ทดลองอ่าน หยกคู่เคียงรักพิทักษ์ฉางอัน บทที่ 7
“หม่อมฉันถวายบังคมองค์หญิงไท่ผิง หลินจืออ๋อง ปาหลิงอ๋อง”
เมื่อองค์หญิงไท่ผิงล่วงถึงวัยกลางคนก็ยิ่งแลดูสง่างามสูงศักดิ์ มวยผมของนางเกล้าสูงเด่นประดับด้วยดอกหมู่ตาน** แพรสีแดงสด ผิวพรรณขาวเนียนผ่องชุ่มชื้น ทุกรายละเอียดบ่งชัดว่ามีชีวิตที่เลิศหรู
นางกวาดตาลงไปเบื้องล่างมองร่างหนุ่มสาวอ่อนเยาว์ที่สวมชุดลวดลายเดียวกันนิ่งๆ ครู่หนึ่งก่อนถาม “ข้าได้ยินว่าจวนเจิ้นกั๋วกงให้กำเนิดฝาแฝดหงส์มังกร…ก็คือพวกเจ้าหรือ”
หมิงหวาจางหลุบตาลง บ่าไหล่ยืดตรง เอ่ยตอบอย่างไม่ถ่อมตนไม่เย่อหยิ่ง “คือกระหม่อมกับน้องสาวพ่ะย่ะค่ะ”
ฝาแฝดหงส์มังกรคือเรื่องมงคล อีกทั้งขณะนี้หนุ่มสาวรูปงามคู่นี้ยังมายืนอยู่ตรงหน้าในชุดสีชาด เป็นมงคลที่น่ายินดีอย่างยิ่งจริงๆ องค์หญิงไท่ผิงค่อยๆ แย้มยิ้มมากขึ้น
“คนพี่เห็นบ่อยๆ คนน้องเพิ่งเคยเห็นครั้งแรก เดินมาใกล้ๆ ที ให้ข้าดูให้ชัดเจนสักหน่อย”
หมิงหวาฉังมองไปทางหมิงหวาจาง เห็นเขาพยักหน้าให้นางเล็กน้อย นางค่อยเดินขึ้นบันไดของแท่นยกพื้นพร้อมหัวใจที่เต้นรัวเร็ว แม้ในใจนางแสนจะเคร่งเครียด แต่เมื่อพบปะระยะใกล้ นางก็ยังคงเผยรอยยิ้มที่สดใส
“หม่อมฉันถวายพระพรองค์หญิง ขอให้องค์หญิงมีพระพลานามัยแข็งแรงในเทศกาลซั่งหยวน* เพคะ”
หมิงหวาฉังมีรูปโฉมงดงามอ่อนหวาน ยามที่ดวงตายิ้มโค้งก็แทบจะละลายหัวใจผู้พบเห็นได้ องค์หญิงไท่ผิงกุมมือสาวน้อยไว้พลางพินิจมองนางอย่างละเอียด ยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกว่าหาได้ยาก
“เด็กฝาแฝดช่างดีแท้ แต่งตัวเช่นไรล้วนชวนให้ผู้พบเห็นเบิกบานใจ เจิ้นกั๋วกงมีวาสนาจริงๆ ถึงกับได้บุตรชายบุตรสาวเช่นนี้มาหนึ่งคู่”
หลินจืออ๋องได้ยินเช่นนี้ก็เอ่ยท้วง “วาสนาของเจิ้นกั๋วกงจะเทียบเสด็จอาหญิงได้อย่างไร เสด็จอาหญิงทรงมีฐานะสูงศักดิ์ บุตรชายบุตรสาวพร้อมหน้า ครอบครัวก็ปรองดอง พระองค์ต่างหากคือผู้มีวาสนาที่สุดในใต้หล้า”
นี่จะเริ่มประชันกันแล้วหรือ หมิงหวาฉังคิดในใจ นางฉีกยิ้มจนใบหน้าใกล้จะแข็งทื่ออยู่แล้ว จึงรีบเอ่ยคล้อยตาม
“จริงเพคะ วันนี้หม่อมฉันได้เข้าเฝ้าองค์หญิง ถึงได้รู้ว่ายังมีบุคคลเช่นองค์หญิงที่ทั้งสูงศักดิ์งดงาม เปี่ยมความสามารถ และสมบูรณ์พร้อมทุกด้านอยู่ในใต้หล้านี้”
แม้องค์หญิงไท่ผิงจะฟังคำเยินยอมาจนเคยชินแล้ว ทว่าถ้อยคำชวนฟังไม่มีใครติว่ามากเกินไป รอยยิ้มบนใบหน้าของนางจึงลึกยิ่งกว่าเดิม
“พวกเจ้าช่างรู้จักกล่อมให้ข้าดีใจ เมื่อก่อนเพียงได้ยินคนเอ่ยถึง วันนี้ได้เห็นฝาแฝดหงส์มังกรพร้อมหน้าเสียที ข้าไม่ทันได้เตรียมสิ่งของไว้ กำไลแขนหยกเลี่ยมทองคู่นี้ปลุกเสกที่วัดหย่งหนิง วันนี้ก็มอบให้เจ้าเป็นของกำนัลแรกพบแล้วกัน”
หมิงหวาฉังตื่นตระหนก รีบเอ่ยปฏิเสธทันที “นี่ล้ำค่าเกินไปแล้ว หม่อมฉันละอายมิกล้ารับไว้เพคะ”
ทว่าองค์หญิงไท่ผิงได้เลื่อนกำไลแขนลงมาถึงข้อมือที่นวลเนียนดุจเคลือบไขและถอดมาสวมบนข้อมือของหมิงหวาฉังแล้ว
“ข้าชอบผู้ใดก็จะตกรางวัลผู้นั้น มีอะไรเหมาะสมไม่เหมาะสมเล่า เจ้าใส่ได้พอดี รับไปเป็นอันใช้ได้”
องค์หญิงไท่ผิงแม้ดูยิ้มละไมพูดจาอ่อนโยน ทว่านั่นคือความอ่อนโยนจากองค์หญิงที่ได้รับความโปรดปรานสูงสุด มีหรือจะยอมให้ผู้อื่นปฏิเสธได้ หมิงหวาฉังจึงได้แต่รับสิ่งของไว้แล้วคารวะด้วยกิริยาที่เรียบร้อย
“หม่อมฉันขอบพระทัยที่ทรงเห็นคุณค่า”
หลังจากหมิงหวาฉังยืดตัวขึ้น องค์หญิงไท่ผิงกำลังจะสอบถามต่อก็พอดีมีสาวใช้ในชุดปั้นปี้** สีน้ำเงินผู้หนึ่งเดินเร็วรี่จากนอกโถงมารายงานที่ข้างกาย
“ทูลองค์หญิง ติ้งอ๋องกับเว่ยอ๋องมาถึงแล้วเพคะ”
หมิงหวาฉังเห็นกับตาว่ารอยยิ้มในดวงตาองค์หญิงไท่ผิงแข็งทื่อไปชั่วขณะก่อนจะเผยรอยยิ้มดั่งสายลมวสันต์อีกครา
“เจ้าสาม เจ้าสี่ พวกเจ้าออกไปก่อนเถิด วันหลังข้าค่อยคุยกับพวกเจ้าใหม่”
หลินจืออ๋องกับปาหลิงอ๋องซึ่งนั่งอยู่อีกด้านพากันลุกขึ้น “คารวะเสด็จอาหญิง กระหม่อมขอตัวก่อน”
สายตาสื่อนัยเพียงเท่านี้หมิงหวาฉังมีหรือจะไม่เข้าใจ นางจึงถอยลงจากแท่นยกพื้น ขอตัวออกมาพร้อมหมิงหวาจาง นางกับเขาเดินตามอยู่ด้านหลังจวิ้นอ๋องทั้งสอง ตอนออกจากประตูก็พบคนกลุ่มหนึ่งเข้าพอดี
บุรุษที่นำหน้ามาท่วงทีฮึกเหิมลำพองอย่างยิ่ง บุรุษอีกคนข้างกายเขาแลดูไม่คุกคามกดดันถึงเพียงนั้น แต่รูปโฉมก็โดดเด่นอย่างยิ่ง คนสามกลุ่มพบกันที่หน้าประตู หลินจืออ๋องกับปาหลิงอ๋องกดข่มสีหน้าไว้อย่างเห็นได้ชัดขณะยกมือทำความเคารพ
“คารวะเว่ยอ๋อง ติ้งอ๋อง”
หมิงหวาฉังกับหมิงหวาจางทำความเคารพตาม หมิงหวาจางท่าทางสุขุม สุ้มเสียงกังวานดุจหยก ไม่มีอะไรแตกต่างจากเมื่อครู่ที่คารวะองค์หญิงไท่ผิง แลดูสง่าผ่าเผยกว่าพวกหลินจืออ๋องสองคนนั้นมาก หมิงหวาฉังอาศัยว่าได้พี่ชายบดบังจึงลอบมองคนเบื้องหน้าที่มาใหม่
ที่แท้นี่คือเว่ยอ๋องอู่เฉิงซื่อหลานชายของฮ่องเต้กับติ้งอ๋องอู่โยวจี้สามีขององค์หญิงไท่ผิง
เว่ยอ๋องเป็นผู้นำของสกุลอู่ เป็นผู้ที่เปล่งเสียงเรียกร้องให้แต่งตั้งรัชทายาทดังที่สุดในราชสำนัก ตลอดมาเขาไม่เพียงคิดหาหนทางปลดหวงฉู่ แต่ยังโน้มน้าวให้ฮ่องเต้เปลี่ยนใจแต่งตั้งเขาเป็นรัชทายาท ตอนนี้เขากับบุตรชายของหวงฉู่พบกันเข้าโดยบังเอิญ สถานการณ์นี้แค่สรุปด้วยคำว่า ‘ละเอียดอ่อน’ คำเดียวมีหรือจะพอ
* ซวงลู่ คือหมากสองแดน หรือแบ็กแกมมอน (Backgammon) เป็นเกมกระดานสำหรับสองคนซึ่งใช้เบี้ยกับลูกเต๋าสองลูกในการเดิน ผู้เล่นจะผลัดกันเดินเพื่อนำเบี้ยของตนออกจากกระดาน ผู้ใดนำเบี้ยออกได้หมดก่อนเป็นผู้ชนะ
** หมากดีด เริ่มปรากฏในสมัยปลายราชวงศ์ฮั่นตะวันตก เป็นหมากกระดานสำหรับสองคนโดยผลัดกันดีดตัวหมากของฝ่ายตนไปกระแทกตัวหมากของฝ่ายตรงข้ามให้ออกจากกระดานไปจนหมดก็จะเป็นผู้ชนะ โดยกระดานที่ใช้จะเป็นทรงสี่เหลี่ยมตรงกลางนูนขึ้น
*** แค้นใจที่เหล็กมิอาจกลายเป็นเหล็กกล้า หมายถึงคนที่ตนตั้งความหวังไว้ไม่เอาไหนไม่รักดี ตนจึงรู้สึกขัดใจและร้อนใจอยากให้คนคนนั้นก้าวหน้า
**** ยามเซิน คือช่วงเวลา 15.00 น. ถึง 17.00 น.
***** ชุดหรูฉวิน คือชุดแต่งกายรูปแบบหนึ่งของชาวฮั่นที่มีมาแต่โบราณ ท่อนบนเป็นเสื้อตัวสั้น ท่อนล่างเป็นกระโปรงยาว โดยแบ่งเป็น 3 แบบตามความสูงของขอบกระโปรง ได้แก่ แบบเสมอเอว (คาดพอดีเอว) แบบเอวสูง (คาดใต้อก) และแบบเสมออก (คาดเหนืออก) ชุดหรูฉวินแบบเอวสูงและแบบเสมออกคือเครื่องแต่งกายที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของสตรีราชวงศ์สุย ถัง และยุคห้าราชวงศ์
* เตียว เป็นคำเรียกสัตว์ตระกูลมิงก์ เออร์มิน เซเบิล และมาร์เทิน ขนหนานุ่มมีค่ามาก มักใช้เป็นเครื่องนุ่งห่มกันหนาว
* ห้องอุ่น คือห้องเล็กที่เชื่อมต่อกับเรือนใหญ่โดยกั้นแบ่งเป็นสัดส่วนและติดตั้งเตาสำหรับให้ความอบอุ่นโดยเฉพาะ
** ดอกหมู่ตาน คือดอกโบตั๋น
* เทศกาลซั่งหยวน เป็นอีกชื่อหนึ่งของเทศกาลหยวนเซียว ตรงกับวันที่สิบห้าเดือนหนึ่งตามจันทรคติจีน ซึ่งเป็นคืนแรกของปีที่พระจันทร์เต็มดวง คนในครอบครัวจึงมาชมจันทร์กันพร้อมหน้า รับประทานขนมบัวลอยซึ่งแสดงถึงความกลมเกลียว ภายหลังจัดเป็นงานฉลองยิ่งใหญ่ต่อเนื่องจากเทศกาลตรุษจีน มีประเพณีประดับโคมไฟ จึงเรียกอีกชื่อว่าเทศกาลโคมไฟ โดยมากชื่อเทศกาลซั่งหยวนมักใช้ในบริบทของพิธีทางการ
** ชุดปั้นปี้ คือชุดที่ลดความยาวของแขนเสื้อลง มีลักษณะคล้ายเสื้อแขนสั้น ใช้สวมทับเพื่อเผยให้เห็นแขนเสื้อยาวของเสื้อชั้นล่าง
(ติดตามต่อได้ในรูปแบบฉบับเต็มได้ในเดือนสิงหาคม 2569)
Comments



