ทดลองอ่าน หยกรัตติกาลแห่งฉางอัน บทที่ 34 – หน้า 4 – Jamsai
Connect with us

Jamsai

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน หยกรัตติกาลแห่งฉางอัน บทที่ 34

“ซื่อจื่อเข้าใจผิดแล้ว นักพรตน้อยสองคนเห็นศิษย์พี่เป็นแบบอย่างที่ดี ปกติไม่ว่าเรื่องใดล้วนปฏิบัติตามศิษย์พี่ด้วยความภาคภูมิใจ วันนี้เรื่องที่ซื่อจื่อจะหาความสุขกับหญิงคณิกาในหอเป็นที่รู้กันทั่ว นักพรตน้อยยังเยาว์วัย อาจมีบางเรื่องขบคิดแล้วไม่เข้าใจ ข้าน้อยกลัวว่าพวกเขาจะคิดเป็นจริงเป็นจัง จึงต้องอธิบายแทนท่านเล็กน้อย ไม่มีคำพูดให้ร้ายแม้แต่คำเดียวเด็ดขาด ยิ่งไม่อาจพูดว่าซื่อจื่อข่มเหงรังแกคน”

รอยยิ้มบนใบหน้าลิ่นเฉิงโย่วไม่จางหาย ทว่าในใจกลับมีไฟโทสะลุกโชน เพิ่งสงบเสงี่ยมมาได้คืนเดียวนางก็มาหาเรื่องเขาอีกแล้ว เขาคิดออกเป็นฉากๆ เลยว่านางช่วย ‘อธิบายแทน’ เขาอย่างไร จะต้องไม่มีอะไรดีงามสักคำเป็นแน่ มิน่าเล่าเจวี๋ยเซิ่งกับชี่จื้อถึงได้มองเขาเช่นนั้น ไม่รู้ว่านางพูดอะไรกรอกหูเด็กโง่สองคนนี้ แล้วเจวี๋ยเซิ่งกับชี่จื้อก็ดันหลงเชื่อนางเสียด้วย

เถิงอวี้อี้เอ่ยเสียงนุ่มนวล “ซื่อจื่อมิใช่คนไร้เหตุผลไม่เห็นแก่ผู้ใด ตอนนี้อธิบายต้นสายปลายเหตุกระจ่างแล้ว หวังว่าซื่อจื่อจะเข้าใจและให้อภัยด้วย สับเปลี่ยนหญิงงามคนอื่นไปปรนนิบัติแทนเถอะ”

ลิ่นเฉิงโย่วยิ้มเยาะ “หากวันนี้ข้ายืนกรานจะเป็นคนไร้เหตุผลไม่เห็นแก่ผู้ใดเล่า”

เถิงอวี้อี้ถอนหายใจกล่าว “เจวี่ยนเอ๋อร์หลีกับเป้าจูจนถึงวันนี้ยังไม่เคยปรนนิบัติใคร หลายเรื่องยังโง่เขลาขาดไหวพริบ หากดันทุรังเข้าไปปรนนิบัติ ไม่แน่ว่าอาจจะขัดความสำราญของซื่อจื่อ ถึงอย่างไรในห้องก็มีหญิงงามสิบกว่านางแล้ว ไยต้องให้เจวี่ยนเอ๋อร์หลีกับเป้าจูไปเพิ่มความยุ่งยากให้ท่านด้วย”

ลิ่นเฉิงโย่วแหงนหน้ามองฟ้าแล้วครุ่นคิดอย่างจริงจัง “ฟังดูแล้วมีเหตุผลยิ่ง น่าเสียดายข้าบอกว่าต้องการคนมากถึงเพียงนี้ นั่นหมายความว่าขาดไปไม่ได้เลยสักคนเดียว คำพูดของคุณชายหวังข้าฟังเข้าใจแล้ว ก็แค่บอกว่าข้าบังคับฝืนใจคน เอาอย่างนี้ดีกว่า ข้าจะลองถามพวกนางเองว่ายินยอมหรือไม่ หากพวกนางยินยอม คุณชายหวังจะขัดขวางอีกหรือไม่”

เถิงอวี้อี้ลอบคิดในใจ คนมากเพียงนี้ปรนนิบัติบุรุษผู้เดียวพร้อมกัน คนโง่งมเท่านั้นถึงจะยินยอม…

นางยกมือไพล่หลังแล้วยืดอกผึ่งผาย “เช่นนั้นก็ทำตามที่ซื่อจื่อว่า หากพวกนางยินยอม ข้าน้อยไม่มีทางขัดขวางอยู่แล้ว”

ลิ่นเฉิงโย่วหันหน้าไปทางเจวี่ยนเอ๋อร์หลีกับเป้าจู “วันนี้ถึงจะเรียกคนมามาก แต่ข้าจะเลือกเพียงคนเดียว คนที่ได้รับเลือกนั้นข้ามีของขวัญอย่างงามจะมอบให้ พวกเจ้าอยากจะลองดูหรือไม่”

เอ้อจีที่อยู่ด้านหลังหันไปขยิบตาให้เด็กสาวทั้งสอง ในสายตาของนาง ลิ่นเฉิงโย่วไม่ใช่บุตรหลานตระกูลใหญ่ทั่วไป ขอเพียงเขายินยอม ให้ซื้อหอไฉ่เฟิ่งทั้งหอยังไม่ใช่ปัญหา หาได้ยากที่เขาจะยอมเรียกคนมาปรนนิบัติ จะพลาดโอกาสเยี่ยงนี้ไปได้อย่างไร แม้คนที่ถูกเรียกตัวมาในวันนี้จะมีจำนวนมาก แต่มีเพียงเจวี่ยนเอ๋อร์หลีกับเป้าจูที่ร่างกายยังบริสุทธิ์ผุดผ่อง หากว่าเป็นที่พอใจของลิ่นเฉิงโย่ว ยังต้องกังวลเรื่องอนาคตอันสดใสอีกหรือ

เด็กโง่สองคนนี้เหตุใดยังไม่ขยับเล่า เอ้อจีกระแอมกระไอเสียงดังออกมาทันใด เจวี่ยนเอ๋อร์หลีราวกับเพิ่งตื่นจากฝัน แต่ใบหน้าของนางซีดขาว นอกจากจะไม่ยอมเดินไปข้างหน้าแล้ว กลับค่อยๆ หลบไปอยู่ด้านหลังเถิงอวี้อี้

รอยยิ้มลิ่นเฉิงโย่วเจื่อนลงไปเล็กน้อย ดวงตาเถิงอวี้อี้ฉายแววเย้ยหยันอย่างปิดไม่มิด ความหมายนั้นชัดเจนอย่างยิ่ง ลิ่นเฉิงโย่ว เจ้ามองว่าตนเองเป็นของล้ำค่าหายากจริงหรือ ดูนี่สิ คนที่ไม่สนใจเจ้ายังมีอยู่เช่นกัน

ลิ่นเฉิงโย่วเหลือบมองเถิงอวี้อี้ ก่อนจะหันไปถามเป้าจู “เจ้าเล่า”

เป้าจูไม่ตอบอะไร เถิงอวี้อี้มองไปที่นางด้วยความพอใจ แต่อยู่ๆ กลับต้องนิ่งอึ้งไปเมื่อมองเห็นใบหน้าเป้าจูเป็นสีแดงก่ำลามจนถึงติ่งหู คล้ายดอกไห่ถังที่บานสะพรั่งอย่างเงียบงัน

ลิ่นเฉิงโย่วถามอย่างแปลกใจ “นี่คือยินยอมแล้วใช่หรือไม่”

เป้าจูบิดผ้าเช็ดหน้าในมือแล้วมองไปที่เอ้อจีอย่างขลาดกลัว

เถิงอวี้อี้ยิ้มไม่ออกแล้ว

เอ้อจีดีอกดีใจหนักหนา “ซื่อจื่อ นางชื่อเป้าจูเจ้าค่ะ”

เป้าจูค้อมกายคำนับ ก่อนผละจากเถิงอวี้อี้เดินไปอยู่ข้างกายเอ้อจี

ลิ่นเฉิงโย่วเอ่ยขึ้นกะทันหันว่า “ช้าก่อน”

เป้าจูชะงักฝีเท้าอย่างประหลาดใจยิ่ง

ลิ่นเฉิงโย่วยิ้มอย่างประชดประชัน “คุณชายหวังทำทุกวิถีทางเพื่อรับรองความปลอดภัยของพวกเจ้า เจ้าทิ้งนางไปอย่างนี้ จะไม่หันกลับไปมองนางสักนิดเลยหรือ”

เป้าจูขบกัดริมฝีปาก ก้มศีรษะลงต่ำยิ่งกว่าเดิมแล้ว

ลิ่นเฉิงโย่วชำเลืองมองเถิงอวี้อี้ “คุณชายหวังเห็นชัดเจนแล้วสิ คนผู้นี้เจ้าคงไม่อาจปกป้องได้แล้วกระมัง ข้าพาไปก่อนนะ”

เจวี๋ยเซิ่งกับชี่จื้อยังจะไล่ตามไป กลับโดนเถิงอวี้อี้ห้ามปรามไว้ นางเอ่ยอย่างไม่สบอารมณ์ “ช่างเถิด”

พอเถิงอวี้อี้หันหลังเดินไปได้ไม่กี่ก้าว ก็ได้ยินลิ่นเฉิงโย่วกล่าวกับเอ้อจีว่า “เจ้าก็เข้าไปด้วย”

ยามนี้เอ้อจีกำลังจูงมือเป้าจูแอบกระซิบพูดคุย สีหน้าแช่มชื่นเบิกบาน ไม่รู้ว่ากำลังถ่ายทอดเคล็ดลับอะไรอยู่ เมื่อประโยคนี้ลอยมาประหนึ่งเสียงฟ้าคำรามให้สะดุ้งตกใจ

เอ้อจีตะลึงงันแทบพูดไม่ออก “ข้า…ข้าน้อยด้วยรึ”

เป้าจูสีหน้าเหม่อลอย เจวี๋ยเซิ่งกับชี่จื้อฝีเท้าซวนเซเสียการทรงตัว

แม้กระทั่งลุงเฉิงกับฮั่วชิวที่นิ่งเงียบมาตลอดก็ตกใจไปด้วยเช่นกัน

คราแรกเถิงอวี้อี้รู้สึกตกใจอย่างยิ่ง ก่อนจะฉุกคิดอย่างสงสัยขึ้นมาทันควัน อย่าว่าแต่ลิ่นเฉิงโย่วเรียกคนตั้งมากเช่นนี้ในคราวเดียวเลย แม่เล้าอายุเลยวัยสาวสะพรั่งมาแล้วยังไม่ละเว้นด้วยซ้ำ นี่เหมือนคนต้องการเสพสุขกับหญิงในหอคณิกาที่ใดกันเล่า

เมื่อความสงสัยผุดขึ้นมาในใจ นางจึงไม่รีบร้อนจะเดินจากไปแล้ว

เจวี๋ยเซิ่งกับชี่จื้อกระทืบเท้า วิ่งปรี่มาถึงตรงหน้าลิ่นเฉิงโย่ว “ศิษย์พี่”

ลิ่นเฉิงโย่วดึงหูของชี่จื้อไว้ ก่อนแสยะยิ้มชั่วร้าย “รอข้าก่อนเถอะ หมดเรื่องยุ่งแล้วค่อยกลับมาคิดบัญชีกับพวกเจ้า”

เจวี๋ยเซิ่งกับชี่จื้อรู้สึกสับสน ทอดสายตามองแผ่นหลังของลิ่นเฉิงโย่วอย่างโง่งม

เถิงอวี้อี้เหลียวซ้ายแลขวา บังเอิญเห็นห่างไปไม่ไกลมีศาลานั่งเล่นหลังหนึ่ง จึงพาเจวี๋ยเซิ่งกับชี่จื้อเดินไปทางนั้น

ก่อนหน้านี้เจวี่ยนเอ๋อร์หลีโดนเอ้อจีเชือดเฉือนอย่างดุดันไปไม่น้อย ตอนนี้จะให้เดินจากไปก็ไม่ได้จะอยู่ต่อก็ไม่ดี จำต้องเดินตามเถิงอวี้อี้ไป

ลิ่นเฉิงโย่วไม่ได้รีบร้อนจะเข้าห้อง แต่เขามายืนตรงขั้นบันไดเหมือนกำลังรอใครบางคนอยู่ จนกระทั่งเฮ่อหมิงเซิงเชิญหญิงสาวที่มีรูปโฉมค่อนข้างโดดเด่นมาเพิ่มอีกสิบกว่านางถึงได้ผลักประตูเดินเข้าไปข้างใน

ทันทีที่ประตูปิดสนิท หน้าต่างก็ถูกบังเอาไว้ด้วย

สายลมเย็นสบายพัดโชยผ่านมาระลอกหนึ่ง กิ่งดอกไม้ริมรั้วระเบียงทางเดินเสียดสีกันดังหวีดหวิว คนที่อยู่ภายในศาลาต่างนั่งมองหน้ากันไปมา

เถิงอวี้อี้ยิ้มแห้งๆ พลางเอ่ยขึ้นว่า “เริ่มรู้สึกเย็นๆ แล้ว ไม่อย่างนั้นพวกเรากลับห้องกันเถอะ ดีหรือไม่”

เจวี๋ยเซิ่งกับชี่จื้อกระโดดลุกขึ้นมา “ศิษย์พี่ให้พวกข้าวาดยันต์ เมื่อครู่เพิ่งจะวาดไปได้เพียงครึ่งเดียว คงต้องกลับแล้ว”

Comments

comments

No tags for this post.
Continue Reading

More in ทดลองอ่าน

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 170-171

    By

    บทที่ 170 ‘เช่นนั้นหลังจากนี้ทุกวันที่สิบห้าข้าจะปกป้องท่านเอง’ เผยไหวกวงคิดว่าการได้ยินของตนเองคงจะมีปัญหา เขามองเสิ่นหุยที่อยู่ตรงหน้าแล้ว...

  • กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น

    ทดลองอ่าน กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น บทที่ 3-4

    By

    บทที่ 3 ดังนั้นทหารองครักษ์นายนั้นจึงไม่พูดอะไรอีก เพียงก่อเตาเล็กอย่างง่ายๆ ขึ้นมา แล้วใช้ถ่านไม้ไผ่บนรถม้าต้มน้ำร้อนเงียบๆ หลายกาในลานด้าน...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 120-121

    By

    บทที่ 120 ป่ารกร้างนอกเมืองช่วงเย็นย่ำ ตะวันยามสายัณห์สีแดงฉานดุจโลหิต เฉิงผิงถอดรองเท้าหุ้มแข้งออกก่อนนั่งขัดสมาธิตามสบายอยู่บนหินก้อนใหญ่ร...

  • กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น

    ทดลองอ่าน กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น บทที่ 1-2

    By

    บทที่ 1 แคว้นต้าฉีถือเป็นผู้ปกครองแห่งใต้หล้า โดยมีเมืองลั่วอันที่รุ่งโรจน์เป็นเมืองหลวง ที่นั่นเป็นสถานที่รุ่งเรืองมั่งคั่งซึ่งทุกคนต่างหวั...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 91-92

    By

    บทที่ 91 ฉีอวี้เหม่อมองเสิ่นหุย มองดูเสด็จน้าทรุดนั่งลงบนพื้น เขาก้มหน้าลงจ้องมองกางเกงตัวในของตนที่เปียกชุ่มแนบติดขา ดูเหมือนเพิ่งเข้าใจว่า...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 69

    By

    บทที่ 69 ครั้นรถม้าที่จ้าวจงฟางกับจิตรกรน้อยนั่งอยู่จากไป หานเค่อรั่งก็เปลี่ยนสีหน้า เขาหันมาทางผู้ใต้บังคับบัญชาที่ยืนอยู่ด้านข้าง สายตากวา...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 89-90

    By

    บทที่ 89 เสิ่นหุยนึกถึงผู้ช่วยเสนาบดีฝ่ายซ้ายคนก่อนขึ้นมาทันใด นางรีบถามว่า “แล้วใต้เท้าซูเล่า” คนที่มาแจ้งข่าวทำงานนอกวังหลวงอยู่ตลอด ไม่ค่...

บทความยอดนิยม

everY

ทดลองอ่าน เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 Chapter 2.1-2.2 #นิยายวาย

ทดลองอ่าน เรื่อง เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 ผู้เขียน : MINTRAN แปลโดย : ทันบี ผลงานเรื่อง : 배타적 연애 금지구역 ถือเป็นลิขสิทธิ์...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 85-86

บทที่ 85 เผยไหวกวงทำตามความปรารถนาของเสิ่นหุย ล้างมือให้สะอาดในน้ำอุ่นที่นางเตรียมไว้ให้เขา จากนั้นก็ใช้ผ้าเช็ดหน้าที่นา...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 87-88

บทที่ 87 เสิ่นหุยมองดูเผยไหวกวงดื่มสุราหนึ่งถ้วย นางลังเลอยู่ครู่หนึ่ง จึงยกกาสุราขึ้นมารินให้ตนเองเล็กน้อย เผยไหวกวงเหล...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 63-64

บทที่ 63 เผยเซียวหยวนมีสมองที่แจ่มใสและเฉียบแหลม เขาจึงเข้าใจความหมายในคำพูดเหล่านั้นของนางได้โดยไม่สงสัยเลยแม้แต่น้อย ท...

กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น

ทดลองอ่าน กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น บทที่ 1-2

บทที่ 1 แคว้นต้าฉีถือเป็นผู้ปกครองแห่งใต้หล้า โดยมีเมืองลั่วอันที่รุ่งโรจน์เป็นเมืองหลวง ที่นั่นเป็นสถานที่รุ่งเรืองมั่ง...

community.jamsai.com