ทดลองอ่าน หยกรัตติกาลแห่งฉางอัน บทที่ 5-6 – หน้า 2 – Jamsai
Connect with us

Jamsai

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน หยกรัตติกาลแห่งฉางอัน บทที่ 5-6

หนึ่งปี…

เด็กสองคนมองแผ่นหลังลิ่นเฉิงโย่วพลางหลั่งน้ำตา ศิษย์พี่ช่างใจคอโหดเหี้ยมยิ่งนัก สั่งลงโทษพวกเขาครั้งนี้ไม่พอ ยังตัดแม้กระทั่งโอกาสแอบกินในวันข้างหน้าไปอย่างสิ้นเชิง

ลิ่นเฉิงโย่วหยิบลูกธนูออกมาอีกดอก ถอนใจแล้วเอ่ยว่า “น้อยใจใช่หรือไม่ หรือหวาดกลัวเข้าแล้ว รู้สึกว่าศิษย์พี่ดีต่อพวกเจ้าไม่มากพอสินะ”

เจวี๋ยเซิ่งกับชี่จื้อรีบยืดอกผึ่งผาย “ทั้งไม่น้อยใจแล้วก็ไม่กลัวด้วย! ศิษย์พี่ดีกับพวกเราที่สุดแล้ว ศิษย์พี่มีพรสวรรค์ดั่งฟ้าประทาน ตราบใดที่มีศิษย์พี่อยู่ ไม่มีปีศาจมารร้ายตนใดที่ปราบไม่ได้”

เด็กทั้งสองเช็ดมุมปากเล็กน้อยแล้ววิ่งฉิวเข้าไปในค่ายกลอย่างว่องไว

สีหน้าลิ่นเฉิงโย่วจึงกลับมาเคร่งขรึมอีกครั้ง ก่อนหันหน้าไปถามองครักษ์ “ตามหาคนจากจวนอันกั๋วกงเจอรึยัง”

“แม้สองสามวันก่อนอันกั๋วกงจะได้รับเทียบเชิญ แต่ตอบปฏิเสธไปแล้วโดยอ้างว่ามีปัญหาสุขภาพ ก่อนหน้านี้ก็ไม่เคยได้ยินว่ามีสตรีนางใดในจวนมาร่วมงาน ไม่รู้ว่า ‘ฮูหยินอันกั๋วกง’ ท่านนี้โผล่มาจากที่ใดกัน ตอนนี้ส่งคนเร่งมุ่งหน้าไปจวนอันกั๋วกงโดยด่วนแล้วขอรับ”

เรื่องราวเป็นดังคาดหมาย ลิ่นเฉิงโย่วถามอีกว่า “เสด็จอาอยู่ข้างนอกหรือไม่”

“ฉุนอันจวิ้นอ๋องยังปักหลักบัญชาการด้วยตนเองอยู่ด้านหน้า แขกเหรื่อต่างรีบร้อนไปจากที่นี่ โชคดีมีจวิ้นอ๋องควบคุมสถานการณ์ทั้งหมดไว้ แต่มีคนของจวนเจิ้นกั๋วกงมาถึงแล้วขอรับ”

“จวนเจิ้นกั๋วกง?”

“แม่ทัพน้อยต้วนแห่งจวนเจิ้นกั๋วกงกับบุตรสาวของแม่ทัพเถิงหมั้นหมายกันตั้งแต่เล็ก คืนนี้คนสกุลต้วนก็บังเอิญอยู่ที่หอจื่ออวิ๋น พอได้ยินว่าเกิดเรื่องกับสกุลเถิง แม่ทัพน้อยต้วนกับฮูหยินหย่งอันโหวจึงรีบมาดูแลขอรับ”

ลิ่นเฉิงโย่วคิดทบทวนครู่หนึ่งถึงนึกออกว่าบุตรสาวของแม่ทัพเถิงเป็นผู้ใด เขามองไปทางระเบียงฝั่งตะวันตกอย่างไม่ใส่ใจจึงเห็นเถิงอวี้อี้กับเวินกงกงช่วยกันลากบ่าวชายของนางเข้าไปในห้องพอดี ส่วนยาเม็ดสุดท้ายที่ว่านั่นเกรงว่าคงลงท้องบ่าวชายผู้นั้นไปแล้ว

ไม่น่าแปลกใจเลยที่ผู้ดูแลหญิงสกุลต่งจะมาร้องไห้คร่ำครวญกับเขาเช่นนั้น

“ย้ายพวกเขาไปอยู่ที่อื่นให้หมดแล้วสั่งปิดตายศาลาหลั่นสยา ไม่อนุญาตให้ใครมาเข้าใกล้เด็ดขาด”

บ่าวไพร่ต่างตะลึงงันไปตามๆ กัน นี่ซื่อจื่อคงรังเกียจว่าคนเหล่านั้นเกะกะขวางทาง ทว่าเดิมทีก็สมควรจัดการเช่นนี้แต่แรก เพราะบริเวณนี้มีโอกาสเคราะห์ร้ายมากกว่าอยู่แล้ว

“ขอรับ ข้าน้อยจะไปจัดการเดี๋ยวนี้”

เจวี๋ยเซิ่งกับชี่จื้อแยกย้ายกันไปประจำตำแหน่งทั้งสี่ทิศ ก่อนกัดปลายนิ้วเพื่อใช้เลือดทาลงไปบนไม้สยบมารในมือ “ศิษย์พี่ ปีศาจตนนี้มีที่มาเช่นไรกันแน่ คืนนี้ทำร้ายคนไปมากเท่าใดแล้ว”

ลิ่นเฉิงโย่วหยิบยันต์แผ่นหนึ่งออกมาจุดไฟเผาตรงปลายนิ้ว เปลวไฟลุกโชนส่องสะท้อนนัยน์ตาดำขลับของเขาให้แวววาวดั่งอัญมณี

“มันซุ่มโจมตีสี่หญิงหนึ่งชายแถวริมแม่น้ำ สอดคล้องกับการคำนวณวิชาจื่อเวยพอดี ข้าเดาว่าวิญญาณดั้งเดิมในร่างอาศัยคงใกล้สลายไปในไม่ช้า จำเป็นต้องรีบหาจิตวิญญาณใหม่มาบำรุงเสริมอวัยวะตันทั้งห้า”

ชี่จื้อรู้สึกกลัดกลุ้มอยู่บ้าง “ศิษย์พี่ ในเมื่อร่างอาศัยเดิมสภาพย่ำแย่ เปลี่ยนร่างไปเสียก็จบเรื่องแล้วมิใช่หรือ ไยต้องลำบากทุ่มเทแรงกายแรงใจออกไปค้นหาจิตวิญญาณใหม่ห้าดวงด้วยเล่า”

ลิ่นเฉิงโย่วจ้องมองแผ่นยันต์เงียบๆ ท่าทางดูเหมือนกำลังจมอยู่ในภวังค์ครุ่นคิด

ชี่จื้อกับเจวี๋ยเซิ่งหันมามองหน้ากัน ใจเต้นตึกตักหวาดระแวง ศิษย์พี่รู้สึกว่าตรงที่ใดผิดปกติใช่หรือไม่

ลิ่นเฉิงโย่วลงอาคมยันต์ไว้บนหัวลูกธนูเรียบร้อย ก็ยกขึ้นเล็งไปยังกระดิ่งเหล็กที่แขวนอยู่ใต้ชายคาเรือนโดยไม่กล่าวอะไรสักคำ จากนั้นน้าวสายธนูจนตึงแล้วยิงต่อเนื่องสี่ดอกติดกันไปทางทิศตะวันออก ทิศตะวันตก ทิศใต้ และทิศเหนือ ครบสี่ทิศ ลูกธนูพุ่งเข้าเป้าหมายอย่างแม่นยำไม่มีพลาดสักดอกเดียว

เจวี๋ยเซิ่งตบหน้าผากพลางว่า “ข้ารู้แล้ว ท่านอาจารย์ผู้เฒ่าเคยบอกไว้ ปีศาจก็มีใจรักสวยรักงามเช่นกัน ฮูหยินท่านนี้รูปโฉมงดงามล้ำเลิศ เจ้าปีศาจจะต้องตัดใจจากรูปลักษณ์ของนางไม่ลงแน่ ศิษย์พี่ ข้าเดาถูกใช่หรือไม่ขอรับ”

ลิ่นเฉิงโย่วหยิบลูกธนูดอกที่ห้าพาดสาย ยังคงไม่ยอมต่อบทสนทนากับอีกฝ่าย ลูกธนูหัวทองคำหลุดจากสาย ยิงตรงไปยังตรงกลางระหว่างคิ้วของฮูหยินอันกั๋วกง

ฮูหยินอันกั๋วกงมองเห็นลูกธนูดอกนั้นเข้ามาใกล้ทุกขณะ สีหน้าเย้ยหยันค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นเย้ายวน ไม่รอให้ลูกธนูจ่อตรงหน้านางก็ดึงโซ่เหล็กขึ้นจากพื้นดินได้อย่างเหลือเชื่อ

“เสียแรงที่เจ้าเกิดมาหล่อเหลา กลับเป็นคนไร้หัวจิตหัวใจ เจ้าแข็งใจลงมือกับใบหน้างามเช่นนี้ได้จริงหรือ”

เจวี๋ยเซิ่งไม่ทันตั้งตัว เขาโดนพลังสายนี้ฉุดให้ล้มลงกับพื้น คิดจะแย่งชิงโซ่เหล็กกลับมาทันที แต่สุดท้ายสู้แรงของอีกฝ่ายไม่ไหว ถูกลากออกไปจากค่ายกลจนได้

เจวี๋ยเซิ่งกับชี่จื้อตกใจหน้าถอดสี “ศิษย์พี่! ปีศาจถูกหนอนล่ามวิญญาณมัดไว้แล้วมิใช่หรือ เหตุใดกล่าวว่าจะทำลายค่ายกลก็ทำได้ง่ายๆ เช่นนี้”

ฮูหยินอันกั๋วกงลอยสูงขึ้นไปในอากาศ หมุนเคว้งคว้างราวลมพายุกระโชกแรง โซ่เหล็กกระทบกันเสียงดังเคร้งคร้างกังวาน โอบล้อมพันร่างนางไล่ระดับจากล่างขึ้นบนชั้นแล้วชั้นเล่า

“คิดว่าหนอนตัวเล็กกระจ้อยเหมือนเส้นบะหมี่เช่นนี้จะมัดร่างข้าไว้ได้อย่างนั้นหรือ”

นางบีบโซ่เหล็กที่กลายร่างมาจากหนอนตัวนั้นเอาไว้แน่น พอออกแรงเล็กน้อยก็ทำให้โซ่เหล็กส่งเสียงครืด ฟังดูคล้ายเสียงแมลงร้องระงม จากนั้นจึงขยับผ้าคลุมไหล่ปักลายของตนให้สั่นไหว ผ้าแพรเนื้อนิ่มสีขาวดุจหิมะพุ่งออกไปไวปานดาวตก ประหนึ่งกลายร่างเป็นอสรพิษสีเงิน ชั่วพริบตาเดียวก็พันร่างเจวี๋ยเซิ่งเอาไว้

“ศิษย์พี่ของพวกเจ้าน่าจะหาเด็กตัวเท่านี้มาอีกสักหลายคน เด็กขาวๆ อวบๆ เป็นอาหารอันโอชะเซ่นฟันข้าพอดี”

ปีศาจตนนี้เคลื่อนไหวรวดเร็วดั่งลมพายุ เจวี๋ยเซิ่งไม่ทันป้องกันตัวก็ถูกม้วนขึ้นไปกลางอากาศ ยามวิกฤตเขาฟาดไม้สยบมารสะเปะสะปะทว่าก็ไม่เกิดประโยชน์เลยแม้แต่น้อย พอเห็นว่าริมฝีปากสีแดงดั่งโลหิตของฮูหยินอันกั๋วกงเผยออ้าพร้อมโผเข้าใส่ตนเอง จึงยกแขนอวบอ้วนปัดป้อง ร้องโวยวายเหมือนสุกรถูกเชือด

“ศิษย์พี่!”

ท้องฟ้าเหนือลานกว้างพลันทอประกายสีทองเจิดจ้า แสงสว่างบาดตาฮูหยินอันกั๋วกง พละกำลังฝ่ามือถดถอยลงบางส่วน เจวี๋ยเซิ่งฉวยโอกาสใช้กระบี่สั้นในอกเสื้อตัดผ้าคลุมไหล่ขาดสะบั้น ร่างกายจึงร่วงหล่นกระแทกพื้นดิน

Comments

comments

No tags for this post.
Continue Reading

More in ทดลองอ่าน

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 170-171

    By

    บทที่ 170 ‘เช่นนั้นหลังจากนี้ทุกวันที่สิบห้าข้าจะปกป้องท่านเอง’ เผยไหวกวงคิดว่าการได้ยินของตนเองคงจะมีปัญหา เขามองเสิ่นหุยที่อยู่ตรงหน้าแล้ว...

  • กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น

    ทดลองอ่าน กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น บทที่ 3-4

    By

    บทที่ 3 ดังนั้นทหารองครักษ์นายนั้นจึงไม่พูดอะไรอีก เพียงก่อเตาเล็กอย่างง่ายๆ ขึ้นมา แล้วใช้ถ่านไม้ไผ่บนรถม้าต้มน้ำร้อนเงียบๆ หลายกาในลานด้าน...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 120-121

    By

    บทที่ 120 ป่ารกร้างนอกเมืองช่วงเย็นย่ำ ตะวันยามสายัณห์สีแดงฉานดุจโลหิต เฉิงผิงถอดรองเท้าหุ้มแข้งออกก่อนนั่งขัดสมาธิตามสบายอยู่บนหินก้อนใหญ่ร...

  • กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น

    ทดลองอ่าน กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น บทที่ 1-2

    By

    บทที่ 1 แคว้นต้าฉีถือเป็นผู้ปกครองแห่งใต้หล้า โดยมีเมืองลั่วอันที่รุ่งโรจน์เป็นเมืองหลวง ที่นั่นเป็นสถานที่รุ่งเรืองมั่งคั่งซึ่งทุกคนต่างหวั...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 91-92

    By

    บทที่ 91 ฉีอวี้เหม่อมองเสิ่นหุย มองดูเสด็จน้าทรุดนั่งลงบนพื้น เขาก้มหน้าลงจ้องมองกางเกงตัวในของตนที่เปียกชุ่มแนบติดขา ดูเหมือนเพิ่งเข้าใจว่า...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 69

    By

    บทที่ 69 ครั้นรถม้าที่จ้าวจงฟางกับจิตรกรน้อยนั่งอยู่จากไป หานเค่อรั่งก็เปลี่ยนสีหน้า เขาหันมาทางผู้ใต้บังคับบัญชาที่ยืนอยู่ด้านข้าง สายตากวา...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 89-90

    By

    บทที่ 89 เสิ่นหุยนึกถึงผู้ช่วยเสนาบดีฝ่ายซ้ายคนก่อนขึ้นมาทันใด นางรีบถามว่า “แล้วใต้เท้าซูเล่า” คนที่มาแจ้งข่าวทำงานนอกวังหลวงอยู่ตลอด ไม่ค่...

บทความยอดนิยม

everY

ทดลองอ่าน เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 Chapter 2.1-2.2 #นิยายวาย

ทดลองอ่าน เรื่อง เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 ผู้เขียน : MINTRAN แปลโดย : ทันบี ผลงานเรื่อง : 배타적 연애 금지구역 ถือเป็นลิขสิทธิ์...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 85-86

บทที่ 85 เผยไหวกวงทำตามความปรารถนาของเสิ่นหุย ล้างมือให้สะอาดในน้ำอุ่นที่นางเตรียมไว้ให้เขา จากนั้นก็ใช้ผ้าเช็ดหน้าที่นา...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 87-88

บทที่ 87 เสิ่นหุยมองดูเผยไหวกวงดื่มสุราหนึ่งถ้วย นางลังเลอยู่ครู่หนึ่ง จึงยกกาสุราขึ้นมารินให้ตนเองเล็กน้อย เผยไหวกวงเหล...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 63-64

บทที่ 63 เผยเซียวหยวนมีสมองที่แจ่มใสและเฉียบแหลม เขาจึงเข้าใจความหมายในคำพูดเหล่านั้นของนางได้โดยไม่สงสัยเลยแม้แต่น้อย ท...

กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น

ทดลองอ่าน กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น บทที่ 1-2

บทที่ 1 แคว้นต้าฉีถือเป็นผู้ปกครองแห่งใต้หล้า โดยมีเมืองลั่วอันที่รุ่งโรจน์เป็นเมืองหลวง ที่นั่นเป็นสถานที่รุ่งเรืองมั่ง...

community.jamsai.com