ทดลองอ่าน หยกรัตติกาลแห่งฉางอัน บทที่ 7-8 – หน้า 7 – Jamsai
Connect with us

Jamsai

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน หยกรัตติกาลแห่งฉางอัน บทที่ 7-8

หลังผู้ดูแลหญิงสกุลต่งเข้ามาในห้อง ก็เกาะติดอยู่ข้างกายลิ่นเฉิงโย่วไม่ห่าง พอเห็นว่าเขาจัดการเรื่องราวต่างๆ เสร็จสิ้นจึงรีบมาคุกเข่าอยู่ตรงหน้าลิ่นเฉิงโย่ว “ซื่อจื่อ การช่วยชีวิตคนสำคัญที่สุด ถ้าเช่นนั้นจะมอบยาช่วยชีวิตคนให้ข้าน้อยอีกสักเม็ดได้หรือไม่เจ้าคะ”

“หมดแล้ว” ลิ่นเฉิงโย่วตอบโดยไม่ลังเล

บรรยากาศในห้องเงียบสงัดไร้สุ้มเสียง สายตาทุกคนต่างเหลียวมองตรงไปที่จุดเดียว

ต้วนหนิงหย่วนเข้ามาคารวะตู้ฮูหยินแล้วก็ยืนสงบนิ่งอยู่ข้างๆ ภายนอกแลดูสุขุมสงวนท่าที ทว่ากลับปิดบังความหวาดวิตกในแววตาไว้ไม่มิด ได้ยินคำนี้ก็ฝืนยิ้มออกมา “ซื่อจื่อชอบพูดจาล้อเล่นเสียจริง อารามชิงอวิ๋นเก็บรวบรวมสมบัติล้ำค่าของลัทธิเต๋าจากทั่วหล้า ไม่ต้องเอ่ยถึงยาแค่ขวดเดียว วิชาฟื้นคืนชีพก็คงไม่เหลือบ่ากว่าแรง หยิบยามอบให้บ่าวหญิงผู้นี้ไปเถอะ นางจะได้เลิกร้องไห้คร่ำครวญสร้างความรำคาญใจ”

ลิ่นเฉิงโย่วตอบกลับด้วยน้ำเสียงไม่รีบไม่ร้อน “ยานั่นชื่อว่ายาลูกกลอนลิ่วหยวน สมุนไพรตัวยาเป็นของหายาก ท่านอาจารย์ทุ่มเทเวลาไปไม่น้อยเพื่อหลอมยาขวดนี้ขึ้นมา ตนเองตัดใจใช้ไม่ลง ก็เลยมอบให้ข้าใช้ป้องกันตัว ขวดแรกนั่นใช้ไปหมดเกลี้ยงแล้ว หากจะให้หามาอีกขวดก็ได้อยู่ แต่ต้องรออีกหลายปีโน่น”

ต้วนเหวินอินกับตู้ฮูหยินหันมาสบตากันอย่างตกตะลึง ที่แท้ก็เป็นยาชื่อเสียงโด่งดังอย่างยาลูกกลอนลิ่วหยวน ได้ยินว่ายาชนิดนี้คนธรรมดาทั่วไปก็กินได้ นอกจากช่วยขจัดโรคภัยยืดอายุขัย หากเป็นสตรีก็จะมีผิวพรรณงามเปล่งปลั่ง

แต่การหลอมยาชนิดนี้ต้องอาศัยโชควาสนา ในเวลาสิบปีไม่แน่ว่าจะได้ยามาสักขวด เนื่องจากได้มาไม่ง่าย จึงเทียบเคียงได้กับสมบัติล้ำค่าชิ้นหนึ่งเลยทีเดียว

ในเมืองฉางอันมีคนเคยได้ยินกิตติศัพท์ของยาลูกกลอนลิ่วหยวนไม่น้อย ไม่มีผู้ใดไม่ละโมบอยากได้มาครอบครอง หากฝากไว้กับผู้อื่นบางทีคงชักนำให้เกิดหายนะไปนานแล้ว ทว่าเพราะเป็นของที่ลิ่นเฉิงโย่วพกติดตัว ถึงได้ไม่มีใครหน้าไหนกล้าคิดอาจเอื้อม

ผู้ดูแลหญิงสกุลต่งนิ่งงันไปพักใหญ่ สุดท้ายก็ปล่อยโฮอย่างกลั้นไม่อยู่ “หลายปี? นี่มิเท่ากับว่าคุณหนูของข้าน้อยหมดทางรักษาแล้วหรือ น่าสงสารคุณหนู เมื่อเดือนก่อนเพิ่งจะถึงวัยปักปิ่น* เด็กสาวที่งดงามอ่อนหวานกลับมีชะตาอาภัพเช่นนี้”

นางร้องไห้ไปพลางนอนฟุบลงกับพื้น “รอให้นายท่านมาถึงจะต้องเจ็บปวดแทบขาดใจ ฮูหยินก็ล้มป่วยยังไม่หายดี หากรู้ข่าวร้ายของคุณหนูเข้าอาการคงทรุดลงแน่ๆ ต้องโทษความโง่เขลาของข้าน้อยผู้นี้ บ้านแม่ทัพเถิงแม้แต่บ่าวไพร่สามคนยังได้รับการช่วยเหลือแล้ว คุณหนูของข้าน้อยกลับต้องมาตายเปล่า”

ประโยคนี้ฟังดูแล้วชวนเศร้าสลดใจ ทว่าจะในที่แจ้งหรือที่ลับล้วนตำหนิว่าเถิงอวี้อี้เห็นแก่ตัวไร้น้ำใจ

ต้วนเหวินอินเผยสีหน้าอึดอัดใจ ส่วนตู้ฮูหยินดึงเถิงอวี้อี้มาปกป้องไว้ข้างหลังทันใด

เด็กอย่างอวี้เอ๋อร์ทำสิ่งใดไม่เคยคำนึงถึงความถูกผิด ปกป้องพวกพ้องของตนเองสำคัญเหนืออื่นใด ตวนฝูติดตามอยู่ข้างกายนางมานานหลายปี เป็นบ่าวที่ซื่อสัตย์ภักดีมาตลอด ต่อให้เหตุการณ์เมื่อครู่จะเกิดซ้ำสักร้อยหน นางย่อมตัดสินใจทำเหมือนเดิมอยู่นั่นเอง

เรื่องนี้จึงกล่าวโทษอวี้เอ๋อร์ไม่ได้อยู่แล้ว ทว่าจะอย่างไรต่งเอ้อร์เหนียงก็อยู่ในวัยสาวสะพรั่งดั่งบุปผาแรกแย้ม หากจบชีวิตลงเพียงเท่านี้คงเป็นเรื่องน่าเสียดายมากจริงๆ ตอนนี้ได้แต่หวังว่าเฉิงอ๋องซื่อจื่อยังมีวิธีอื่น มิฉะนั้น…

ทุกคนถูกเสียงร้องไห้ของผู้ดูแลหญิงสกุลต่งดึงความสนใจเอาไว้ เถิงอวี้กลับลอบจับตาดูผ้าม่านหน้าเตียง ชั่วขณะที่ต้วนหนิงหย่วนสนทนากับลิ่นเฉิงโย่ว ก็เกิดความเคลื่อนไหวหลังผ้าม่าน เป็นการสั่นสะเทือนเพียงน้อยนิด หากไม่คอยจับจ้องไม่แน่ว่าจะสังเกตเห็นได้ นางรู้แก่ใจดีจึงถอนสายตากลับมาเงียบๆ

ลิ่นเฉิงโย่วก็จับตาดูผ้าม่านเตียงอยู่เช่นกัน เขามองเห็นร่องรอยกระเพื่อมไหวแผ่วเบาตรงหน้าเตียง มุมปากยกโค้งเผยรอยยิ้มหยัน พอจะลุกขึ้นยืนต้วนหนิงหย่วนกลับซักถามเขาขึ้นมาอีกครั้ง “ซื่อจื่อ นอกจากยาลูกกลอนลิ่วหยวนแล้ว ยังมีวิธีอื่นหรือไม่”

ลิ่นเฉิงโย่วชำเลืองมองห้องด้านในครู่หนึ่ง ตัดสินใจนั่งลงไปอีกครั้งแล้วเอ่ยว่า “ไม่มีหรอก ปีศาจตนนี้ต้นอ่อนเป็นหญ้าแก่นแท้เป็นไม้ วันนี้งานเทศกาลซั่งซื่อตรงกับวันที่มันจะกลายเป็นมารพอดี เดิมทีอิทธิฤทธิ์ของมันก็ไม่อาจเทียบปีศาจทั่วไปได้อยู่แล้ว ยิ่งใกล้ยามจื่อเท่าไร พลังชั่วร้ายของมันยิ่งกล้าแข็ง หากไม่มีคนตัดแขนปีศาจทิ้งไปก่อนข้างหนึ่งจนกระทบกระเทือนลมปราณในร่างมัน ยาลูกกลอนลิ่วหยวนก็ไม่แน่ว่าจะรักษาชีวิตคนเจ็บเอาไว้ได้ ต่งเอ้อร์เหนียงยังไม่ได้กินยา ข้าเองก็ไม่มีวิธีอื่น”

ต้วนหนิงหย่วนกลืนน้ำลาย ถามเน้นย้ำทีละคำ “หมดทางเยียวยาจริงหรือ”

“หมดทางเยียวยาแล้ว”

เจวี๋ยเซิ่งกับชี่จื้อเอ่ยปากอย่างอดไม่อยู่ “แม่ทัพน้อยต้วน ศิษย์พี่ของพวกเราก็ได้รับบาดเจ็บ ถ้ายังมียาลูกกลอนลิ่วหยวนอยู่ เหตุใดเขาถึงไม่กินเองเสียเลยเล่า”

เช่นนี้เองทุกคนถึงได้มองเห็นว่าบนเสื้อคลุมลิ่นเฉิงโย่วยังเปรอะเปื้อนคราบเลือด สีหน้าของเขาก็ดูย่ำแย่กว่าก่อนหน้านี้มาก

เมื่อครู่เหล่าขันทีแตกตื่นตกใจกันถ้วนหน้า พวกเขาไม่ทันสนใจเสื้อผ้าของลิ่นเฉิงโย่ว คราวนี้พอกวาดสายตามองก็ต้องอกสั่นขวัญแขวนทันใด วิ่งกรูกันเข้าไปราวกับผึ้งแตกรัง ยุ่งกับการเตรียมปรนนิบัติดูแลลิ่นเฉิงโย่ว

“ซื่อจื่อ จะให้ข้าน้อยส่งคนไปกองโอสถหลวงเชิญหัวหน้ากองอวี๋มาหรือไม่ขอรับ”

ลิ่นเฉิงโย่วยกแขนกันพวกเขาออกไปอย่างรำคาญ “อย่าเอะอะวุ่นวายนักเลย”

ผู้ดูแลหญิงสกุลต่งยังคงคร่ำครวญด้วยความเสียใจ “เป็นคราวเคราะห์ที่ไม่คาดคิดแท้ๆ ฮูหยินยังล้มป่วย คุณหนูรองก็เฝ้าปรนนิบัติข้างเตียงทั้งวัน อุตส่าห์หาโอกาสออกมาร่วมฉลองเทศกาล ก็มาจบชีวิตลงเช่นนี้ ขอแค่ยาเม็ดเดียวเท่านั้น เพราะอะไรถึงต้องใจร้ายใจดำกันด้วย…”

ต้วนหนิงหย่วนยืนตัวแข็งอยู่กับที่เหมือนหุ่นไม้ ความโศกเศร้าประดังประเดไม่มีหนทางระบาย พอคิดถึงเรื่องก่อนหน้านี้ ก็จ้องเถิงอวี้อี้เขม็งอย่างโกรธขึ้ง

นี่คือว่าที่ภรรยาของข้าอย่างนั้นหรือ

Comments

comments

No tags for this post.
Continue Reading

More in ทดลองอ่าน

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 122-123

    By

    บทที่ 122 ยามเที่ยงคืน จุดพักม้าที่รับรองแขกสูงศักดิ์ยุ่งวุ่นวายมาทั้งคืนในที่สุดก็กลับสู่ความเงียบสงบ แสงไฟบริเวณรอบๆ สลัวลง นอกจากทหารจากก...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 170-171

    By

    บทที่ 170 ‘เช่นนั้นหลังจากนี้ทุกวันที่สิบห้าข้าจะปกป้องท่านเอง’ เผยไหวกวงคิดว่าการได้ยินของตนเองคงจะมีปัญหา เขามองเสิ่นหุยที่อยู่ตรงหน้าแล้ว...

  • กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น

    ทดลองอ่าน กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น บทที่ 3-4

    By

    บทที่ 3 ดังนั้นทหารองครักษ์นายนั้นจึงไม่พูดอะไรอีก เพียงก่อเตาเล็กอย่างง่ายๆ ขึ้นมา แล้วใช้ถ่านไม้ไผ่บนรถม้าต้มน้ำร้อนเงียบๆ หลายกาในลานด้าน...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 120-121

    By

    บทที่ 120 ป่ารกร้างนอกเมืองช่วงเย็นย่ำ ตะวันยามสายัณห์สีแดงฉานดุจโลหิต เฉิงผิงถอดรองเท้าหุ้มแข้งออกก่อนนั่งขัดสมาธิตามสบายอยู่บนหินก้อนใหญ่ร...

  • กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น

    ทดลองอ่าน กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น บทที่ 1-2

    By

    บทที่ 1 แคว้นต้าฉีถือเป็นผู้ปกครองแห่งใต้หล้า โดยมีเมืองลั่วอันที่รุ่งโรจน์เป็นเมืองหลวง ที่นั่นเป็นสถานที่รุ่งเรืองมั่งคั่งซึ่งทุกคนต่างหวั...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 91-92

    By

    บทที่ 91 ฉีอวี้เหม่อมองเสิ่นหุย มองดูเสด็จน้าทรุดนั่งลงบนพื้น เขาก้มหน้าลงจ้องมองกางเกงตัวในของตนที่เปียกชุ่มแนบติดขา ดูเหมือนเพิ่งเข้าใจว่า...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 69

    By

    บทที่ 69 ครั้นรถม้าที่จ้าวจงฟางกับจิตรกรน้อยนั่งอยู่จากไป หานเค่อรั่งก็เปลี่ยนสีหน้า เขาหันมาทางผู้ใต้บังคับบัญชาที่ยืนอยู่ด้านข้าง สายตากวา...

บทความยอดนิยม

everY

ทดลองอ่าน เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 Chapter 2.1-2.2 #นิยายวาย

ทดลองอ่าน เรื่อง เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 ผู้เขียน : MINTRAN แปลโดย : ทันบี ผลงานเรื่อง : 배타적 연애 금지구역 ถือเป็นลิขสิทธิ์...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 85-86

บทที่ 85 เผยไหวกวงทำตามความปรารถนาของเสิ่นหุย ล้างมือให้สะอาดในน้ำอุ่นที่นางเตรียมไว้ให้เขา จากนั้นก็ใช้ผ้าเช็ดหน้าที่นา...

กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น

ทดลองอ่าน กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น บทที่ 1-2

บทที่ 1 แคว้นต้าฉีถือเป็นผู้ปกครองแห่งใต้หล้า โดยมีเมืองลั่วอันที่รุ่งโรจน์เป็นเมืองหลวง ที่นั่นเป็นสถานที่รุ่งเรืองมั่ง...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 87-88

บทที่ 87 เสิ่นหุยมองดูเผยไหวกวงดื่มสุราหนึ่งถ้วย นางลังเลอยู่ครู่หนึ่ง จึงยกกาสุราขึ้นมารินให้ตนเองเล็กน้อย เผยไหวกวงเหล...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 63-64

บทที่ 63 เผยเซียวหยวนมีสมองที่แจ่มใสและเฉียบแหลม เขาจึงเข้าใจความหมายในคำพูดเหล่านั้นของนางได้โดยไม่สงสัยเลยแม้แต่น้อย ท...

community.jamsai.com