ทดลองอ่าน หอมเกศา บทที่ 1-2 – หน้า 2 – Jamsai
Connect with us

Jamsai

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน หอมเกศา บทที่ 1-2

สาวใช้คนนี้เพิ่งมาใหม่ เป็นธรรมดาที่จะไม่รู้ว่า ‘นาง’ ที่คุณหนูรองเอ่ยถึงด้วยความกริ่งเกรงผู้นั้นเป็นใคร ด้วยเหตุนี้ตอนติดตามสี่เชวี่ยไปรับค่าจ้างรายเดือนที่ห้องบัญชี นางจึงไต่ถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น

สาวใช้หน้าใหม่ผู้นี้มีนามว่าหมิงฉาน เป็นญาติห่างๆ ของสี่เชวี่ย ดังนั้นสี่เชวี่ยจึงมักช่วยเหลือดูแลอีกฝ่ายเสมอ พอหมิงฉานถาม นางก็เอ่ยตอบอย่างใจเย็น

“เจ้าคงรู้แล้วว่าคุณหนูรองยังมีพี่สาวอีกคน แม้จะเป็นบุตรสาวภรรยาเอก แต่ไม่ใช่สายเลือดฮูหยินของพวกเรา”

หมิงฉานพยักหน้าพร้อมพูดทันที “เรื่องนี้ข้ารู้ ก่อนหน้าฮูหยินของพวกเรายังมีฮูหยินสกุลหูที่ด่วนจากไปอีกท่านหนึ่ง ฮูหยินท่านนั้นมีบุตรชายหนึ่งคน บุตรสาวหนึ่งคน…แต่ได้ยินว่าคุณหนูใหญ่ประสบอุบัติเหตุกลายเป็นคนตาบอดแล้วถูกส่งไปอยู่บ้านเดิม…”

นางยังกล่าวไม่ทันจบ สี่เชวี่ยก็ถลึงตาใส่ “เจ้าพูดมากนัก ควรเปลี่ยนชื่อเป็นหูลู่เสียจริง จำไว้…หากอยากทำงานในเรือนคุณหนูรอง อย่าได้เอ่ยถึงคุณหนูใหญ่”

พอพูดถึงขั้นนี้ หมิงฉานเริ่มกระจ่างแจ้งแล้วว่าที่แท้คนที่คุณหนูรองไม่อยากพบคือพี่สาวต่างมารดาผู้นั้นนั่นเอง

เรื่องที่คุณหนูใหญ่สกุลซูมีอาการผิดปกติที่ดวงตาเมื่อสองปีที่ผ่านมา นางมีรูปโฉมงดงาม ว่ากันว่าผู้อาวุโสของสกุลซูกับสกุลลู่จับคู่ให้นางกับคุณชายลู่หมั้นหมายกันตั้งแต่วัยเยาว์ เดิมทีควรจะเป็นคุณหนูใหญ่ผู้นั้นที่ได้แต่งเข้าสกุลลู่

หากมิใช่คุณหนูใหญ่ตาบอดในภายหลัง ไม่ว่าอย่างไรตำแหน่งสะใภ้สกุลลู่ก็ไม่มีทางตกเป็นของคุณหนูรองไปได้

เมื่อเป็นเช่นนี้ความคิดในใจที่ซับซ้อนตามประสาสตรีของคุณหนูรองก็เป็นที่เข้าใจได้ในบัดดล แต่ดูไปแล้วตอนนี้คุณหนูใหญ่ผู้นั้นไม่น่าเวทนากว่าหรือ!

สตรีที่เพิ่งอายุสิบแปดปีนางหนึ่งกลับต้องพิการทางสายตา ตระกูลดีๆ ที่ใดจะอยากได้ลูกสะใภ้ตาบอดเล่า

แต่หากให้นางออกเรือนไปเป็นอนุ ติงเพ่ยภรรยาเอกของนายท่านใหญ่สกุลซูในขณะนี้จะถูกครหาว่าใจดำกับลูกเลี้ยงอย่างช่วยไม่ได้ มิหนำซ้ำยังได้ยินว่าคุณหนูใหญ่ผู้นั้นเป็นคนทะนงตนเสียด้วย ก่อนหน้านี้ครอบครัวจะยกนางให้บัณฑิตซิ่วไฉ ยากจนคนหนึ่ง แต่หัวเด็ดตีนขาดอย่างไรนางก็ไม่ยินยอม เป็นเหตุให้สองพ่อลูกทะเลาะกันยกใหญ่

หลังนายท่านใหญ่สกุลซูคิดทบทวนแล้วจึงส่งคุณหนูใหญ่กลับไปอยู่บ้านเดิม ในเมื่อนางไม่อยากออกเรือนเขาก็ไม่ฝืนใจ เพียงยกนางขึ้นทูนศีรษะเป็นบุตรสาวบังเกิดเกล้า เลี้ยงดูกันไปจนกว่าจะแก่ตาย!

เวลานี้สกุลซูมีเรื่องมงคลไม่ขาดสาย นายท่านใหญ่สกุลซูก็คร้านจะตั้งแง่กับบุตรสาวคนโตนิสัยแปลกประหลาดและหัวรั้นคนนั้น ครานี้กลับไปบ้านเดิม หากบุตรสาวบังเกิดเกล้าทนความเงียบเหงาของบ้านเดิมไม่ไหว คิดได้เองแล้วมาพูดขอร้อง เขาผู้เป็นบิดาย่อมอ่อนข้อให้ มองหาคู่ครองที่เหมาะสมพร้อมเพิ่มสินเดิมเจ้าสาวมากขึ้นให้นางได้ออกเรือนเป็นอันสิ้นเรื่องสิ้นราวกันไป

 

ขณะอยู่บนเรือเดินทางกลับไปนายท่านใหญ่สกุลซูก็กล่าวกับบุตรชายสามคนของตนว่า “นับแต่นี้เป็นต้นไปสกุลซูถือเป็นตระกูลขุนนาง ข้าปูทางไว้ให้บุตรหลานเช่นพวกเจ้าแล้ว ต่อให้กลับบ้านเดิมพวกเจ้าทั้งสามจะเกียจคร้านไม่ทบทวนตำราไม่ได้”

บุตรชายสองคนของเขาที่เกิดกับติงซื่อห่างกันหนึ่งปี คือซูจิ่นกวนอายุสิบสี่ปี กับซูจิ่นเฉิงอายุสิบสามปี ติงซื่อมีพวกเขาสองคนตอนอยู่กับนายท่านใหญ่สกุลซูที่เมืองเฉิงตูซึ่งถูกขนานนามว่า ‘จิ่นกวนเฉิง’ หรือ ‘นครแพรหลวง’ จึงนำคำนี้มาตั้งชื่อเพื่อสื่อนัยถึงสถานที่ถือกำเนิดของพวกเขา

แล้วทั้งสองก็เปล่งประกายดุจแพรไหมสมชื่อ ตั้งแต่เริ่มรู้ความก็เล่าเรียนเขียนอ่านกับอาจารย์อย่างได้เรื่องได้ราว เมื่อเปรียบเทียบกันแล้วซูกุยเยี่ยนบุตรชายของหูซื่อที่ล่วงลับไปแล้วกลับดูด้อยความสามารถมากกว่า

ตอนที่ซูหงเหมิงได้ยินซูกุยเยี่ยนท่อง ‘ฎีกาออกศึก’ ติดๆ ขัดๆ ก็โกรธจนควันออกหู ชี้หน้าบุตรชายคนโตพลางดุด่า

“เสียทีที่เจ้าอายุตั้งสิบหกปีแล้ว มิหนำซ้ำยังเข้าสำนักศึกษาก่อนน้องชายสองคนถึงสองปี ในสมองของเจ้ายัดขี้เลื่อยไว้หรืออย่างไร”

ใบหน้าที่คมคายหมดจดของซูกุยเยี่ยนได้รับถ่ายทอดจากมารดา ดูหล่อเหลามีสง่าราศี เพียงแต่น่าเสียดายที่มีดีแค่รูปสมบัติ

เด็กหนุ่มถูกบิดาใช้นิ้วจิ้มหน้าผากจนร่างเซถอยหลังไปสองก้าวอย่างยั้งไม่อยู่ อีกทั้งเรือยังโคลงเคลงไปมา ทำให้ล้มก้นจ้ำเบ้าลงกับพื้น ขอบตาของเขาเริ่มแดงเรื่อด้วยความเจ็บ

น้องชายสองคนเห็นพี่ชายล้มลงไปกับพื้นก็ไม่กล้าเข้าไปพยุง ด้านซูจิ่นเฉิงคุณชายสามยังลอบหัวเราะอย่างห้ามไม่อยู่

เวลานี้เองติงซื่อก็พาสาวใช้เดินเข้ามา นางมองซูกุยเยี่ยนก่อนคลี่ยิ้มเอ่ยกับนายท่านใหญ่สกุลซู “อยู่ดีๆ ก็หัวเสียดุด่าบุตรชายอีกแล้ว ก่อนหน้านี้ท่านเพิ่งฟื้นฟูร่างกายได้ไม่ทันไรเองนะเจ้าคะ ท่านหมอบอกไว้ว่ากินยาอยู่ไม่ควรโมโห เยี่ยนเอ๋อร์เรียนช้ามาแต่ไหนแต่ไร มิใช่เรื่องที่เกิดขึ้นแค่วันสองวันนี้ ท่านจะโกรธให้เสียสุขภาพตนเองไปไย…”

ขณะที่กล่าววาจานี้ติงซื่อก็ขยิบตาให้ลูกเลี้ยงที่นั่งอยู่บนพื้นเป็นเชิงบอกให้เขารีบหลบออกไป

Comments

comments

No tags for this post.
Continue Reading

More in ทดลองอ่าน

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 69

    By

    บทที่ 69 ครั้นรถม้าที่จ้าวจงฟางกับจิตรกรน้อยนั่งอยู่จากไป หานเค่อรั่งก็เปลี่ยนสีหน้า เขาหันมาทางผู้ใต้บังคับบัญชาที่ยืนอยู่ด้านข้าง สายตากวา...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 89-90

    By

    บทที่ 89 เสิ่นหุยนึกถึงผู้ช่วยเสนาบดีฝ่ายซ้ายคนก่อนขึ้นมาทันใด นางรีบถามว่า “แล้วใต้เท้าซูเล่า” คนที่มาแจ้งข่าวทำงานนอกวังหลวงอยู่ตลอด ไม่ค่...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 67-68

    By

    บทที่ 67 เผยเซียวหยวนถอยออกมาถึงระเบียงประตูนอกห้องจัดเลี้ยง ยืนรอนางอยู่ที่นั่น เมื่อนางเดินมาถึงเบื้องหน้าตน เขาก็ยิ้มบางแล้วพยักหน้าเล็กน...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 87-88

    By

    บทที่ 87 เสิ่นหุยมองดูเผยไหวกวงดื่มสุราหนึ่งถ้วย นางลังเลอยู่ครู่หนึ่ง จึงยกกาสุราขึ้นมารินให้ตนเองเล็กน้อย เผยไหวกวงเหลือบตาขึ้นมองนางอย่าง...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 65-66

    By

    บทที่ 65 วันนี้ก็เป็นวันครบรอบการจากไปของชุยเหนียงจื่อมารดาของเผยเซียวหยวน ปีนั้นหลังจากเหตุการณ์ที่ประตูตันเฟิ่งผ่านไปไม่นานนางก็ถึงแก่กรรม...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 85-86

    By

    บทที่ 85 เผยไหวกวงทำตามความปรารถนาของเสิ่นหุย ล้างมือให้สะอาดในน้ำอุ่นที่นางเตรียมไว้ให้เขา จากนั้นก็ใช้ผ้าเช็ดหน้าที่นางพาดไว้เช็ดคราบน้ำบน...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 63-64

    By

    บทที่ 63 เผยเซียวหยวนมีสมองที่แจ่มใสและเฉียบแหลม เขาจึงเข้าใจความหมายในคำพูดเหล่านั้นของนางได้โดยไม่สงสัยเลยแม้แต่น้อย ทว่าชั่วประเดี๋ยวเดีย...

บทความยอดนิยม

everY

ทดลองอ่าน เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 Chapter 2.1-2.2 #นิยายวาย

ทดลองอ่าน เรื่อง เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 ผู้เขียน : MINTRAN แปลโดย : ทันบี ผลงานเรื่อง : 배타적 연애 금지구역 ถือเป็นลิขสิทธิ์...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 8

บทที่ 8 ทั้งสองคนกลั้นหายใจพร้อมกัน หวังไหลตกใจจนอ้าปากกว้างพอจะยัดไข่ไก่เข้าไปได้หนึ่งใบ “ข้า...” เสิ่นหุยเพิ่งพูดได้คำ...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 85-86

บทที่ 85 เผยไหวกวงทำตามความปรารถนาของเสิ่นหุย ล้างมือให้สะอาดในน้ำอุ่นที่นางเตรียมไว้ให้เขา จากนั้นก็ใช้ผ้าเช็ดหน้าที่นา...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 8

บทที่ 8 เฉิงผิงลูบๆ หน้า “เจ้ามองข้าเช่นนี้ทำอะไร” เผยเซียวหยวนก็ไม่ปิดบังอำพราง ย่นหัวคิ้วพลางบอก “เฉิงผิง ไม่ใช่ว่าข้า...

community.jamsai.com