ทดลองอ่าน อุบายรักลิขิตเสน่หา บทที่ 30 – หน้า 7 – Jamsai
Connect with us

Jamsai

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน อุบายรักลิขิตเสน่หา บทที่ 30

ลู่อู๋โยวหลีกเลี่ยงเรื่องที่ฮวาเว่ยหลิงถูกมู่หลิงทำให้เดือดร้อนไม่ได้ หากเขายังคิดจะอยู่ในแวดวงขุนนางต้ายงต่อไปก็ต้องทำให้ฐานะของมู่หลิงถูกต้องตามกฎหมาย

“ข้าสงสัยมากเรื่องหนึ่ง” มู่หลิงพูดว่า “ตามที่ข้าเห็น ต่อให้ใต้เท้าลู่ออกจากราชสำนักต้ายงก็สามารถทำงานใหญ่อื่นได้ เหตุใดต้องยึดติดเช่นนี้ด้วย…เจ้าถูกลดตำแหน่งย้ายมาที่นี่ กล่าวตามจริงแล้วไม่มีอำนาจใดให้พูดได้เลย ได้ยินว่าระยะนี้ถูกเจ้าเมืองดึงอำนาจไปหมดอีก เจ้าเสียแรงใจแรงกายที่นี่ อาจจะไม่ได้อะไรเลยก็ได้”

ในคำพูดของมู่หลิงเหมือนแฝงความไม่เข้าใจจริงๆ

ลู่อู๋โยวได้ฟังแล้วก็หัวเราะ ทว่าเขายังไม่ทันได้เอ่ยปาก เฮ่อหลันฉือก็ทนไม่ไหวพูดขึ้นก่อน

“ข้าก็สงสัยมากเรื่องหนึ่งเช่นกัน ข้าเคยอ่านบทความขององค์รัชทายาทไหวจิ่น เขาเป็นห่วงแผ่นดินเป็นห่วงราษฎรอย่างแท้จริง อยากจะทำงานหนักปกครองแผ่นดิน มีปณิธานกว้างไกล ถ้าคุณชายมู่เป็นทายาทขององค์รัชทายาทไหวจิ่นจริง จะไม่เข้าใจได้อย่างไร”

ถึงแม้คำพูดของมู่หลิงนี้อาจจะเพื่อเกลี้ยกล่อมให้ลู่อู๋โยวอย่ายึดติดกับแวดวงขุนนางก็ตาม

มู่หลิงชะงักไปเล็กน้อยคล้ายนึกอะไรขึ้นได้ ผ่านไปครู่ใหญ่เขาจึงก้มหน้าแล้วเอ่ยว่า “ข้าสูญเสียความทรงจำแล้ว”

ดูเหมือนข้ออ้างนี้สามารถใช้ได้แปดร้อยรอบ

เฮ่อหลันฉือรู้สึกโกรธเล็กน้อย นางไม่คิดว่าลู่อู๋โยวกำลังทำสิ่งที่ไร้ประโยชน์ “คุณชายมู่ ข้าคิดว่าเป็นขุนนางไม่ได้ทำเพื่ออำนาจเท่านั้น ถ้าเจ้าคิดเพียงเท่านี้ เช่นนั้นไม่จำเป็น…”

นางกำลังกลั่นกรองว่าทำอย่างไรจึงจะไม่พูดตรงเกินไปนัก

ลู่อู๋โยวกลับกล่าวอย่างตรงไปตรงมาว่า “อาจเป็นเพราะพวกเขาแซ่เซียวไม่มีความคิดใดกระมัง องค์รัชทายาทไหวจิ่นก็คุยโวมากกว่าลงมือจริง”

มู่หลิงพูดขึ้นทันใดว่า “ก็ไม่ใช่เช่นนั้น”

ลู่อู๋โยวเลิกคิ้วพูดอย่างสบายใจ “หืม?”

“เขาอยากเป็นฮ่องเต้ที่ดี ก็แค่ตั้งใจมากเกินไป จึงได้ถูกระแวง ถูกทำร้ายจนตายก็เพราะแนวคิดไปขัดผลประโยชน์ของตระกูลใหญ่ ถ้าทำตามความคิดของเขาอาจจะทำให้ทะเลสงบไร้คลื่นลม ราษฎรไร้กังวลเรื่องกินอยู่ ใต้หล้าสงบสุขได้จริง”

ลู่อู๋โยวเอ่ยถาม “เจ้าสูญเสียความทรงจำแล้วมิใช่หรือ”

มู่หลิงพูดอย่างไม่เปลี่ยนสีหน้าใจไม่เต้น “เมื่อครู่เพิ่งนึกขึ้นได้”

“เช่นนั้นยังมีอะไรน่าถามอีก”

ฮวาเว่ยหลิงฟังแล้วก็กึ่งเข้าใจกึ่งไม่เข้าใจ นางไม่สนใจราชสำนักต้ายงเลยสักนิด ติดตามบิดามารดาอยู่ในยุทธภพตั้งแต่เด็ก บุกเหนือตะลุยใต้ดูประเพณีผู้คนไปทั่ว ระหว่างทางเห็นความอยุติธรรมก็ชักดาบเข้าช่วย แต่ก็พอจะรู้เรื่องเหล่านั้นอยู่บ้าง

นางหันหน้าไปมองมู่หลิงแล้วถามว่า “เจ้าจะได้เป็นฮ่องเต้จริงหรือ”

ตอนมู่หลิงพูดคุยกับนางน้ำเสียงก็อ่อนโยนลงโดยไม่รู้ตัว “ไม่ค่อยมั่นใจ”

ฮวาเว่ยหลิงถามต่อ “แล้วจะเป็นฮ่องเต้ที่ดีได้หรือไม่”

มู่หลิงได้แต่พูดด้วยรอยยิ้มเศร้า “เรื่องนี้เจ้าทำให้ข้าลำบากใจเล็กน้อย”

ฮวาเว่ยหลิงพูดอย่างตกใจ “เจ้าอยากเป็นฮ่องเต้ทรราชหรือ!”

มู่หลิงเอ่ยอธิบาย “ข้าไม่แน่ว่าจะได้เป็นฮ่องเต้ต่างหาก”

“อ้อ” ฮวาเว่ยหลิงพยักหน้า “เช่นนั้นถ้าเป็นแล้ว เจ้าจะเป็นฮ่องเต้ที่ดีได้หรือไม่ แบบที่ไม่ทำให้ราษฎรต้องอดอยาก ตอนข้าช่วยเจ้ากลับมา อ้า เจ้าคงจำไม่ได้แล้ว ระหว่างทางเจอผู้ประสบภัยที่หิวโหยมากมาย ข้ายังซื้ออาหารแจกโจ๊กอีกด้วย ยังมีระหว่างทางที่พวกเราออกจากเมืองหลวงยังได้เห็น…ตอนนั้นเจ้าก็รู้สึกว่าน่าเวทนามากมิใช่หรือ ถึงแม้…” นางพร่ำบ่น “พวกเราดูไปแล้วเหมือนหนีตายเช่นกัน”

มู่หลิงพูดอย่างเงียบๆ ว่า “นี่อาจจะไม่ใช่เรื่องที่ง่ายดายเช่นนั้น…”

ฮวาเว่ยหลิงยิ้มจนเห็นลักยิ้มเล็กน้อยพูดว่า “เรื่องอยู่ที่คนทำ เจ้าลองพยายามดู เจ้าดูสิ บทละครร้ายกาจเพียงนั้นเจ้ายังเขียนได้เลย…”

มู่หลิง “…”

นี่ดูเหมือนไม่ใช่เรื่องยากอะไร

ลู่อู๋โยวตบไหล่มู่หลิงทีหนึ่งเป็นการกลบเกลื่อน “ฟ้ามืดเกินไปแล้ว กลับไปนอนเถอะ คุณชายมู่เจ้าใคร่ครวญให้ดี ข้าจะคอยระวังความเคลื่อนไหวขององครักษ์เสื้อแพรในห่วงโจวคนอื่น ก่อนที่พวกเขาจะพบเจ้า ทางที่ดีเจ้าควรให้คำตอบที่แน่ชัดแก่ข้า”

กำจัดคนกลุ่มนี้ทิ้งก็ยากมากพอแล้ว เขาเองก็ไม่ได้คิดจะเป็นศัตรูกับต้ายงจริงๆ

เฮ่อหลันฉืออ้าปากหาวเช่นกัน ตบศีรษะของฮวาเว่ยหลิงเบาๆ ทีหนึ่งแล้วพูดว่า “เจ้าก็รีบนอนได้แล้ว”

 

ระหว่างทางกลับ กลางดึกไร้ผู้คน

เฮ่อหลันฉือจึงกล้าพูดเสียงเบาว่า “เจ้าจริงจังอย่างนั้นหรือ”

ลู่อู๋โยวเอ่ยตอบ “อย่างไรก็ต้องยุให้เขาฟื้นคืนฐานะก่อน กว่าจะถึงตอนที่เขาถูกจับตัวก็ยังมีเวลาอีกสักพัก ยิ่งไปกว่านั้นตอนนี้เซียวไหวจั๋วคงแค่เพียงส่งคนไล่ฆ่าเขาเป็นนิสัย ที่อีกฝ่ายกลัดกลุ้มยิ่งกว่าน่าจะเป็นเรื่องการสืบทอดบัลลังก์ของรัชทายาท”

เฮ่อหลันฉือครุ่นคิดแล้วจึงเอ่ยถาม “แล้วมีความเป็นไปได้หรือไม่”

“ยกทัพก่อกบฏอย่าคิดเลย ต่อให้องค์รัชทายาทไหวจิ่นมีอำนาจบารมีในกองทัพ ตอนที่บันทึกประวัติศาสตร์เซวียนฮ่องเต้ข้าจำได้ ผู้ใต้บังคับบัญชาเก่าขององค์รัชทายาทไหวจิ่นมีบางคนเป็นแม่ทัพชายแดนที่ห่วงโจวนี้…ถ้าเริ่มต่อสู้กันต้องมีคนบาดเจ็บล้มตายรุนแรงมาก และความขัดแย้งภายในต้ายงรังแต่จะทำให้เป่ยตี๋ได้ประโยชน์ไปเท่านั้น แม้จะได้ข่าวว่าองค์ชายหลายคนของเป่ยตี๋ตอนนี้ก่อเรื่องวุ่นวายมากเช่นกัน แต่ก็บอกได้ไม่แน่นอนว่าจะบุกมาเมื่อไร” ลู่อู๋โยวพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “เดินเส้นทางบีบให้สละราชบัลลังก์นั้นไม่แน่ว่าอาจจะมีหวังอยู่บ้าง ดูว่าเซียวหนานสวินกับเซียวหนานป๋อจะสู้กันจนตายไปทั้งสองฝ่ายได้หรือไม่ แล้วค่อยรอตักตวงผลประโยชน์ เซียวไหวจั๋วก็อาศัยสิ่งนี้ขึ้นตำแหน่งมิใช่หรือ อย่างไรเสียก็เป็นเรื่องสกุลเซียวของพวกเขา ขุนนางราชสำนักไม่มีทางยื่นมือเข้าแทรก อาศัยชื่อเสียงขององค์รัชทายาทไหวจิ่น ไม่แน่ว่ายังมีคนสนับสนุน เรื่องอื่นไม่พูด สวีเก๋อเหล่าก่อนหน้านี้ก็เคยบรรยายตำราแก่องค์รัชทายาทไหวจิ่นมาก่อน”

“ยังมีองค์ชายองค์อื่นอีกมิใช่หรือ แต่ถ้าทุกคนยังเด็กอยู่ เรื่องนั้นก็…”

เห็นนางตั้งใจใคร่ครวญ ลู่อู๋โยวจึงขยับเข้าไปเล็กน้อย จับผมปอยหนึ่งของนางมาพันนิ้วมือเล่น “เจ้าคิดจะมองดูเขาขึ้นตำแหน่งจริงหรือ”

นางมาอย่างเร่งรีบ ผมเผ้าไม่ได้เกล้ามวยดี เพียงแค่มัดอย่างเรียบง่ายไว้หลังศีรษะ

Comments

comments

No tags for this post.
Continue Reading

More in ทดลองอ่าน

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 91-92

    By

    บทที่ 91 ฉีอวี้เหม่อมองเสิ่นหุย มองดูเสด็จน้าทรุดนั่งลงบนพื้น เขาก้มหน้าลงจ้องมองกางเกงตัวในของตนที่เปียกชุ่มแนบติดขา ดูเหมือนเพิ่งเข้าใจว่า...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 69

    By

    บทที่ 69 ครั้นรถม้าที่จ้าวจงฟางกับจิตรกรน้อยนั่งอยู่จากไป หานเค่อรั่งก็เปลี่ยนสีหน้า เขาหันมาทางผู้ใต้บังคับบัญชาที่ยืนอยู่ด้านข้าง สายตากวา...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 89-90

    By

    บทที่ 89 เสิ่นหุยนึกถึงผู้ช่วยเสนาบดีฝ่ายซ้ายคนก่อนขึ้นมาทันใด นางรีบถามว่า “แล้วใต้เท้าซูเล่า” คนที่มาแจ้งข่าวทำงานนอกวังหลวงอยู่ตลอด ไม่ค่...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 67-68

    By

    บทที่ 67 เผยเซียวหยวนถอยออกมาถึงระเบียงประตูนอกห้องจัดเลี้ยง ยืนรอนางอยู่ที่นั่น เมื่อนางเดินมาถึงเบื้องหน้าตน เขาก็ยิ้มบางแล้วพยักหน้าเล็กน...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 87-88

    By

    บทที่ 87 เสิ่นหุยมองดูเผยไหวกวงดื่มสุราหนึ่งถ้วย นางลังเลอยู่ครู่หนึ่ง จึงยกกาสุราขึ้นมารินให้ตนเองเล็กน้อย เผยไหวกวงเหลือบตาขึ้นมองนางอย่าง...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 65-66

    By

    บทที่ 65 วันนี้ก็เป็นวันครบรอบการจากไปของชุยเหนียงจื่อมารดาของเผยเซียวหยวน ปีนั้นหลังจากเหตุการณ์ที่ประตูตันเฟิ่งผ่านไปไม่นานนางก็ถึงแก่กรรม...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 85-86

    By

    บทที่ 85 เผยไหวกวงทำตามความปรารถนาของเสิ่นหุย ล้างมือให้สะอาดในน้ำอุ่นที่นางเตรียมไว้ให้เขา จากนั้นก็ใช้ผ้าเช็ดหน้าที่นางพาดไว้เช็ดคราบน้ำบน...

บทความยอดนิยม

everY

ทดลองอ่าน เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 Chapter 2.1-2.2 #นิยายวาย

ทดลองอ่าน เรื่อง เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 ผู้เขียน : MINTRAN แปลโดย : ทันบี ผลงานเรื่อง : 배타적 연애 금지구역 ถือเป็นลิขสิทธิ์...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 85-86

บทที่ 85 เผยไหวกวงทำตามความปรารถนาของเสิ่นหุย ล้างมือให้สะอาดในน้ำอุ่นที่นางเตรียมไว้ให้เขา จากนั้นก็ใช้ผ้าเช็ดหน้าที่นา...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 87-88

บทที่ 87 เสิ่นหุยมองดูเผยไหวกวงดื่มสุราหนึ่งถ้วย นางลังเลอยู่ครู่หนึ่ง จึงยกกาสุราขึ้นมารินให้ตนเองเล็กน้อย เผยไหวกวงเหล...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 63-64

บทที่ 63 เผยเซียวหยวนมีสมองที่แจ่มใสและเฉียบแหลม เขาจึงเข้าใจความหมายในคำพูดเหล่านั้นของนางได้โดยไม่สงสัยเลยแม้แต่น้อย ท...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 65-66

บทที่ 65 วันนี้ก็เป็นวันครบรอบการจากไปของชุยเหนียงจื่อมารดาของเผยเซียวหยวน ปีนั้นหลังจากเหตุการณ์ที่ประตูตันเฟิ่งผ่านไปไ...

community.jamsai.com