ทดลองอ่าน แม่ทัพฉางหนิง ขุนศึกหญิงพิทักษ์นครา บทที่ 64-65 – หน้า 6 – Jamsai
Connect with us

Jamsai

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน แม่ทัพฉางหนิง ขุนศึกหญิงพิทักษ์นครา บทที่ 64-65

หลิวเซี่ยงนึกว่าอีกฝ่ายทั้งผิดหวังทั้งเดือดดาลตนถึงขีดสุด ถึงได้มีอาการตอบสนองเช่นนี้ ในใจพลันหนาวเยือก พร้อมกันนั้นยังรู้สึกละอายแก่ใจจนต้องโขกศีรษะอีกครั้งแล้วถอดหมวกขุนนางลงมาวางกับพื้นเองโดยไม่ต้องให้เจ้านายเอ่ยปาก ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงหม่นเศร้า “กระหม่อมผิดต่อความไว้วางพระทัย ขอท่านอ๋องโปรดอย่าได้กริ้ว! กระหม่อมจะขอรับโทษทัณฑ์เอง…”

“หลิวเซี่ยง!”

เสียงกัดฟันคำรามพลันดังเข้าหู แทรกคำพูดของเขากลางคัน

เจ้าของชื่อสะท้านเฮือก เมื่อเงยหน้าขึ้นอีกครั้งก็พบว่าอ๋องผู้สำเร็จราชการลืมตาขึ้นมาแล้ว กำลังมองเขาผ่านเพลิงโทสะที่ลุกโชติช่วงในดวงตา

“วัดฮู่กั๋วฤดูใบไม้ร่วงปีกลาย?!” ชายหนุ่มเปล่งเสียงออกมาอย่างเคียดแค้น “วิเศษ! หลิวเซี่ยง เจ้าวิเศษมาก!” ดูเหมือนเจ้าตัวจะโมโหเสียจนเสียงสั่น “พระชายามาเมืองหลวงตั้งแต่ฤดูใบไม้ร่วงปีกลาย! เจ้าปิดบังข้ามานานถึงเพียงนี้?”

หลิวเซี่ยงชะงัก

เดิมทีเขานึกว่าอ๋องผู้สำเร็จราชการจะตำหนิตนเองที่แอบปล่อยคนเข้าวัด แต่เท่าที่ดูตอนนี้ เหตุใดถึงฟังเหมือนอีกฝ่ายโกรธจัดที่เขาไม่รีบบอกให้รู้เรื่องแต่แรกมากกว่า

เขาตอบกลับไปหวาดๆ “ท่านอ๋อง…ท่านอ๋องโปรดอย่าได้กริ้ว…ที่กระหม่อมไม่กล้าทูลให้ทรงทราบเป็นเพราะประการแรกกระหม่อมเองก็ทราบว่าไม่ควรทำ จึงกลัวจะมีโทษ ประการที่สองพระชายาทรงแอบดูท่านอ๋องก่อนเข้าพิธี เชื่อว่าจะต้องไม่ประสงค์ให้ใครล่วงรู้…”

คราวนี้สีหน้าของอ๋องผู้สำเร็จราชการถมึงทึงจนดำคล้ำ

หลิวเซี่ยงพูดต่อไม่ออก ได้แต่หมอบกรานลงกับพื้นอีกครั้ง รู้สึกเสียวสันหลังวาบเป็นระลอก สักพักหนึ่งก็ได้ยินเสียงฝีเท้าเร็วรัวดังห่างออกไปเรื่อยๆ ทุกที เมื่อลุกขึ้นแล้วหันไปมองก็เห็นอ๋องผู้สำเร็จราชการเดินไปทางตำหนักแปรพระราชฐานแล้ว กำลังก้าวพรวดๆ ผ่านองครักษ์เวรกลางคืนจำนวนหนึ่งขึ้นไปตามบันได ก่อนจะลับตัวไปในความมืดมิดของรัตติกาล

 

หากจะบอกว่าตั้งแต่เกิดมายี่สิบสามสิบปีซู่เซิ่นฮุยไม่เคยเดือดดาล อับอาย และกระอักกระอ่วนเท่าคืนนี้มาก่อนเลยในชีวิตก็ไม่เกินจริงแต่อย่างใด

เขาไม่คิดไม่ฝันเลยว่าในวัดฮู่กั๋วฤดูใบไม้ร่วงปีกลายวันนั้นนอกจากจะเกิดเหตุสังหารเกาอ๋อง เขาบอกลาเวินวัน และพูดเรื่องเหล่านั้นกับฮ่องเต้น้อยแล้ว ยังมีคนอีกคนซ่อนตัวอยู่ในวัดด้วย

ในเมื่อนางมาเมืองหลวงเพราะเขา วันนั้นย่อมต้องอยู่ใกล้ๆ เขาตลอด เพียงแต่เร้นกายได้ยอดเยี่ยมจนเขาไม่ทันรู้ตัว

ถูกนางเห็นตอนกำจัดเกาอ๋องน่ะช่างเถิด ปัญหาคือต่อมาเขายังพบเวินวันแล้วเอ่ยลาฝ่ายตรงข้ามอย่างเด็ดขาด

เชื่อว่าตอนนั้นนางก็ต้องซ่อนตัวอยู่ใกล้ๆ และได้เห็นเหตุการณ์ดังกล่าว ได้ยินถ้อยคำที่เขาพูด ข้อนี้ซู่เซิ่นฮุยมั่นใจอย่างยิ่งเลยทีเดียว

ตอนที่หลิวเซี่ยงคุกเข่าขอรับโทษด้วยสีหน้าเสียใจอย่างสุดซึ้ง เขาหลับตาลง หวนนึกถึงถ้อยคำทุกประโยคที่วันนั้นได้พูดกับบุตรสาวอาจารย์ที่ตนรู้สึกติดค้าง เขามั่นใจอย่างยิ่งว่าสตรีผู้มีจิตใจละเอียดอ่อนเยี่ยงเวินวันจะต้องเข้าใจความหมายแท้จริงของถ้อยคำที่เขาสื่อออกมาอย่างละมุนละม่อมเพื่อไม่ให้กระทบใจนางมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ อดีตไม่อาจหวนคืน เขาไม่ใช่อันเล่ออ๋องหนุ่มน้อยผู้นั้นอีกต่อไปแล้ว นางจะได้ตัดใจอย่างแท้จริงเสียที เวินวันเป็นบุตรสาวของอาจารย์ที่เคยมีบุญคุณสอนสั่ง เป็นสตรีผู้เพียบพร้อมทั้งรูปโฉม สติปัญญา และความอ่อนหวานที่เขาเคยชื่นชมในวัยหนุ่ม นางคู่ควรที่จะได้รับการตัดรอนอย่างอ่อนโยนจากเขา

แต่สำหรับคนนอก น่ากลัวว่าสถานการณ์และบทสนทนาในตอนนั้นคงดูเหมือนเขาจำใจแยกจากหญิงที่รักเพื่อการแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์…

ซู่เซิ่นฮุยไม่เหลือแรงจะสนใจหลิวเซี่ยงแล้วจริงๆ เขาพยายามข่มใจไม่เงื้อเท้าถีบฝ่ายตรงข้ามตกทะเลสาบแล้วหมุนตัวเดินจ้ำออกมา ระหว่างขึ้นบันไดบนเขา มือทั้งสองข้างของเขากำแน่น เหงื่อผุดซึมออกมาจากแผ่นหลัง ประเดี๋ยวก็เย็นเฉียบ ประเดี๋ยวก็ร้อนรุ่ม หัวใจเต้นถี่รัว ลมหายใจสั้นกระชั้น ราวกับเป็นไข้ป่าก็ไม่ปาน

จวบจนชั่วขณะจิตในราตรีนี้เองที่เขาเพิ่งได้คิดว่าเหตุใดหลังแต่งงานกันนางถึงได้มีท่าทีกระตือรือร้นอยากเป็นแม่สื่อให้เขากับเวินวันได้ครองคู่กันถึงเพียงนั้น เหตุใดพอแต่งเข้าฉางอันนางถึงไม่คิดจะใช้ชีวิตเยี่ยงสามีภรรยากับเขานาน กระทั่งดาบที่เป็นสินสอดก็ยังไม่อยากเอาไปด้วย

เขาจะต้องอธิบายกับนางให้กระจ่าง!

ต้องเขียนจดหมายหานางเดี๋ยวนี้ แล้วส่งไปด้วยความเร็วสูงสุดของม้าเร็วแปดร้อยหลี่ แม้ต้องสิ้นเปลืองและใช้กำลังคนมากเพียงใดก็ช่าง ขอเพียงได้บอกให้นางเข้าใจว่าของบางอย่างบนโลกนี้ต่อให้เห็นกับตาได้ยินกับหู บางครั้งก็ไม่ใช่ความจริงเสมอไป เขาจะปล่อยให้นางเข้าใจผิดไปเรื่อยๆ ไม่ได้

“ท่านอ๋องเสด็จกลับมาแล้ว วันนี้มีฎีกาส่งมาพอสมควรเลยพ่ะย่ะค่ะ! นอกจากนั้นยังมีจดหมายจากฝ่าบาทฉบับหนึ่ง กระหม่อมนำไปวางบนโต๊ะทรงงานให้แล้ว…”

ตามกำหนดการเดิมอ๋องผู้สำเร็จราชการต้องกลับถึงที่นี่ตั้งแต่ช่วงเย็น ปรากฏว่าจนป่านนี้ก็ยังไม่กลับ จางเป่าออกมายืนชะเง้อคอมองหน้าตำหนักแปรพระราชฐาน ทันใดนั้นก็เห็นเจ้านายเดินขึ้นมา เขารีบถลาไปต้อนรับพลางบอกอย่างนั้น ทว่าสองตาของเจ้านายเอาแต่มองตรงไปข้างหน้าขณะเดินลิ่วๆ ผ่านร่างเขาขึ้นบันไดหน้าตำหนักเข้าไปข้างในอย่างเร่งร้อน

ซู่เซิ่นฮุยตรงดิ่งมาที่ห้องหนังสือ ปัดจดหมายบนโต๊ะให้พ้นทางแล้วจุ่มปลายพู่กันแต้มน้ำหมึก ยกพู่กันขึ้นมาเริ่มเขียนจดหมายทันที แต่เพิ่งจะเขียนไปได้ไม่กี่คำว่า

 

ภรรยาของข้า ขอให้จดหมายฉบับนี้เป็นตัวแทนข้า…’

Comments

comments

No tags for this post.
Continue Reading

More in ทดลองอ่าน

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 91-92

    By

    บทที่ 91 ฉีอวี้เหม่อมองเสิ่นหุย มองดูเสด็จน้าทรุดนั่งลงบนพื้น เขาก้มหน้าลงจ้องมองกางเกงตัวในของตนที่เปียกชุ่มแนบติดขา ดูเหมือนเพิ่งเข้าใจว่า...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 69

    By

    บทที่ 69 ครั้นรถม้าที่จ้าวจงฟางกับจิตรกรน้อยนั่งอยู่จากไป หานเค่อรั่งก็เปลี่ยนสีหน้า เขาหันมาทางผู้ใต้บังคับบัญชาที่ยืนอยู่ด้านข้าง สายตากวา...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 89-90

    By

    บทที่ 89 เสิ่นหุยนึกถึงผู้ช่วยเสนาบดีฝ่ายซ้ายคนก่อนขึ้นมาทันใด นางรีบถามว่า “แล้วใต้เท้าซูเล่า” คนที่มาแจ้งข่าวทำงานนอกวังหลวงอยู่ตลอด ไม่ค่...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 67-68

    By

    บทที่ 67 เผยเซียวหยวนถอยออกมาถึงระเบียงประตูนอกห้องจัดเลี้ยง ยืนรอนางอยู่ที่นั่น เมื่อนางเดินมาถึงเบื้องหน้าตน เขาก็ยิ้มบางแล้วพยักหน้าเล็กน...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 87-88

    By

    บทที่ 87 เสิ่นหุยมองดูเผยไหวกวงดื่มสุราหนึ่งถ้วย นางลังเลอยู่ครู่หนึ่ง จึงยกกาสุราขึ้นมารินให้ตนเองเล็กน้อย เผยไหวกวงเหลือบตาขึ้นมองนางอย่าง...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 65-66

    By

    บทที่ 65 วันนี้ก็เป็นวันครบรอบการจากไปของชุยเหนียงจื่อมารดาของเผยเซียวหยวน ปีนั้นหลังจากเหตุการณ์ที่ประตูตันเฟิ่งผ่านไปไม่นานนางก็ถึงแก่กรรม...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 85-86

    By

    บทที่ 85 เผยไหวกวงทำตามความปรารถนาของเสิ่นหุย ล้างมือให้สะอาดในน้ำอุ่นที่นางเตรียมไว้ให้เขา จากนั้นก็ใช้ผ้าเช็ดหน้าที่นางพาดไว้เช็ดคราบน้ำบน...

บทความยอดนิยม

everY

ทดลองอ่าน เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 Chapter 2.1-2.2 #นิยายวาย

ทดลองอ่าน เรื่อง เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 ผู้เขียน : MINTRAN แปลโดย : ทันบี ผลงานเรื่อง : 배타적 연애 금지구역 ถือเป็นลิขสิทธิ์...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 85-86

บทที่ 85 เผยไหวกวงทำตามความปรารถนาของเสิ่นหุย ล้างมือให้สะอาดในน้ำอุ่นที่นางเตรียมไว้ให้เขา จากนั้นก็ใช้ผ้าเช็ดหน้าที่นา...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 87-88

บทที่ 87 เสิ่นหุยมองดูเผยไหวกวงดื่มสุราหนึ่งถ้วย นางลังเลอยู่ครู่หนึ่ง จึงยกกาสุราขึ้นมารินให้ตนเองเล็กน้อย เผยไหวกวงเหล...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 63-64

บทที่ 63 เผยเซียวหยวนมีสมองที่แจ่มใสและเฉียบแหลม เขาจึงเข้าใจความหมายในคำพูดเหล่านั้นของนางได้โดยไม่สงสัยเลยแม้แต่น้อย ท...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 65-66

บทที่ 65 วันนี้ก็เป็นวันครบรอบการจากไปของชุยเหนียงจื่อมารดาของเผยเซียวหยวน ปีนั้นหลังจากเหตุการณ์ที่ประตูตันเฟิ่งผ่านไปไ...

community.jamsai.com