ทดลองอ่าน ลูบคมองครักษ์สวมรอย เล่ม 1 บทที่ 5-6 – หน้า 4 – Jamsai
Connect with us

Jamsai

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน ลูบคมองครักษ์สวมรอย เล่ม 1 บทที่ 5-6

บทที่ 6

หวังเหยียนชิงได้ยินคำว่า ‘พี่รอง’ แล้ว คิ้วมุ่นเข้าด้วยกันเหมือนคนลอยคอจมน้ำไร้ที่พึ่งคว้าขอนไม้ได้ แต่กลับรู้สึกว่าขอนไม้ท่อนนี้มิใช่หนทางขึ้นสู่ฝั่ง ลู่เหิงนั่งอยู่ข้างเตียง สองคนอยู่ใกล้กันมาก หวังเหยียนชิงจ้องตาเขา ทวนคำซ้ำอย่างไม่แน่ใจ “พี่รอง?”

“ใช่” ดวงตาของลู่เหิงสงบอ่อนโยนดุจทะเลสาบ ดูเหมือนจะเสียใจเพราะความไม่แน่ใจของนาง “แม้แต่ข้าเจ้าก็จำไม่ได้หรือ”

สีหน้าท่าทีของลู่เหิงจริงใจถึงเพียงนี้ หวังเหยียนชิงเผชิญกับแววตาเช่นนี้ในระยะใกล้ ยังรู้สึกละอายใจอยู่บ้าง “มิใช่ พี่รอง ข้าเพียงแต่…”

ลู่เหิงกุมมือนาง ฝ่ามือเรียวยาวทรงพลังรวบเข้าด้วยกันแน่น แสดงความเข้าอกเข้าใจนางด้วยท่าทีอันหนักแน่น “ไม่เป็นไร เจ้าไม่จำเป็นต้องอธิบายกับข้า อาการป่วยของเจ้าข้าทราบแล้ว การสูญเสียความทรงจำไม่ใช่ความผิดของเจ้า เจ้าระแวดระวังทุกคนเช่นนี้ นี่เป็นเรื่องที่ดี ข้าจะตำหนิเจ้าได้อย่างไร”

ฝ่ามือเขาอบอุ่นและแข็งแกร่งทำให้คนอดรู้สึกอยากพึ่งพิงมิได้ จิตใจของหวังเหยียนชิงที่ประหวั่นลนลานนับตั้งแต่ฟื้นขึ้นมาเสมือนหาที่พักพิงได้ จุดยืนเอนเอียงไปทางเขาโดยไม่รู้ตัว “พี่รอง…”

ลู่เหิงอมยิ้มพลางลูบผมนาง จัดปอยผมที่ระใบหน้านางให้ดี เอ่ยอย่างวางใจ “เจ้าไม่เป็นไรก็ดีแล้ว ข้าบกพร่องเองที่ไม่ได้ดูแลเจ้าให้ดี ทำให้เจ้าถูกคนทำร้ายจนสูญเสียความทรงจำ”

หวังเหยียนชิงจับนัยบางอย่างได้ จึงถามว่า “นี่มันเรื่องอะไรกันหรือ”

“เล่าไปแล้วก็ยาว” นิ้วมือลู่เหิงไล้ผ่านใบหน้าด้านข้างของนางอย่างอาลัย สุดท้ายก็วางลงบนหลังมือนาง มือของเขาใหญ่กว่าหญิงสาวมาก มือของเขาเพียงกุมไว้หลวมๆ ก็สามารถรวบมือเรียวยาวดุจหยกของนางไว้ได้อย่างง่ายดายแล้ว ลู่เหิงใช้ท้องนิ้วถูข้อมือนางอย่างไม่เร็วไม่ช้า เอ่ยถาม “ยังจำชื่อของตนเองได้หรือไม่”

หวังเหยียนชิงส่ายหน้า

ลู่เหิงตอบ “ไม่เป็นไร ข้าจำได้ทั้งหมด ข้าจะเล่าเรื่องของพวกเราให้เจ้าฟังเอง ข้าชื่อลู่เหิง ตอนนี้เป็นผู้ช่วยผู้บัญชาการองครักษ์เสื้อแพร ทำหน้าที่แทนผู้บัญชาการชั่วคราว ส่วนเจ้าชื่อหวังเหยียนชิง เป็นบุตรีสกุลหวังของครอบครัวทหารในเมืองต้าถง ปีที่เจ้าอายุเจ็ดขวบ บิดาของเจ้าหวังชงพลีชีพในสมรภูมิ ในปีเดียวกันวันที่สิบเดือนห้า ย่าของเจ้าหลี่ซื่อป่วยตาย เจ้ากลายเป็นเด็กกำพร้า ที่นาของบรรพบุรุษถูกคนอื่นยึดครอง แต่ญาติพี่น้องกลับไม่ยินดีรับเลี้ยงเจ้า เวลานั้นบิดาข้าตรวจตรากองทัพอยู่ในพื้นที่ต้าถง เขาทนดูไม่ได้จริงๆ จึงรับเจ้ากลับมาสกุลลู่ ปีที่เจ้ามาสกุลลู่ข้าอายุสิบสอง เจ้ากับข้ารู้จักกันตั้งแต่เล็ก เป็นดังเหมยเขียวม้าไม้ไผ่ มิใช่พี่น้อง แต่กลับเหนือกว่าพี่น้อง ข้าเป็นทายาทลำดับสองในบ้าน ดังนั้นเจ้าจึงเรียกข้าว่าพี่รองตามอย่างพวกเขา”

ลู่เหิงน้ำเสียงนุ่มนวล ในความราบเรียบเจือความคิดถึง หลิงซีและหลิงหลวนยังเกือบจะเชื่อว่านี่เป็นเรื่องจริง ระดับขั้นสูงสุดในการโกหกก็คือการพูดความจริง ชาติกำเนิดและประสบการณ์ของหวังเหยียนชิงเป็นความจริง การตรวจตรากองทัพของลู่ซงก็เป็นความจริง แต่แนวป้องกันซีเป่ยยาวถึงเพียงนั้น ลู่ซงไม่รู้จักหวังชงแต่อย่างใด แล้วจะรับตัวบุตรีกำพร้าของสกุลหวังมาเลี้ยงดูได้อย่างไร

มิหนำซ้ำองครักษ์เสื้อแพรใช้ชีวิตแบบที่คมดาบอาบเลือด ลู่ซงความสามารถธรรมดาทั่วไป มีดีที่ระวังรอบคอบ เขาไม่มีทางพาสตรีที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกลับสกุลลู่เด็ดขาด ทว่าลู่ซงจากโลกนี้ไปแล้ว หวังเหยียนชิงไม่รู้เรื่องพวกนี้ คำพูดของลู่เหิงกระแทกใจนาง ส่วนลึกในหัวสมองเกิดความรู้สึกตอบสนองอย่างเลือนราง

นางไม่เห็นร่องรอยการโกหกใดๆ บนใบหน้าเขา อีกทั้งความเศร้าเสียใจ ความรู้สึกซาบซึ้งในบุญคุณและอารมณ์อื่นๆ ก็ตอกย้ำนาง หวังเหยียนชิงจึงไม่เหลือความเคลือบแคลงอีก ยอมรับทันทีว่านี่คือพี่รองของตน “พี่รอง เหตุใดข้าจึงสูญเสียความทรงจำได้”

ลู่เหิงถอนหายใจหนึ่งที ดวงตาผุดแววละอายแก่ใจ “ต้องโทษที่ข้าไม่ดี ก่อนหน้านี้ด้วยเรื่องของกองกำลังทักษิณพิทักษ์นคราทำให้ข้าเกิดความขัดแย้งกับพวกชนชั้นสูงในนครหลวง คนพวกนั้นขวัญกล้าเทียมฟ้า กระทำการตามอำเภอใจ ถึงขั้นลอบทำร้ายเจ้าระหว่างทางไปไหว้พระ วันนั้นข้าอยู่ที่กองเจิ้นฝู่ใต้ ไม่ได้ออกไปกับเจ้าด้วย ไม่คิดว่า…”

เสียงของลู่เหิงชะงักไป ริมฝีปากบางเม้มเข้าด้วยกันเล็กน้อย แววตาหนักอึ้ง ดูท่าทางยังคงมิอาจยกโทษให้ตนเองได้ หวังเหยียนชิงกลับเป็นฝ่ายปลอบโยนเขา “พี่รอง ท่านอย่าโทษตนเองเลย มีแต่เป็นโจรพันวัน ไหนเลยจะป้องกันโจรพันวันได้ พวกเขามีใจลอบวางแผน ถึงอย่างไรก็ต้องสบโอกาสจนได้ ตอนนี้ข้าก็ไม่เป็นไรแล้วมิใช่หรือ”

ลู่เหิงมองหวังเหยียนชิงพลางยิ้ม นัยน์ตาสีอำพันหรี่ลงน้อยๆ ยิ่งดูคล้ายสุราบ่อหนึ่ง พาให้ใจคนมัวเมา “นั่นสิ เคราะห์ดีที่เจ้าไม่เป็นอะไร”

หวังเหยียนชิงพบว่าหลังจากนางสลบไสลไป คนที่พบเจอนอกจากลู่เหิงแล้วก็มีเพียงสาวใช้ไม่กี่คนเท่านั้น ในใจนางรู้สึกว้าวุ่น ถามหยั่งเชิงว่า “พี่รอง เหตุใดจึงไม่เห็นคนอื่นๆ เลย เป็นเพราะข้าก่อเรื่องวุ่นวายให้กับจวนหรือไม่”

ทุกคนในนครหลวงต่างบอกว่าลู่เหิงจิตใจชั่วร้ายวิธีการโหดเหี้ยม วันหน้าต้องถูกกรรมตามสนองแน่ ลู่เหิงรู้ว่าชาวบ้านในท้องตลาดด่าเขาอย่างไร แต่เขาไม่รู้สึกผิดแม้แต่น้อย ยังคงทำอะไรตามใจตนเอง คาดคั้นสอบปากคำ ใส่ความผู้อื่นล้วนทำได้ง่ายๆ เขาแต่งเรื่องโกหกหวังเหยียนชิง ตั้งแต่ต้นจนจบดวงตาไม่มีริ้วคลื่นแม้แต่น้อย ทว่ายามนี้ได้ยินคำพูดของนางแล้ว กระทั่งคนไม่มีหัวจิตหัวใจอย่างเขายังรู้สึกปวดใจ

Comments

comments

No tags for this post.
Continue Reading

More in ทดลองอ่าน

  • กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น

    ทดลองอ่าน กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น บทที่ 7-9

    By

    บทที่ 7 ไป๋เฉี่ยนผู้นั้นกำลังรอคำพูดนี้ของคุณชายน้อยอยู่พอดี น้ำโอ่งใหญ่สาดออกไปจนกลายเป็นขวดวิเศษปราบปีศาจสาดกระจายไปทางอาจารย์ฝานแล้ว ฝานเ...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 176-177

    By

    บทที่ 176 เผยไหวกวงมองเสิ่นหุยที่ยิ้มอย่างอ่อนหวานให้เขาอยู่ตรงหน้า กลัวว่าคำพูดต่อไปของนางจะเป็น ‘แต่ข้าคิดถึงท่านมาก’ “แต่ข้าคิดถึงท่านมาก...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 124

    By

    บทที่ 124 เผยเซียวหยวนมือเปล่าไม่มีอาวุธ คิดจะไล่ตามไปต่อสู้ระยะประชิด กล่าวสำหรับเขาแล้วกลับจะได้เปรียบ เพิ่งจะขยับเท้า กลิ่นสาบฉุนก็พุ่งเข...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 174-175

    By

    บทที่ 174 หลังจากเสิ่นหุยกระซิบประโยคนี้แล้วก็ถอยหลังไปเล็กน้อย หลุบตาลงมองฉีอวี้แล้วพูดอย่างอ่อนโยนว่า “อวี้เอ๋อร์ ยามเย็นข้าจะไปกินอาหารเย...

  • กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น

    ทดลองอ่าน กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น บทที่ 5-6

    By

    บทที่ 5 เมื่อคิดถึงตรงนี้เจียงซิ่วรุ่นก็ชิงเอ่ยปากต่อหน้าเซินยงว่า “เมื่อครู่พี่ชายได้ขอยกเลิกเรือนที่กรมพิธีการจัดสรรให้เรียบร้อยแล้ว อีกปร...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 172-173

    By

    บทที่ 172 เมื่อคืนเสิ่นหยวนหงดึงเสิ่นหมิงอวี้มาซักถามอย่างละเอียด เสิ่นหมิงอวี้คิดว่าในเมื่อการลอบปลงพระชนม์ฮ่องเต้สำเร็จแล้ว จึงตัดสินใจเล่...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 122-123

    By

    บทที่ 122 ยามเที่ยงคืน จุดพักม้าที่รับรองแขกสูงศักดิ์ยุ่งวุ่นวายมาทั้งคืนในที่สุดก็กลับสู่ความเงียบสงบ แสงไฟบริเวณรอบๆ สลัวลง นอกจากทหารจากก...

บทความยอดนิยม

everY

ทดลองอ่าน เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 Chapter 2.1-2.2 #นิยายวาย

ทดลองอ่าน เรื่อง เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 ผู้เขียน : MINTRAN แปลโดย : ทันบี ผลงานเรื่อง : 배타적 연애 금지구역 ถือเป็นลิขสิทธิ์...

กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น

ทดลองอ่าน กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น บทที่ 1-2

บทที่ 1 แคว้นต้าฉีถือเป็นผู้ปกครองแห่งใต้หล้า โดยมีเมืองลั่วอันที่รุ่งโรจน์เป็นเมืองหลวง ที่นั่นเป็นสถานที่รุ่งเรืองมั่ง...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 85-86

บทที่ 85 เผยไหวกวงทำตามความปรารถนาของเสิ่นหุย ล้างมือให้สะอาดในน้ำอุ่นที่นางเตรียมไว้ให้เขา จากนั้นก็ใช้ผ้าเช็ดหน้าที่นา...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 87-88

บทที่ 87 เสิ่นหุยมองดูเผยไหวกวงดื่มสุราหนึ่งถ้วย นางลังเลอยู่ครู่หนึ่ง จึงยกกาสุราขึ้นมารินให้ตนเองเล็กน้อย เผยไหวกวงเหล...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 63-64

บทที่ 63 เผยเซียวหยวนมีสมองที่แจ่มใสและเฉียบแหลม เขาจึงเข้าใจความหมายในคำพูดเหล่านั้นของนางได้โดยไม่สงสัยเลยแม้แต่น้อย ท...

community.jamsai.com