ทดลองอ่าน ท่านผู้เป็นดั่งดวงใจ บทที่ 61-62 – Jamsai
Connect with us

Jamsai

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน ท่านผู้เป็นดั่งดวงใจ บทที่ 61-62

หน้าที่แล้ว1 of 6

บทที่ 61

เรือของจุดพักม้าลำหนึ่งแล่นอยู่บนแม่น้ำสายกว้าง ภายในห้องโดยสารปูเบาะนุ่มหนาชั้น เฟิงอู๋จี๋นอนคว่ำร่างแน่นิ่งอยู่บนนั้น หัวไหล่พันผ้าหลายทบ บนแผ่นหลังคลุมทับด้วยเสื้อนอกเปื้อนเลือดของเขา

เฟิงซุ่นอินนั่งอยู่ในห้องโดยสาร จวบจนตอนนี้กระทั่งเสื้อคลุมกันลมที่ผ่านการเช็ดเลือดมายังไม่ทันปลดออกด้วยซ้ำ นางเพียงเฝ้าอยู่ด้านข้างเงียบๆ

วันนั้นไม่มีเวลาสนใจว่าบริเวณที่เจอการดักซุ่มชุลมุนเพียงใด พวกเขารีบเดินทางโดยเร็วที่สุดมาหาหมอในหยวนโจวซึ่งอยู่ใกล้ๆ ให้ช่วยรักษาบาดแผลให้เขาก่อน ทั้งยังดูแลทหารคุ้มกันในขบวนที่ได้รับบาดเจ็บให้เรียบร้อยถึงค่อยแบ่งคนออกเดินทางเป็นสองเส้นทาง ทางหนึ่งเดินทางบนบกไปสำรวจเส้นทางเพื่อเตรียมรับช่วงต่อ อีกทางหนึ่งติดตามนางคอยคุ้มกันเฟิงอู๋จี๋ อาศัยเรือจากจุดพักม้าแล่นไปตามน้ำ มุ่งหน้าไปยังฉินโจว

จวบจนตอนนี้นางล้วนจัดการทุกอย่างอย่างเป็นระเบียบ ไม่กระวนกระวายเลยสักนิด ทว่าพอมานั่งอยู่ที่ตรงนี้หัวใจนางกลับเหลือเพียงอาการบีบรัดแน่น

เขารับลูกธนูดอกนี้แทนนาง ต่อให้นางไม่อยากได้รับการปกป้องจากเขา เขาก็ยังคงไล่ตามมาป้องกันลูกธนูที่เฮ่อเส่อไชว่ยิงใส่นางอยู่ดี

บนลูกธนูไร้พิษ บางทีอาจเพราะเฮ่อเส่อไชว่รีบร้อนมาดักซุ่มโจมตีพวกเขาเลยไม่ทันอาบยาพิษบนลูกธนู ถึงอย่างนั้นบาดแผลก็ลึก หลังจากดึงลูกธนูออกมาแล้วเฟิงอู๋จี๋เสียเลือดมากเกินไป

ผ่านมาหลายวันมีเพียงเมื่อคืนที่เขาสะลึมสะลือฟื้นขึ้นมาครั้งหนึ่ง เอ่ยปลอบนางด้วยเสียงอ่อนแรงว่า ‘ท่านพี่ ไม่เป็นอะไร…ท่านไม่ต้องเป็นห่วง ข้าไม่เป็นอะไร…’ ไม่ทันพูดจบเขาก็สลบไปอีกครั้ง จนถึงตอนนี้เขาก็ไม่ตื่นขึ้นมาอีก

เฟิงซุ่นอินคิดมาถึงตรงนี้พลันปิดตาลง ถึงรู้สึกตัวว่าเบ้าตาปวดหนึบ มาถึงตอนนี้นางแทบไม่ได้ปิดตาพักผ่อนเลย

มือที่กดมุมหนึ่งของเบาะนุ่มเอาไว้กำแน่นโดยไม่รู้ตัว เสียงแผ่วเบากดอยู่ในลำคอประหนึ่งเอ่ยกับตนเอง “เจ้าห้ามเป็นอะไรไปเชียวนะ ห้ามเกิดเรื่องกับคนสกุลเฟิงอีก…”

รอบด้านเงียบงัน มีเพียงเสียงน้ำที่เกิดจากไม้พายดังขึ้นเป็นระลอกดั่งกำลังนับชั่วยาม

ทั้งที่เรือแล่นเร็วมากกลับไม่โคลงเคลง เพียงให้คนรู้สึกว่าเวลาที่ผ่านมาช่างยาวนานเหลือเกิน

รอจนแสงแดดลำหนึ่งส่องเข้ามาภายในห้องโดยสาร ทหารคุ้มกันที่อยู่ข้างนอกก็เอ่ยรายงานว่า “ฮูหยิน มาถึงฉินโจวแล้วขอรับ”

เฟิงซุ่นอินเงยหน้าขึ้นทันที นางปล่อยมือ รักษาท่าทางสุขุมเอาไว้อีกครั้ง “เข้าเมืองเดี๋ยวนี้”

เรือของจุดพักม้าจอดเทียบฝั่ง บรรดาทหารคุ้มกันบังคับรถม้าคันหนึ่งมา เคลื่อนย้ายเฟิงอู๋จี๋จากเรือไปที่รถม้าอย่างระมัดระวัง ทั้งยังปูเบาะรองเพิ่มอีกหลายชั้น

เฟิงซุ่นอินเหยียบโกลนขึ้นขี่ม้าของเฟิงอู๋จี๋ ตอนที่จับสายบังเหียนร่างกายนางกลับโอนเอนเล็กน้อย

ทหารคุ้มกันที่อยู่ด้านข้างเอ่ยขึ้นทันที “ฮูหยินจำเป็นต้องพักผ่อนนะขอรับ”

นางรวบรวมสติ ควบม้าไปข้างหน้า “ไม่เป็นไร ไปได้”

ทหารคุ้มกันที่เฟิงอู๋จี๋สั่งให้กลับมาล่วงหน้าเพื่อเตรียมการรับช่วงต่อที่ฉินโจวคอยเฝ้ารออยู่ที่นอกเมืองหลายวันติดกัน ทันทีที่เห็นขบวนคนกลุ่มใหญ่เดินทางมาถึงก็รีบมาช่วยนำทางทันที พาพวกเขาเข้าไปในเมือง

ตลอดทางไม่มีหยุดพัก ในไม่ช้าก็มาถึงจวนแห่งหนึ่งทางตะวันออกของเมือง บรรดาทหารคุ้มกันหามเฟิงอู๋จี๋เข้าไปในห้องหลักที่เรือนหลังอย่างระมัดระวัง

รอบด้านต่างกำลังยุ่งวุ่นวาย มีคนรีบไปเชิญหมอมาเช่นกัน

เฟิงซุ่นอินทำทุกอย่างอย่างใจเย็น นางหยิบกองกระดาษใยปอห่อนั้นออกจากอานม้า เดินตามเข้าไปในห้องหลักแห่งนั้นโดยไม่อยู่ห่างเลยสักก้าว

เฟิงอู๋จี๋นอนฟุบอยู่บนตั่งไม้กว้างหลังหนึ่ง ใบหน้าซีดขาว ยังคงไม่ได้สติ

หัวใจเฟิงซุ่นอินบีบรัดแน่นกว่าเดิม นางยืนนิ่งอยู่ด้านข้างดั่งถูกคนสกัดจุด

หมอคนหนึ่งถูกพาตัวมาอย่างเร่งรีบ เขาช่วยเปลี่ยนยาให้เฟิงอู๋จี๋อย่างคล่องแคล่ว หลังเสร็จงานจึงหันมาคารวะนาง “คุณชายสูญเสียเลือดสูญเสียพลังกาย ยังดีที่อายุน้อย ร่างกายแข็งแรง อีกทั้งไม่ได้รับบาดเจ็บถึงจุดสำคัญ ขอแค่ดูแลให้ดีก็น่าจะฟื้นขึ้นมาได้ขอรับ”

พูดจบหมอผู้นั้นก็ขอตัว

เฟิงซุ่นอินสบายใจขึ้น ภายในจมูกคล้ายเพิ่งสูดลมหายใจเข้าได้ในชั่วขณะนี้เอง แต่ต่อมานางก็กังวลขึ้นมาอีกครั้ง ย้อนนึกคำว่า ‘น่าจะ’ คำนั้นซ้ำๆ พลางมองดูซีกหน้าของเฟิงอู๋จี๋ นางกำกระดาษใยปอแนบอกแน่น

ทหารคุ้มกันนายหนึ่งเดินมาตรงประตู “ฮูหยิน จัดแจงทุกอย่างเรียบร้อยหมดแล้วขอรับ”

เฟิงซุ่นอินได้ยินว่า ‘จัดแจงทุกอย่างเรียบร้อย’ ความคิดก็พลันกระจ่างขึ้น นางนึกบางอย่างออก รีบก้าวออกจากห้องตรงไปยังเรือนหน้า ก่อนจะกวาดสายตามองไปรอบๆ

ที่นี่เป็นที่พักอาศัยของเฟิงอู๋จี๋ เขาเลื่อนขั้นขึ้นมาเป็นนายกองเจาอู่แล้วถึงได้มีจวนส่วนตัว แต่ไม่นับว่าใหญ่โต แค่แบ่งเป็นเรือนหน้ากับเรือนหลัง ไม่มีอย่างอื่นอีก บ่าวรับใช้เองก็มีไม่มาก แค่บ่าวรับใช้ชายไม่กี่คนกับสาวใช้สองคน ตลอดทางที่เดินมานางก็เห็นทุกอย่างหมดแล้ว นอกจากพวกบ่าวรับใช้ก็มีเพียงทหารคุ้มกันที่นางพามาด้วยเท่านั้น

นางมองรอบๆ แล้วหันไปถาม “พวกคนก่อนหน้านี้เล่า”

ทหารคุ้มกันเดินเข้ามา “ฮูหยินถามถึงพวกทหารที่มาช่วยก่อนหน้านี้หรือขอรับ”

เฟิงซุ่นอินผงกศีรษะ “พวกเขาไปอยู่ที่ใดแล้ว”

ทหารคุ้มกันตอบ “วันนั้นหลังจากแน่ใจว่าฮูหยินไม่เป็นอะไรก็ถอยกันไปหมดแล้วขอรับ”

เฟิงซุ่นอินไร้คำพูด ยุ่งมาจนถึงวันนี้โดยไม่หยุดพัก ไม่ว่าเรื่องใดล้วนไม่ทันสอบถามโดยละเอียด คนก็จากไปทั้งอย่างนี้แล้ว…

หน้าที่แล้ว1 of 6

Comments

comments

No tags for this post.
Continue Reading

More in ทดลองอ่าน

บทความยอดนิยม

everY

ทดลองอ่าน เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 Chapter 2.1-2.2 #นิยายวาย

ทดลองอ่าน เรื่อง เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 ผู้เขียน : MINTRAN แปลโดย : ทันบี ผลงานเรื่อง : 배타적 연애 금지구역 ถือเป็นลิขสิทธิ์...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน พฤกษางามในห้วงเมามาย บทที่ 1-2

บทที่ 1 เหมันตฤดูที่แสนหนาวเหน็บ ฉู่หลินหลางซุกตัวอยู่บนรถม้าเป็นเวลาหนึ่งชั่วยาม* เต็มจนแข้งขาเริ่มแข็งตึงอยู่บ้าง ก่อน...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน พฤกษางามในห้วงเมามาย บทที่ 7-8

บทที่ 7 จริงอยู่ว่าการครองคู่กับฉู่หลินหลางเต็มเปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวามีรสชาติสีสัน แต่นานวันเข้าก็ทำให้รู้สึกอยู่มิวายว่า...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน พฤกษางามในห้วงเมามาย บทที่ 3-4

บทที่ 3 ชั่วขณะนั้นเสียงขออภัยโทษก็ดังขึ้นเป็นทอดๆ ทางด้านฉู่หลินหลางคุกเข่าก้มศีรษะลงนิ่งๆ รอคอยองค์ชายหกลงทัณฑ์อยู่ที่...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน พฤกษางามในห้วงเมามาย บทที่ 5-6

บทที่ 5 ต่อจากนั้นทุกคนก็นั่งล้อมวงดื่มชาพูดคุยสัพเพเหระกัน ฉู่หลินหลางฟังจากคำสนทนาโต้ตอบกันก็เข้าใจอะไรได้รางๆ แล้ว บิ...

community.jamsai.com