ทดลองอ่าน ท่านผู้เป็นดั่งดวงใจ บทที่ 19-20 – หน้า 6 – Jamsai
Connect with us

Jamsai

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน ท่านผู้เป็นดั่งดวงใจ บทที่ 19-20

ตอนที่กลับถึงจวนผู้บัญชาการก็เป็นเวลาห้ามออกนอกเคหสถานแล้ว ฟ้าเพิ่งมืดสนิท

เซิ่งอวี่เดาว่าฮูหยินจะต้องเหนื่อยล้าแน่นอน จึงยื่นสองมือออกไปช่วยประคองนางลงจากหลังม้า

เมื่อเท้าเฟิงซุ่นอินเหยียบลงบนพื้น ความคิดที่ล่องลอยมาตลอดทางก็เสมือนตกลงพื้นเช่นกัน นางมองประตูใหญ่ของจวนผู้บัญชาการปราดหนึ่ง จากนั้นปลดหมวกยื่นให้เซิ่งอวี่ กำมือน้อยๆ แล้วเดินเข้าไปข้างใน

ภายในจวนจุดโคมสว่างไสว ไม่คล้ายไม่มีคนอยู่

นางเดินไปทางเรือนหลัง ในใจเตรียมการคาดการณ์ต่างๆ นานา บางทีมู่ฉางโจวอาจอ่านจดหมายแล้ว หรือไม่ก็อาจยุ่งจนยังไม่ได้อ่าน บางทีอ่านแล้วทว่าไม่เห็นพิรุธอะไร แต่ไม่รู้เหตุใดนางกลับรู้สึกว่าความเป็นไปได้ที่สุดคือเขาอ่านจดหมายแล้ว อีกทั้งยังพบพิรุธบางอย่างแล้วด้วย…

นี่เป็นผลลัพธ์ที่แย่ที่สุดแบบหนึ่ง ทว่าก้นบึ้งหัวใจนางกลับรู้สึกว่าเป็นไปได้มากที่สุด

หลังจากเข้าไปในเรือนหลังก็ไม่เห็นสาวใช้สักคนเดียว บรรยากาศเงียบสงบอย่างมาก

นางเดินตามระเบียงทางเดินไปข้างหน้าเรื่อยๆ ห้องตะวันออกอยู่ตรงหน้าแล้ว นางหยุดฝีเท้าลง ก่อนพึมพำเอ่ยปลอบตนเองเฉกเช่นทุกครั้งที่เจอกับปัญหา “ไม่เป็นไรๆ…” พูดจบนางยกมือทัดปอยผมด้านซ้ายเล็กน้อย ก่อนเดินตรงไปที่ประตูห้อง

ประตูห้องเปิดอยู่ ภายในห้องจุดตะเกียงสว่างไสว กระดิ่งลมเหนือประตูกำลังแกว่งไปมาเบาๆ

เฟิงซุ่นอินเห็นแล้วหัวใจบีบรัดแน่น ก้าวเข้าไปข้างในทันที ก่อนเห็นเงาร่างสูงโปร่งที่อยู่ภายในห้อง

มู่ฉางโจวยืนอยู่ที่โต๊ะ สวมชุดสีเขียวเข้มที่นางไปส่งให้ด้วยตนเอง มือหนึ่งถือตำราพับทบ กำลังก้มหน้าอ่าน หลังได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวเขาก็หันมองมาทางนาง

เฟิงซุ่นอินสบสายตากับเขา มือในแขนเสื้อกำเข้าหากันหลวมๆ ขณะถามเสียงเรียบ “พี่รองมู่กลับมาล่วงหน้าได้อย่างไรเจ้าคะ” พูดจบนางก็มองตำราพับทบในมือเขาปราดหนึ่ง เป็นเล่มที่นางเพิ่งเขียนล่าสุดพอดี

มู่ฉางโจวมองนาง “ย่อมกลับมาเพื่ออินเหนียงอยู่แล้ว”

ระหว่างเฟิงซุ่นอินกับเขาห่างกันด้วยโต๊ะตัวหนึ่ง สามารถได้ยินทุกคำชัดเจน นางยืนอยู่อย่างไร้คำพูด รู้ว่าน่าจะเป็นผลลัพธ์ที่แย่ที่สุดแล้ว

มู่ฉางโจวมองตำราพับทบทีหนึ่ง “เดิมทีข้าก็นึกแปลกใจว่าเหตุใดอินเหนียงถึงชื่นชอบการจดบันทึกสิ่งที่พบเห็น ภายหลังข้าพบว่าเจ้าคุ้นเคยกับการทหารทว่าจงใจปิดบัง จวบจนตอนนี้ถึงนับว่าเข้าใจ ที่แท้ล้วนแต่ ‘แฝงเจตนาอื่น’ ไว้”

เฟิงซุ่นอินถาม “เจตนาอะไรเจ้าคะ”

“เจตนาสอดแนมกิจทหารของเหลียงโจว ทำหน้าที่สายลับให้กับจงหยวน” มู่ฉางโจวเอ่ยเน้นทีละคำอย่างชัดเจน

สีหน้าของเฟิงซุ่นอินไม่แปรเปลี่ยนแม้แต่น้อย “ท่านรู้ได้อย่างไรเจ้าคะ”

มู่ฉางโจวล้วงมือหยิบจดหมายที่เฟิงอู๋จี๋ส่งมาวันนี้จากสาบเสื้อออกมาวางบนโต๊ะ แล้วเลื่อนไปตรงหน้านาง

เฟิงซุ่นอินหลุบตาลงมองปราดหนึ่ง ไม่ได้หยิบมา ยิ่งไม่ได้พูดอะไร เพียงมองเขานิ่งๆ

มู่ฉางโจวเดินอ้อมโต๊ะมาทางด้านขวาของนางหนึ่งก้าว “บทกวีมีฉันทลักษณ์ ย่อมมีแบบแผนของมัน หากกำหนดฉันทลักษณ์ให้จดหมาย วางกฎเกณฑ์ให้ชัดเจน แล้วเพิ่มเติมแปรเปลี่ยนเข้าไปก็จะสามารถสร้างรูปแบบจดหมายที่หลากหลายขึ้นมาได้ จากนั้นก็เติมข้อความลงไปให้ดูเหมือนเป็นจดหมายธรรมดา แต่ผู้ที่เข้าใจเบื้องหลังขอเพียงเห็นรูปแบบก็สามารถไขรหัสโดยใช้คำถอดความที่สอดคล้องกับรูปแบบนั้น แล้วก็จะเข้าใจเนื้อหาที่แท้จริงในจดหมายนั้นได้”

มือที่อยู่ในแขนเสื้อของเฟิงซุ่นอินพลันกำแน่น นางเดาเพียงว่าเขามองพิรุธออก แต่ไม่คิดว่าจะจับได้ตรงจุดสำคัญถึงเพียงนี้ รูปแบบที่ว่านี้ต้องใช้การแบ่งคำและวลีอย่างจำเพาะเจาะจง คนนอกไม่มีวันรู้และไม่น่าจะรู้ได้ เหตุใดเขาถึง…

ภายในใจนางพลิกตลบ แต่แววตาของนางไม่แม้แต่จะวูบไหว ยังคงเม้มปากไม่พูดไม่จา

มู่ฉางโจวกางตำราพับทบในมือ อ่านประโยคที่นางเขียนพร้อมเดินเข้าใกล้อีกหนึ่งก้าว “ด่านฮุ่ยหนิงตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของเมืองฮุ่ยโจวหนึ่งร้อยแปดสิบหลี่ กำแพงเมือง…” เขาหยุดชะงักแล้วเงยหน้าขึ้น “ต่อจากนั้นยังไม่มีคำบรรยาย ไม่รู้ว่าอินเหนียงอาศัยอะไรมาจดจำ”

ย่อมอาศัยใจจดจำ แต่เฟิงซุ่นอินไม่ตอบ มีเพียงมือในแขนเสื้อที่กำแน่นขึ้นกว่าเดิม ในบรรดาประโยคเหล่านี้มีเพียงประโยคตำแหน่ง ‘หนึ่งร้อยแปดสิบหลี่’ ที่ถูกเขียนออกมาตรงๆ เพราะไม่ได้สลักสำคัญ ส่วนข้อมูลเกี่ยวกับบนกำแพงเมืองนั้นนางใช้ข้อความลับในการเขียน ในตำราพับทบดูเหมือนเป็นแค่การพรรณนาทิวทัศน์ธรรมดา แต่เขากลับมองออกว่านางเขียนถึงกำแพงเมือง

มู่ฉางโจวเห็นนางยังคงไม่พูดอะไรก็ก้าวเข้ามาใกล้อีกก้าวหนึ่ง มายืนอยู่ทางฝั่งขวาของนาง “อินเหนียงลืมได้อย่างไรว่าข้าเคยใช้ชีวิตอยู่กับเจ้าที่สกุลเฟิงมาสี่ปี”

เฟิงซุ่นอินหัวใจกระตุกวูบ แววตาแปรเปลี่ยนในที่สุด มือที่กำแน่นเองก็คลายออกเล็กน้อย กระจ่างแจ้งแล้วว่าเหตุใดนางถึงมีความรู้สึกเช่นนั้นก่อนหน้านี้…ไม่ใช่ความรู้สึกคล้ายตนเองปิดบังเขา แต่กลับคล้ายเขามีเรื่องสำคัญบางอย่างปิดบังนางอยู่

ที่แท้นี่ก็คือเรื่องสำคัญเรื่องนั้น เดิมทีเขารู้เรื่องพวกนี้อยู่แล้ว

นางขยับริมฝีปาก ถามเสียงหนักแน่น “พี่รองมู่อยากจะพูดอะไรเจ้าคะ”

มู่ฉางโจวเอ่ย “สี่ปีนั้นบิดาและพี่ชายเจ้าล้วนดีต่อข้ามาก ถึงขั้นเพราะเห็นว่าข้าเป็นบัณฑิต จึงถกเรื่องพวกนี้กับข้าอยู่บ้าง ดังนั้นข้าจึงเคยเห็นสิ่งของพวกนี้มาก่อน” เขาชะงักแล้วเอ่ยต่อ “เพียงแต่อาจเพราะรู้ว่าเจ้ากับข้าไม่สนิทกัน พวกเขาจึงไม่เคยพูดเรื่องนี้กับเจ้า”

ดังคาด เฟิงซุ่นอินรู้สึกเหมือนโดนกระแทกหัวใจ ไม่ว่าอย่างไรก็คิดไม่ถึงว่าแรงกระแทกนี้จะมาจากครอบครัวตนเอง สิ่งที่นางปิดบังไว้อย่างยากลำบากตั้งแต่สมัยเด็กก็ถูกเปิดเผยภายใต้สายตาเขาแล้ว

Comments

comments

No tags for this post.
Continue Reading

More in ทดลองอ่าน

บทความยอดนิยม

everY

ทดลองอ่าน เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 Chapter 2.1-2.2 #นิยายวาย

ทดลองอ่าน เรื่อง เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 ผู้เขียน : MINTRAN แปลโดย : ทันบี ผลงานเรื่อง : 배타적 연애 금지구역 ถือเป็นลิขสิทธิ์...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน พฤกษางามในห้วงเมามาย บทที่ 1-2

บทที่ 1 เหมันตฤดูที่แสนหนาวเหน็บ ฉู่หลินหลางซุกตัวอยู่บนรถม้าเป็นเวลาหนึ่งชั่วยาม* เต็มจนแข้งขาเริ่มแข็งตึงอยู่บ้าง ก่อน...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน ท่านผู้เป็นดั่งดวงใจ บทที่ 1-3

บทที่ 1 เงาร่างด้านข้างทอดลงบนกระดาษหน้าต่างบางๆ ของโรงเตี๊ยม เงานั้นเลือนรางจนแทบแยกไม่ออกว่าเป็นผู้ใด เพิ่งรุ่งสาง ภาย...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน หยกคู่เคียงรักพิทักษ์ฉางอัน บทที่ 1-2

บทที่ 1 หิมะตกหนัก เพิ่งพ้นช่วงส่งท้ายปีเก่าเข้าสู่รัชศกเซิ่งลี่ปีที่หนึ่ง หิมะหนาหนักก็โปรยปรายลงมาจากผืนฟ้า ท่ามกลางหม...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน พฤกษางามในห้วงเมามาย บทที่ 3-4

บทที่ 3 ชั่วขณะนั้นเสียงขออภัยโทษก็ดังขึ้นเป็นทอดๆ ทางด้านฉู่หลินหลางคุกเข่าก้มศีรษะลงนิ่งๆ รอคอยองค์ชายหกลงทัณฑ์อยู่ที่...

community.jamsai.com