ทดลองอ่าน พฤกษางามในห้วงเมามาย บทที่ 5-6 – หน้า 3 – Jamsai
Connect with us

Jamsai

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน พฤกษางามในห้วงเมามาย บทที่ 5-6

ถ้าเป็นยามปกติโจวสุยอันต้องปรี่เข้าไปดูพลางขออภัยภรรยา ทว่าวันนี้เขาเพียงอยากจะระบายอารณ์หลังจากที่ตนเองได้รับความตื่นตระหนกมาครึ่งค่อนวัน

“ฉู่หลินหลาง เจ้าเสียสติไปแล้วหรือ ถึงกับกระทำเรื่องจับองค์ชายเป็นตัวประกันออกมาได้! มิหนำซ้ำยังพูดจาไร้สาระเบื้องพระพักตร์อีก เจ้ารู้หรือไม่ว่าวันนี้ข้าเกือบตกใจตายในที่ว่าการเพราะเจ้าแล้ว”

ฉู่หลินหลางอมปลายนิ้วแล้วเอ่ยถาม “องค์ชายหกไม่ไล่เลียงเอาผิดแล้วมิใช่หรือ ท่านพี่โมโหเพราะเรื่องอื่นใช่หรือไม่เจ้าคะ”

สิ่งที่นางเป็นห่วงคือแผ่นกระดาษรายการบัญชีที่ปลอมแปลงขึ้นมา ถ้าถูกเจ้าคนถ่อยซือถูผู้นั้นเก็บได้คงจบสิ้นเป็นแน่

โจวสุยอันฟังแล้วก็เห็นว่านางไม่ใส่ใจเรื่องที่ก่อปัญหาร้ายแรงขึ้นเมื่อยามกลางวันโดยสิ้นเชิง เขาจึงถลึงตาใส่ภรรยาของตนแล้วย้อนถาม

“เจ้ายังมีหน้ามาถามอีกรึ!”

ฉู่หลินหลางจ้องตาเขาเขม็งพลางเดินไปตรงหน้าเขา ดวงตาของนางทอประกายวาววับ “มีเรื่องอื่นจริงๆ หรือ ท่านพี่เล่าให้ละเอียดอีกสักหน่อยเถิดเจ้าค่ะ…”

ครั้นเห็นท่าทางไม่กลัวจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ของนางแล้ว โจวสุยอันก็กล่าวอย่างอ่อนใจ “เจ้านี่เอาใหญ่แล้ว! ยังหวังให้มีเรื่องอื่นอีกรึ บอกแล้วว่าสองสามวันนี้อย่าออกนอกจวน เจ้าก็ไม่ฟัง! หากมิใช่องค์ชายหกทรงเมตตา ตอนนี้คนทั้งครอบครัวคงต้องเดือดร้อนเพราะเจ้าแล้ว เจ้าบอกว่าจะคุกเข่าในศาลบรรพชนไม่ใช่หรือ เหตุใดยังนั่งอยู่ตรงนี้ หรือยามกลางวันตอนอยู่ในที่ว่าการเจ้าแสร้งพูดไปเท่านั้น”

ฉู่หลินหลางแน่ใจแล้วว่าซือถูเซิ่งไม่ได้เอ่ยเรื่องรายการบัญชีปลอมก็โล่งอกทันควัน ดูท่าคนผู้นั้นคงหาเรื่องชวนข้าคุยเท่านั้นเอง น่าจะเป็นนิสัยที่น่าเบื่อหน่ายและน่ารังเกียจของบุรุษมากตัณหา

อีกทั้งกระดาษแผ่นนั้นไม่มีที่มาที่ไป ข้าคงทำหล่นตอนขึ้นลงรถม้า ถ้าคนบนถนนเก็บได้คงไม่แคล้วต้องกลายเป็นขยะ

เมื่อเป็นเช่นนี้ฉู่หลินหลางก็วางใจอย่างเต็มที่ ทั้งยังมีแก่ใจเอ่ยกระเซ้าสามี “คุกเข่าต้องทำแน่ แต่ในจวนมีแขกคนงามมาเยือน หากท่านพี่สงสารข้า ดีชั่วก็ไว้หน้าข้าสักนิด รออีกสักพักค่อยว่ากันใหม่นะเจ้าคะ”

พอเห็นโจวสุยอันทำท่างุนงง นางก็หยิบผ้าที่เย็บค้างไว้ขึ้นมาพร้อมกับเอ่ยเสริมด้วยน้ำเสียงไม่เร็วไม่ช้า

“สตรีเรือนในของสหายสนิทท่านพ่อสมัยยังมีชีวิตอยู่มาเยี่ยมเยียนเจ้าค่ะ เห็นบอกว่าสกุลอิ่น…”

นางกล่าวคำนี้พลางเงยหน้ามองสามีคราหนึ่ง

โจวสุยอันได้ยินนางบอกเช่นนี้แล้วก็เอนกายไปข้างหลังเล็กน้อย เขาไม่ซักถามต่อ เพียงกระแอมกระไอให้คอโล่งก่อนพูดอย่างเก้อกระดากอยู่บ้าง

“อ้อ ท่านพ่อสนิทสนมกับสกุลอิ่นจริงๆ ท่านแม่…ไม่ได้พูดอะไรกับเจ้ากระมัง”

ปลายเข็มในมือฉู่หลินหลางแทงพลาดจึงตำไปที่ปลายนิ้วโดยไม่ระวังอีกครา แต่คราวนี้นางไม่ส่งเสียงร้อง เพียงอมนิ้วเงียบๆ แล้วเงยหน้ามองสามีด้วยสายตาแฝงนัยลึกล้ำ

ตอนแรกนางยังคิดว่าสหายเก่าสกุลอิ่นมาเยี่ยมเยียนกะทันหัน มารดาสามีรู้ว่าอิ่นเสวี่ยฟางเพิ่งกลายเป็นหญิงม่ายพอดีถึงได้บังเกิดความคิดเลยเถิดไปบ้าง

แต่เห็นโจวสุยอันไม่ประหลาดใจสักนิด ทั้งยังมีท่าทางกระดากใจเล็กน้อย นางถึงตระหนักได้ในบัดดลว่า…ดูเหมือนอิ่นเสวี่ยฟางไม่ได้มาเยี่ยมเยียนกะทันหัน แต่คิดอ่านวางแผนมานานแล้ว

มิหนำซ้ำมารดาสามีก็บอกกล่าวให้โจวสุยอันรับรู้ มีเพียงนางที่ถูกปิดหูปิดตาไม่รู้เรื่องรู้ราวใดๆ

ฉู่หลินหลางคิดถึงจุดนี้แล้ว ถึงก่อนหน้านี้จะบอกตนเองให้สงบใจไว้ แต่นางก็รู้สึกว่าเพลิงโทสะแล่นขึ้นมาเป็นระลอก ทว่านางยังคงหยั่งเชิงต่อด้วยสีหน้าเป็นปกติ

“ในเมื่อมีแขกสำคัญมาเยือน ท่านแม่จะมีเวลามาพูดกับข้าได้อย่างไร จริงด้วย คราวก่อนที่ท่านพบกับคนสกุลอิ่นเป็นเมื่อไรหรือเจ้าคะ”

โจวสุยอันได้ยินแล้วก็เปลี่ยนท่าทางเล็กน้อย น้ำเสียงอ่อนโยนขึ้นมาก เขาไม่ตอบคำถามนาง แต่กลับพูดอย่างใจกว้าง

“ช่างเถิด องค์ชายหกตกรางวัลให้เจ้าก็แสดงว่าไม่คิดจะถือสาหาความเจ้า หลายวันนี้เจ้าอย่าออกไปข้างนอกอีก รอจนพวกผู้สูงศักดิ์จากไปแล้วก็คงหมดเรื่อง”

ฉู่หลินหลางเม้มปากแล้วลุกขึ้นปรนนิบัติสามีถอดชุดขุนนางเปลี่ยนไปใส่ชุดลำลอง จากนั้นนางก็ยืนอยู่ริมหน้าต่างมองส่งเขาออกจากเรือนไปคารวะมารดา

โจวสุยอันอายุมากกว่านางสามปี กิริยาท่าทางสุภาพเรียบร้อย เรือนกายไม่นับว่าสูงนัก แต่รูปโฉมหล่อเหลาหมดจด มีลักษณะอ่อนโยนนุ่มนวลเช่นบุรุษในอำเภอเจียงโข่ว เขามีอายุยี่สิบหกปี แต่ดูไปแล้วยังคงสง่าผึ่งผายแฝงความมีชีวิตชีวาดังเช่นเด็กหนุ่มอยู่หลายส่วน

ถึงเป็นยามที่ครอบครัวลำบากยากแค้นที่สุด ฉู่หลินหลางก็ไม่เคยให้สามีต้องกินอยู่อย่างขัดสน ยามคุณชายโจวออกจากจวนไปเยี่ยมเยียนสหายหรือพบปะแขกเหรื่อจะสวมชุดขาวยิ่งกว่าหิมะคู่กับผ้าโพกศีรษะไหม ถือพัดขนนกในมือ เดินไปที่ใดก็ได้รับเสียงชื่นชมว่าเป็นบุรุษหน้าหยกผู้หล่อเหลาเกลี้ยงเกลา

หากมิใช่ว่าครอบครัวตกอับ เกรงว่าคงมีสตรีชาติตระกูลดีที่คู่ควรแย่งกันอยากออกเรือนให้เขานานแล้ว

สามีรูปงามนุ่มนวลดุจหยกเช่นนี้เคยเป็นความภาคภูมิใจสุดจะเปรียบของฉู่หลินหลาง นางรู้สึกว่าต่อให้ตนเองเหนื่อยยากกับการทำมาหากินเลี้ยงชีพ ต้องเห็นแก่เงินทองเหมือนพวกพ่อค้าหน้าเลือด สุดท้ายนางก็ไม่เสียแรงเปล่า สามารถฟูมฟักสามีให้เป็นคนมีวิชาความรู้สูงส่งโดดเด่นได้

Comments

comments

No tags for this post.
Continue Reading

More in ทดลองอ่าน

บทความยอดนิยม

everY

ทดลองอ่าน เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 Chapter 2.1-2.2 #นิยายวาย

ทดลองอ่าน เรื่อง เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 ผู้เขียน : MINTRAN แปลโดย : ทันบี ผลงานเรื่อง : 배타적 연애 금지구역 ถือเป็นลิขสิทธิ์...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน พฤกษางามในห้วงเมามาย บทที่ 1-2

บทที่ 1 เหมันตฤดูที่แสนหนาวเหน็บ ฉู่หลินหลางซุกตัวอยู่บนรถม้าเป็นเวลาหนึ่งชั่วยาม* เต็มจนแข้งขาเริ่มแข็งตึงอยู่บ้าง ก่อน...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน ท่านผู้เป็นดั่งดวงใจ บทที่ 1-3

บทที่ 1 เงาร่างด้านข้างทอดลงบนกระดาษหน้าต่างบางๆ ของโรงเตี๊ยม เงานั้นเลือนรางจนแทบแยกไม่ออกว่าเป็นผู้ใด เพิ่งรุ่งสาง ภาย...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน หยกคู่เคียงรักพิทักษ์ฉางอัน บทที่ 1-2

บทที่ 1 หิมะตกหนัก เพิ่งพ้นช่วงส่งท้ายปีเก่าเข้าสู่รัชศกเซิ่งลี่ปีที่หนึ่ง หิมะหนาหนักก็โปรยปรายลงมาจากผืนฟ้า ท่ามกลางหม...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน พฤกษางามในห้วงเมามาย บทที่ 3-4

บทที่ 3 ชั่วขณะนั้นเสียงขออภัยโทษก็ดังขึ้นเป็นทอดๆ ทางด้านฉู่หลินหลางคุกเข่าก้มศีรษะลงนิ่งๆ รอคอยองค์ชายหกลงทัณฑ์อยู่ที่...

community.jamsai.com