ฉู่หลินหลางไม่ได้ห้ามเขา นางโยนเข็มกับด้ายในมือทิ้งลงด้านข้าง เปิดหน้าต่างออกหยิบหิมะกำหนึ่งใส่ปาก
ทางด้านซย่าเหอกับตงเสวี่ยกลับมาจากเรือนครัวตั้งแต่ตอนที่ทั้งคู่มีปากเสียงกัน
ซย่าเหอเป็นบุตรสาวคนงานบนเรือของสกุลฉู่ ก่อนจะเป็นสาวใช้ติดตามฉู่หลินหลางออกเรือน พวกนางเติบโตมาด้วยกัน เป็นธรรมดาที่จะรู้ข้อเสียของผู้เป็นนายดี
นางรีบหยิบเสื้อกันหนาวหนาๆ มาห่มตัวฉู่หลินหลาง ปัดหิมะในมืออีกฝ่ายออกแล้วปิดหน้าต่างพูดว่า “ลมแรงเพียงนี้จะตากอากาศเย็นๆ ไม่ได้…ถ้ารู้สึกเหมือนมีไฟสุมอก ประเดี๋ยวบ่าวจะให้เรือนครัวทำส้มตุ๋นน้ำตาลคลายร้อนให้…โตจนป่านนี้แล้วยังจะกินหิมะอีก! ลืมความทรมานตอนท้องเสียไปแล้วหรือเจ้าคะ”
ฉู่หลินหลางจึงทิ้งตัวลงในอ้อมแขนซย่าเหอ พิงซบหัวไหล่นางพลางพูดเสียงเบา “เมื่อก่อนข้าคิดเสมอว่าพอได้แต่งงานแล้วออกจากสกุลฉู่ก็จะปิดประตูใช้ชีวิตอย่างสงบสุขของตนเองได้ แต่พอพยายามดิ้นรนต่อสู้มาจนถึงวันนี้ ราวกับทุกอย่างก็ไม่ได้เปลี่ยนไปมากนัก ยังคงมีปัญหามากมายเพียงนั้น ซย่าเหอ เจ้าว่า…เพราะข้าโลภมากเกินไป เรียกร้องมากเกินไปใช่หรือไม่”
ซย่าเหอกอดฉู่หลินหลางแน่นอย่างเวทนา ไม่เรียกนางว่าฮูหยินใหญ่อีกแล้ว เพียงพูดเสียงเบาว่า “คุณหนูใหญ่คิดเช่นนี้ได้อย่างไร ท่านเคยบอกว่าตอนนี้พวกเราดีกว่าเมื่อก่อนมากแล้วมิใช่หรือ ตอนนั้นบ่าวเกือบถูกบิดาแท้ๆ ยกให้เป็นภรรยาของตาเฒ่าขาพิการ ถ้าไม่ใช่เพราะท่านซื้อบ่าวมาจากบิดาบ่าวตอนออกเรือน ชาตินี้บ่าวคงมีชีวิตเหมือนตายทั้งเป็น แค่ทะเลาะกับนายท่านเท่านั้น เหตุใดถึงท้อแท้หมดกำลังใจเช่นนี้เล่าเจ้าคะ”
ฉู่หลินหลางหัวเราะเยาะตนเอง พอนางได้กินหิมะเย็นๆ ก็คล้ายว่าอารมณ์สงบลง จึงเอ่ยปากกล่าวว่า “หิมะเพิ่งตก ห้องหนังสือต้องหนาวเหน็บเป็นแน่ เจ้ายกอ่างไฟไปที่นั่นที ประเดี๋ยวท่านพี่จะต้องความเย็นเอาได้”
ตงเสวี่ยด้านข้างกลับแค่นเสียง “ในจวนมีแขกมาเยือน แต่นายท่านกลับไปนอนที่ห้องหนังสือเช่นนี้ เห็นได้ชัดว่าต้องการทำให้ฮูหยินใหญ่อับอายขายหน้าคนนอกไม่ใช่หรือเจ้าคะ ปล่อยให้เขาทนหนาวไปก็ดี จะได้ไม่ใช้ห้องหนังสือเป็นรังลับปักหลักอยู่ถาวร”
ตงเสวี่ยไม่เหมือนซย่าเหอ นางเป็นสาวใช้ที่ฉู่หลินหลางซื้อมาจากครอบครัวชาวบ้าน แม้ว่าจะมีฐานะยากจนข้นแค้น แต่บิดามารดารักใคร่เอ็นดู นางทำสัญญาขายตัวเป็นทาสสิบปี พอเก็บเงินเป็นสินเดิมเจ้าสาวได้มากพอ อีกไม่กี่ปีก็ออกจากจวนไปแต่งงานอย่างมีเกียรติได้แล้ว นางมีนิสัยตรงไปตรงมา ยามพูดจาก็แข็งกร้าวกว่าซย่าเหอ
ฉู่หลินหลางรู้สึกขบขันกับคำกล่าวนี้ นางจึงจิ้มหน้าผากตงเสวี่ยเบาๆ
ท้ายที่สุดอ่างไฟใบนั้นไม่ได้ถูกยกไปที่ห้องหนังสือ แต่ฉู่หลินหลางไปที่นั่นด้วยตนเอง เพราะตงเสวี่ยเอ่ยเตือนได้ถูกต้อง ต่อให้โจวสุยอันจะฉุนเฉียววางท่าเย็นชาก็ไม่ควรเป็นเวลานี้
โจวสุยอันกลัวขายหน้า แต่ใบหน้าของฉู่หลินหลางก็มิใช่พื้นรองเท้า จะปล่อยให้คนเหยียบไว้ใต้ฝ่าเท้าตามใจชอบได้อย่างไร
นางไปถึงห้องหนังสือแล้วก็บอกโจวสุยอันอย่างเกรงใจว่าในจวนมีแขก ถ้าเขาตัดสินใจแน่วแน่แล้วว่าจะหักหน้านางก็เขียนหนังสือหย่าเสีย นางจะรับไว้แล้วจากไป ไม่กล้าถ่วงเวลาเขาแต่งงานกับสหายวัยเยาว์แน่นอน
หากไม่คิดจะทำเช่นนั้นก็เลิกร่ำไรแล้วรีบกลับห้องไปเสีย จะได้ไม่ต้องสิ้นเปลืองอ่างไฟเพิ่ม…คราวก่อนเขาทำร้ายจเรทหารสกุลจาง คนผู้นั้นขู่กรรโชกให้ชดใช้เงินค่ายาถึงห้าสิบตำลึง ยามนี้ในจวนต้องมัธยัสถ์ จะสุรุ่ยสุร่ายไม่ได้!
โจวสุยอันมาอยู่ในห้องหนังสือเพราะถูกซักถามจนร้อนตัว แต่เขาก็รู้นิสัยของนางดีว่าเป็นคนพูดจริงทำจริง หากทะเลาะจนเข้าหน้าไม่ติดจะสะสางให้เรียบร้อยได้ยาก
เมื่อฉู่หลินหลางเปิดทางลงให้แล้ว เขาก็เดินเชิดหน้าคอแข็งตามนางกลับห้องอย่างเสียมิได้
ทว่าคืนนั้นสองสามีภรรยานอนหันหลังให้กันไม่พูดไม่จาตลอดทั้งคืน ต่างคนต่างโกรธขึ้งต่อไป