ทดลองอ่าน ออกจากจวนมาไขคดี บทที่ 660-662 – หน้า 3 – Jamsai
Connect with us

Jamsai

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน ออกจากจวนมาไขคดี บทที่ 660-662

3 of 3หน้าถัดไป

บทที่ 662 ท่านมีเงินหรือไม่

พวกนางรีบร้อนเดินตรงไปที่หน้าประตูสวน เฉินหานเดินพลางเอ่ยถาม “น้องสี่ส่งข่าวให้ท่านแม่กับท่านป้าใหญ่ทราบแล้วใช่หรือไม่ แล้วน้องห้าตอนนี้อยู่ที่ใด ได้รับบาดเจ็บอันใดหรือเปล่า”

“เรียนคุณหนูสาม คุณหนูของพวกเราพอได้ยินสาวใช้ตัวน้อยบอกว่าคุณหนูห้าตกน้ำก็รีบให้คนนำความไปบอกกับฮูหยินทั้งหลายทันที พร้อมพาคนไปจัดการเรื่องนี้ด้วยตนเอง เพียงแต่ตอนคุณหนูของพวกเราไปถึง คุณหนูห้าก็ถูกคนช่วยขึ้นมาก่อนแล้ว คุณหนูของพวกผู้น้อยตัดสินใจให้พาคุณหนูห้าส่งกลับห้อง คุณหนูห้าไม่ได้รับบาดเจ็บมากมายอันใด แค่ตกใจเสียขวัญเล็กน้อยเท่านั้น” ชิวสุ่ยเดินตามเฉินหานมาติดๆ พลางกล่าวรายงาน

เฉินหานใบหน้าเขียวคล้ำ โดยเฉพาะตอนได้ยินคำพูดที่ว่า ‘คุณหนูห้าถูกคนช่วยขึ้นมาก่อนแล้ว’ สีหน้าขยะแขยงจงเกลียดจงชังปรากฏอยู่บนหว่างคิ้วนางอย่างรวดเร็ว

“ผู้ใดเป็นคนช่วยนางไว้” หลังจากหยุดไปสองสามอึดใจ ในที่สุดเฉินหานก็ถามออกมา น้ำเสียงเย็นเยียบกว่าเมื่อครู่

ชิวสุ่ยก้มหน้า ตอบอย่างคลุมเครือว่า “แขกบุรุษที่ลานด้านนอก…สั่งคนให้ลงไปช่วยเจ้าค่ะ”

แขกบุรุษ…

หูของเฉินอิ๋งได้ยินก็แต่สองคำนั้น

เฉินหานหันกลับมาอย่างรวดเร็ว สีหน้าชวนหนาวสะท้าน ร่างทั้งร่างคล้ายถูกหุ้มห่อไว้ด้วยหิมะน้ำแข็ง ไร้สิ้นความอบอุ่นใดๆ “เหตุใดน้องห้าถึงไปที่ลานด้านนอกได้ คนที่ปกติทำตัวไม่ต่างจากนกกระทา วันทั้งวันรู้จักก็แต่หดหัวเช่นนั้นเอาความกล้าจากที่ใดเผ่นไปลานด้านนอก”

พอได้ยินเช่นนี้สีหน้าโกรธขึ้งชิงชังเล็กๆ ก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของชิวสุ่ย นางกัดฟันกล่าว “คุณหนูห้าบอกว่าสาวใช้ข้างกายของคุณหนูรองเซี่ยมาเชิญนางไป ว่ากันว่าสาวใช้นางนั้นบอกกับคุณหนูห้าว่าคุณหนูรองเซี่ยกำลังดูการแสดงรอนางอยู่ที่โถงใหญ่ คุณหนูห้าเพราะไม่กล้าปฏิเสธจึงตามบ่าวนางนั้นไป ใครจะไปรู้ว่านางกลับพาคุณหนูเดินไปตามเส้นทางเล็กๆ ไปๆ มาๆ สุดท้ายก็ไปถึงลานด้านนอก พอได้ยินเสียงบุรุษพูดคุยกัน คุณหนูห้าก็ลนลานตกใจ พลัดตกลงไปในสระ”

เฉินหานส่งเสียง “หึๆ” หัวเราะออกมาสองครา ทว่าใบหน้ากลับร้างไร้ซึ่งรอยยิ้ม น้ำเสียงเย็นเยียบเสียดกระดูกเป็นที่สุด “ไม่ต้องบอกก็รู้ ยายคุณหนูรองเซี่ยนั่นไหนเลยจะยอมรับ”

ชิวสุ่ยแม้จะนึกโมโหแต่ก็ไม่อาจแสดงออกอันใด ทำได้เพียงบอก “คุณหนูของพวกเราถามนาง แต่คุณหนูรองเซี่ยกลับร้องไห้บอกว่าคุณหนูของพวกเราปรักปรำนาง อีกทั้งยังเรียกสาวใช้ข้างกายนางนั้นมาถาม คุณหนูของพวกเรามิได้พูดอันใดกับนางมากมาย ทำเพียงลากคนไปพบฮูหยินใหญ่”

เฉินหานถอนหายใจด้วยความขุ่นข้องออกมาอย่างหนักหน่วง

เฉินชิงเป็นก็แค่ดรุณีน้อยนางหนึ่ง เรื่องราวเกี่ยวกับชื่อเสียงของอิสตรีพวกนี้วาจาใดจากนางย่อมไร้น้ำหนัก มอบให้สวี่ซื่อจัดการนับเป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้ว เรื่องนี้เฉินชิงจัดการได้ดียิ่งนัก ยามนี้เด็กอย่างพวกนางย่อมไม่อาจสอดปากพูดแทรกอันใดได้

ทว่าเฉินหานกลับรู้สึกอึดอัดใจยิ่ง

นางหลับตาพยายามควบคุมความรู้สึกกลัดกลุ้มอย่างสุดกำลังพลางเอ่ยปากถามเสียงแผ่ว “บุรุษที่ช่วยคุณหนูห้าไว้คือผู้ใด”

เมื่อครู่ชิวสุ่ยพูดคลุมเครือยิ่ง เฉินหานหมายถามให้กระจ่าง

พอได้ยินเช่นนั้นชิวสุ่ยก็กัดริมฝีปากไม่พูดตอบ ใบหน้าฉายแววลังเล

“รีบพูดออกมา เลิกอิดๆ ออดๆ ได้แล้ว!” เฉินหานร้อนรน คว้าคอเสื้อของชิวสุ่ย สีหน้าดุดันยิ่ง “เป็นพวกกเฬวรากต่ำชั้นตระกูลใดกล้าหมายตาคุณหนูจวนโหวของพวกเรา หรือเจ้าคิดจะช่วยคนพวกนั้นปิดบัง”

เรื่องนี้ไม่ต้องพูดก็แทบจะรู้ได้ชัดแจ้ง เซี่ยเหยียนวางแผนชั่วช้าเช่นนี้ นางต้องร่วมหัวสมคบคิดกับลูกผู้ดีมีเงินชั้นต่ำที่ใดสักตระกูลแน่ เริ่มด้วยการลงมือทำลายชื่อเสียงของเฉินหยวนก่อน หลังจากนั้นค่อยใช้งานแต่งไม่คุ้มค่าเกี่ยวดองเป็นญาติกับตระกูลโหวเรืองอำนาจของพวกนาง

เรื่องราวเช่นนี้เกิดขึ้นในเมืองหลวงไม่ใช่น้อย คุณหนูที่เป็นฝ่ายเสียเปรียบสุดท้ายก็ได้แต่กล้ำกลืนแบกรับความอยุติธรรม

ชิวสุ่ยรีบส่ายหน้า แต่เพราะถูกกระชากคอเสื้อไว้เสียงพูดจึงขาดๆ หายๆ “มิใช่…คุณหนูสาม…มิใช่…คุณหนูปล่อยผู้น้อยก่อน ผู้น้อยจะเล่าให้คุณหนูฟังเดี๋ยวนี้”

เฉินหานคลายมือ สีหน้ายังคงชวนประหวั่น

ชิวสุ่ยมองซ้ายมองขวา ไม่กล้าเอ่ยปากเสียงดัง นางขยับเข้าไปกระซิบอยู่ที่ข้างหูเฉินหาน กล่าววาจาสองสามประโยคก่อนจะถอยออกมาอย่างรวดเร็ว

เพียงคำพูดไม่กี่คำ เฉินหานก็สีหน้าเปลี่ยนแปลงไปมา

นางคล้ายตะลึงลาน กว่าจะมองไปทางชิวสุ่ยด้วยสายตาไม่อยากนึกเชื่อก็หลังจากผ่านไปครู่ใหญ่ “เจ้าดูไม่ผิด?”

“ผู้น้อยเห็นกับตา” ชิวสุ่ยจัดคอเสื้อ น้ำเสียงแผ่วเบา “คุณหนูของพวกผู้น้อยเองก็หมายจะไปเอ่ยปากขอบคุณ ทว่า…คนผู้นั้นไม่ยอม บอกให้รีบพาคุณหนูห้ากลับไป”

เฉินหานยืนตัวแข็งทื่ออยู่กับที่ สีหน้าแปรเปลี่ยนไปมาเอาแน่เอานอนไม่ได้

ยามนี้พวกนางเดินพ้นออกจากสวนเหมยแล้ว กำลังเดินอยู่บนเส้นทางหินที่เชื่อมต่อไปยังเรือนรับรอง ทางด้านซ้ายลำธารไหลเอื่อย ต้นไม้รูปร่างแปลกตา สะพานไผ่ภูเขาหินจำลอง ทางขวาคือกำแพงขาว ด้านบนมีต้นไม้เลื้อยลาม ยามนี้แม้จะมิได้ผลิดอก แต่ก็ใบเขียวชอุ่มทับซ้อน ส่งเสียงซื่อซ่าทุกครั้งยามสายลมพัดผ่าน

น้ำเสียงจืดชืดโดดเดี่ยวทุกข์ระทม ใบไม้นับหมื่นส่งเสียงโอดครวญมิรู้สิ้น

สีหน้าของเฉินหานยามนี้ไม่ต่างอันใดกับเสียงดังกล่าว อ้างว้างยากเกินบรรยาย

นางมองดูเฉินอิ๋ง ฝืนฉีกยิ้มกล่าวขออภัย “คุณหนูใหญ่เฉินได้โปรดให้อภัยด้วย ในบ้านเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น ข้าคงต้องกลับไปช่วยจัดการก่อน ไม่อาจไปเรือนรับรองเป็นเพื่อนท่านแล้ว”

ความหมายปฏิเสธชัดแจ้งเช่นนี้เฉินอิ๋งมีหรือจะฟังไม่เข้าใจ เรื่องนี้เฉินหานไม่ต้องการให้นางยื่นมือเข้ามาสอดนั่นเอง

นี่ไม่ใช่ปัญหาเรื่องชื่อเสียงของเฉินหยวนเพียงคนเดียวลำพัง หากยังโยงใยไปถึงชื่อเสียงของสตรีจวนโหวคนอื่นๆ ด้วย หากจัดการไม่เหมาะสมย่อมเกิดเรื่องขึ้นแน่นอน

เฉินอิ๋งเข้าใจถึงความหมายของอีกฝ่ายดี ทว่าเรื่องที่ควรพูดไม่ว่าเช่นไรก็ต้องพูด “ข้ารู้ว่าเรื่องนี้เร่งด่วนยิ่งนัก เพราะฉะนั้นข้าจะไม่พูดเหลวไหลไร้สาระอันใดทั้งสิ้น ที่ข้าต้องการพูดมีเพียงประโยคเดียวคือ…หากมีปัญหายากจะจัดการอันใด สำนักศึกษาสตรีเฉวียนเฉิงกับสถานพำนักเด็กและสตรียินดีให้ความช่วยเหลือ”

หากสุดท้ายเฉินหยวนไม่มีทางให้เดิน สำนักศึกษาสตรีและสถานพำนักยินดีเป็นเส้นทางใต้ฝ่าเท้าให้นาง

พอได้ยินเฉินอิ๋งพูดเช่นนั้นเฉินหานก็มีสีหน้าประหลาดใจคล้ายนึกซาบซึ้ง แต่หลังจากนั้นเพียงไม่กี่อึดใจนางก็หลุดหัวเราะออกมาคราหนึ่ง โบกมือกล่าวว่า “หาใช่เช่นนั้นไม่ เรื่องนี้มิได้เป็นอย่างที่ท่านคิด ทว่าไม่ว่าเช่นไรข้าก็ต้องขอบคุณท่านมาก มีคำพูดเช่นนี้ของท่าน น้องห้าต่อให้…ก็ไม่ต้องกลัวแล้ว”

นางชักเท้าเดินขึ้นหน้าสองสามก้าว กุมมือของเฉินอิ๋ง ส่ายหน้าหนักแน่น

เฉินอิ๋งพยักหน้ากล่าว “รีบไปจัดการธุระของเจ้าเถิด”

เฉินหานส่งเสียง “อืม” ออกมาคราหนึ่งก่อนจะหันหลังเดินขึ้นหน้าไป แต่เดินไปไม่กี่ก้าวจู่ๆ นางก็หันกลับมา ยิ้มบางพลางเอ่ย “ท่านดู นี่ก็คือเหตุผลที่ข้ากลัดกลุ้ม น้องห้าวันนี้โชคดี ไม่เช่นนั้นใครจะไปรู้ว่าชะตาชีวิตในวันข้างหน้าของนางจะเป็นเช่นไร นี่คือวันเวลาของข้าในยามนี้ แต่ละวันช่าง…”

จู่ๆ นางก็เงียบเสียงลง ทำเพียงนิ่งมองเฉินอิ๋ง คล้ายมีคำพูดนับหมื่นพันขณะเดียวกันก็คล้ายไม่มีอันใดจะกล่าว

เปาะ

ยามนี้เองไม่รู้ผู้ใดเหยียบกิ่งไม้หัก

เสียงแผ่วเบานี้สำหรับเฉินหานแล้วมันกลับไม่ต่างอันใดกับเสียงอสนีบาต

นางเนื้อตัวสั่นสะท้าน มองดูเฉินอิ๋งที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกล จู่ๆ ก็คล้ายตัดสินใจแน่วแน่ นางกัดริมฝีปากแน่น ชักเท้าเดินกลับไปหยุดอยู่หน้าเฉินอิ๋ง เอ่ยปากอย่างรวดเร็วทว่าแผ่วเบา “มีเงินหรือไม่ พอจะให้ข้ายืมได้หรือเปล่า”

เฉินอิ๋งตะลึง คำพูดนี้หมายความเช่นไร จู่ๆ เฉินหานก็คิดจะยืมเงินนางหรือ

หลังจากตะลึงไปชั่วขณะ นางก็ย้อนถามเสียงแผ่ว “เจ้าต้องการเงินด้วยเหตุใด”

เฉินหานขมวดคิ้ว “ท่านแค่บอกมาก็พอว่าจะมีให้ข้าหยิบยืมหรือไม่”

เฉินอิ๋งครุ่นคิดและถาม “เจ้าต้องการเท่าใด”

“ตอนนี้ท่านพอจะดึงเงินออกมาได้เท่าไร” เฉินหานคล้ายลิงโลดยิ่ง นางขยับเข้าไปที่ข้างหูของเฉินอิ๋ง พูดเน้นเสียงคล้ายกลัวอีกฝ่ายจะไม่เข้าใจ “ข้าหมายถึงว่าตอนนี้เวลานี้ในมือท่านมีเงินอยู่เท่าใด”

คำพูดนี้แปลกประหลาดมากขึ้นทุกที ชวนให้คนสับสนไม่เข้าใจยิ่ง

 

ติดตามตอนต่อไปวันที่ 4 มิ.. 66 เวลา 12.00 .

3 of 3หน้าถัดไป

Comments

comments

No tags for this post.
Continue Reading

More in ทดลองอ่าน

  • กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น

    ทดลองอ่าน กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น บทที่ 7-9

    By

    บทที่ 7 ไป๋เฉี่ยนผู้นั้นกำลังรอคำพูดนี้ของคุณชายน้อยอยู่พอดี น้ำโอ่งใหญ่สาดออกไปจนกลายเป็นขวดวิเศษปราบปีศาจสาดกระจายไปทางอาจารย์ฝานแล้ว ฝานเ...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 176-177

    By

    บทที่ 176 เผยไหวกวงมองเสิ่นหุยที่ยิ้มอย่างอ่อนหวานให้เขาอยู่ตรงหน้า กลัวว่าคำพูดต่อไปของนางจะเป็น ‘แต่ข้าคิดถึงท่านมาก’ “แต่ข้าคิดถึงท่านมาก...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 124

    By

    บทที่ 124 เผยเซียวหยวนมือเปล่าไม่มีอาวุธ คิดจะไล่ตามไปต่อสู้ระยะประชิด กล่าวสำหรับเขาแล้วกลับจะได้เปรียบ เพิ่งจะขยับเท้า กลิ่นสาบฉุนก็พุ่งเข...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 174-175

    By

    บทที่ 174 หลังจากเสิ่นหุยกระซิบประโยคนี้แล้วก็ถอยหลังไปเล็กน้อย หลุบตาลงมองฉีอวี้แล้วพูดอย่างอ่อนโยนว่า “อวี้เอ๋อร์ ยามเย็นข้าจะไปกินอาหารเย...

  • กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น

    ทดลองอ่าน กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น บทที่ 5-6

    By

    บทที่ 5 เมื่อคิดถึงตรงนี้เจียงซิ่วรุ่นก็ชิงเอ่ยปากต่อหน้าเซินยงว่า “เมื่อครู่พี่ชายได้ขอยกเลิกเรือนที่กรมพิธีการจัดสรรให้เรียบร้อยแล้ว อีกปร...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 172-173

    By

    บทที่ 172 เมื่อคืนเสิ่นหยวนหงดึงเสิ่นหมิงอวี้มาซักถามอย่างละเอียด เสิ่นหมิงอวี้คิดว่าในเมื่อการลอบปลงพระชนม์ฮ่องเต้สำเร็จแล้ว จึงตัดสินใจเล่...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 122-123

    By

    บทที่ 122 ยามเที่ยงคืน จุดพักม้าที่รับรองแขกสูงศักดิ์ยุ่งวุ่นวายมาทั้งคืนในที่สุดก็กลับสู่ความเงียบสงบ แสงไฟบริเวณรอบๆ สลัวลง นอกจากทหารจากก...

บทความยอดนิยม

everY

ทดลองอ่าน เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 Chapter 2.1-2.2 #นิยายวาย

ทดลองอ่าน เรื่อง เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 ผู้เขียน : MINTRAN แปลโดย : ทันบี ผลงานเรื่อง : 배타적 연애 금지구역 ถือเป็นลิขสิทธิ์...

กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น

ทดลองอ่าน กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น บทที่ 1-2

บทที่ 1 แคว้นต้าฉีถือเป็นผู้ปกครองแห่งใต้หล้า โดยมีเมืองลั่วอันที่รุ่งโรจน์เป็นเมืองหลวง ที่นั่นเป็นสถานที่รุ่งเรืองมั่ง...

กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น

ทดลองอ่าน กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น บทที่ 3-4

บทที่ 3 ดังนั้นทหารองครักษ์นายนั้นจึงไม่พูดอะไรอีก เพียงก่อเตาเล็กอย่างง่ายๆ ขึ้นมา แล้วใช้ถ่านไม้ไผ่บนรถม้าต้มน้ำร้อนเง...

กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น

ทดลองอ่าน กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น บทที่ 7-9

บทที่ 7 ไป๋เฉี่ยนผู้นั้นกำลังรอคำพูดนี้ของคุณชายน้อยอยู่พอดี น้ำโอ่งใหญ่สาดออกไปจนกลายเป็นขวดวิเศษปราบปีศาจสาดกระจายไปทา...

กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น

ทดลองอ่าน กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น บทที่ 5-6

บทที่ 5 เมื่อคิดถึงตรงนี้เจียงซิ่วรุ่นก็ชิงเอ่ยปากต่อหน้าเซินยงว่า “เมื่อครู่พี่ชายได้ขอยกเลิกเรือนที่กรมพิธีการจัดสรรให...

community.jamsai.com