ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 170-171 – Jamsai
Connect with us

Jamsai

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 170-171

หน้าที่แล้ว1 of 7

บทที่ 170

‘เช่นนั้นหลังจากนี้ทุกวันที่สิบห้าข้าจะปกป้องท่านเอง’

เผยไหวกวงคิดว่าการได้ยินของตนเองคงจะมีปัญหา เขามองเสิ่นหุยที่อยู่ตรงหน้าแล้วหัวเราะเบาๆ จากนั้นก็ค่อยๆ ก้มหน้าหลุบตาไม่มองนางอีก

น่าขันเกินไปแล้ว

เสิ่นหุยไม่ได้พูดอะไร นางค่อยๆ นั่งลงบนขั้นบันไดหยกข้างกายเผยไหวกวง บิดแขนเสื้อผ้าต่วนกว้างของชุดหงส์อย่างยากลำบาก จากนั้นก็ได้ยินเสียงน้ำหยดลงบนพื้น

เสิ่นหุยจามเบาๆ นางคลึงจมูกที่แสบร้อน พยายามบิดน้ำฝนบนแขนเสื้อต่อไป น้ำฝนไหลรวมเป็นแอ่งเล็กๆ บนพื้นบันไดหยกสีขาวนวล

ในที่สุดเผยไหวกวงก็เลื่อนสายตามาที่ร่างนางอีกครั้ง มือบอบบางของนางที่พยายามบิดแขนเสื้อนั้นสั่นเล็กน้อย

แท้จริงแล้วมือของเสิ่นหุยไม่ค่อยมีเรี่ยวแรงนัก แขนเสื้อที่หนาหนักบิดเท่าใดก็ไม่แห้งเสียที ร่างกายหนาวเหน็บ แม้ฝนจะสาดลงบนร่าง แต่กลับหนาวยะเยือกเข้าไปถึงกระดูกของนาง

ชั่นจูคงจะกลับไปเคี่ยวยาเสร็จแล้วกระมัง ห้องเวจคงจะเก็บกวาดเสร็จแล้วกระมัง

เสิ่นหุยลุกขึ้นยืนอย่างเหนื่อยล้า มองไปยังตำหนักใหญ่ที่ว่างเปล่าเบื้องหน้า พรุ่งนี้เช้านางจะพาฉีอวี้มาที่นี่เพื่อรับการคารวะจากเหล่าขุนนางบุ๋นบู๊

พรุ่งนี้เป็นอีกวันที่ไม่สามารถผ่อนคลายได้ ทั้งยังต้องตื่นเช้ามากอีกด้วย หลังจากนางกลับไปยังหอนภากว้างเก็บของเตรียมตัวเสร็จแล้วก็ต้องกลับมาที่นี่อีกครั้ง

พอเห็นว่าตนเองอยู่ที่นี่นานมากแล้ว เสิ่นหุยก็หันหน้าไปมองเผยไหวกวง ประสานสายตากับเขาที่กำลังมองมา จากนั้นก็ยื่นมือตนเองให้เขา

เผยไหวกวงเลื่อนสายตาลง จ้องมองนิ้วมือของเสิ่นหุยที่ทาเล็บสีแดงสดแล้วพูดว่า “พระหัตถ์ของเหนียงเหนียงที่สะอาดจะดูดีกว่า วันหน้าอย่าทรงแตะต้องสิ่งเหล่านั้นอีก”

เขาค่อยๆ ลุกขึ้นจากบัลลังก์มังกร ยื่นแขนให้เสิ่นหุยเพื่อให้นางจับไว้ เช่นเดียวกับช่วงแรกๆ ที่ทั้งสองเพิ่งเข้าใกล้กัน

บนร่างกายเสิ่นหุยไม่มีเรี่ยวแรงแม้แต่น้อย นางวางฝ่ามือลงบนแขนของเผยไหวกวงอย่างมั่นคง ลากชุดหงส์ที่ทั้งเปียกและหนักเดินไปข้างหน้าทีละก้าวผ่านตำหนักใหญ่สีทองอร่ามตระการตา

“อาหุย…” เผยไหวกวงเรียกนางในทันใด เสียงเรียกนั้นแผ่วเบามาก

เสิ่นหุยหันหน้าไปมองเขาที่อยู่ข้างกาย เผยไหวกวงมองตรงไปข้างหน้า เม้มริมฝีปากแน่น ท่าทางราวกับเมื่อครู่เป็นเพียงภาพลวงตา เขาไม่เคยพูดอะไรทั้งสิ้น

เสิ่นหุยเลื่อนสายตากลับมา มองประตูสีทองหนักอึ้งที่ตั้งตระหง่านเบื้องหน้า เดินไปเงียบๆ ครู่หนึ่ง

“ไหวกวง” เสิ่นหุยเอ่ยพูดในทันใด น้ำเสียงหนักแน่น แต่ละคำเน้นย้ำอย่างชัดเจน

คราวนี้เผยไหวกวงหันไปมองใบหน้าด้านข้างของเสิ่นหุย นางมองตรงไปข้างหน้า มุมปากมีรอยยิ้มบางๆ

ในที่สุดทั้งสองก็เดินมาถึงหน้าประตูตำหนักที่หนาหนัก เสิ่นหุยผ่อนฝีเท้าลง หันหน้าไปมองเผยไหวกวงแล้วรออย่างเงียบๆ

ข้างนอกยังคงได้ยินเสียงกีบเท้าม้าของกองทหารรักษาพระองค์และเสียงพูดของขุนนางรางๆ ขุนนางเหล่านั้นยังคงไม่จากไป บางคนดึงภรรยาและบุตรสาวของตนเองไปสอบถามเกี่ยวกับเหตุการณ์ภายในตำหนักก่อนหน้านี้ บางคนรวมกลุ่มกระซิบปรึกษาหารือกัน

แม้จะมีประตูตำหนักหนาขวางกั้น แต่เสียงข้างนอกที่ได้ยินชัดเจนและไม่ชัดเจนกลับยิ่งดังวุ่นวายมากขึ้นเรื่อยๆ

“ฉีอวี้จะถูกนำตัวไปจากข้างพระวรกายเหนียงเหนียง” เผยไหวกวงพูดอย่างเรียบเฉย สายตาหลุบต่ำไม่มองนาง

“ได้” เสิ่นหุยตอบอย่างไม่ลังเลสักนิด

เผยไหวกวงรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย เลื่อนสายตามามองนาง เห็นความอ่อนโยนในดวงตาสุกใสที่แฝงรอยยิ้มของเสิ่นหุย

เสิ่นหุยเขย่งปลายเท้าขยับไปใกล้เผยไหวกวง จุมพิตเบาๆ ที่มุมปากของเขาแล้วพูดว่า “รบกวนจั่งอิ้นช่วยเปิดประตูให้ข้าได้หรือไม่”

ริมฝีปากของนางเย็นมาก ไม่ได้อบอุ่นเหมือนในยามปกติ

เผยไหวกวงยกมือขึ้นผลักประตู ประตูทั้งสองบานค่อยๆ เปิดออกเสียงดังเอี๊ยดอ๊าด คนที่อยู่นอกตำหนักอดไม่ได้ที่จะหันมามอง

เหล่าขุนนางที่กระซิบวิพากษ์วิจารณ์อยู่ข้างนอกต่างพูดถึงท่าทีของเผยไหวกวง ในที่สุดก็เห็นเขาปรากฏตัวอีกครั้ง

เสิ่นหุยถอนหายใจเบาๆ แล้วเดินไปข้างหน้าอย่างช้าๆ โดยไม่สนใจสายตาที่จ้องมองมา นางเดินไปยังเกี้ยวหงส์ด้วยสีหน้าเป็นปกติ จากนั้นก็หยุดยืนแล้วปล่อยให้เผยไหวกวงช่วยประคองเข้าไปนั่งด้านใน

ภายใต้การจับตามองของทุกคน เสิ่นหุยเพิ่งนั่งลงก็หันหน้าไปมองเผยไหวกวงแล้วพูดว่า “จั่งอิ้นตามข้าไปที่หอนภากว้างสักหน่อยเถิด”

นางพูดอย่างช้าๆ เสียงดังฟังชัด ทำให้ทุกคนได้ยินอย่างชัดเจน

สายตาของคนเหล่านั้นมองสลับไปมาระหว่างเสิ่นหุยกับเผยไหวกวงไม่หยุด ทั้งที่เป็นเวลาเพียงชั่วครู่ แต่กลับรู้สึกเหมือนผ่านไปนานยิ่ง จากนั้นเผยไหวกวงก็พูดขึ้น

“เคลื่อนขบวน”

เกี้ยวหงส์ถูกยกขึ้นแล้วเคลื่อนไปยังหอนภากว้าง ส่วนเผยไหวกวงก็เดินตามไปเงียบๆ

หน้าที่แล้ว1 of 7

Comments

comments

No tags for this post.
Continue Reading

More in ทดลองอ่าน

  • กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น

    ทดลองอ่าน กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น บทที่ 3-4

    By

    บทที่ 3 ดังนั้นทหารองครักษ์นายนั้นจึงไม่พูดอะไรอีก เพียงก่อเตาเล็กอย่างง่ายๆ ขึ้นมา แล้วใช้ถ่านไม้ไผ่บนรถม้าต้มน้ำร้อนเงียบๆ หลายกาในลานด้าน...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 120-121

    By

    บทที่ 120 ป่ารกร้างนอกเมืองช่วงเย็นย่ำ ตะวันยามสายัณห์สีแดงฉานดุจโลหิต เฉิงผิงถอดรองเท้าหุ้มแข้งออกก่อนนั่งขัดสมาธิตามสบายอยู่บนหินก้อนใหญ่ร...

  • กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น

    ทดลองอ่าน กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น บทที่ 1-2

    By

    บทที่ 1 แคว้นต้าฉีถือเป็นผู้ปกครองแห่งใต้หล้า โดยมีเมืองลั่วอันที่รุ่งโรจน์เป็นเมืองหลวง ที่นั่นเป็นสถานที่รุ่งเรืองมั่งคั่งซึ่งทุกคนต่างหวั...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 91-92

    By

    บทที่ 91 ฉีอวี้เหม่อมองเสิ่นหุย มองดูเสด็จน้าทรุดนั่งลงบนพื้น เขาก้มหน้าลงจ้องมองกางเกงตัวในของตนที่เปียกชุ่มแนบติดขา ดูเหมือนเพิ่งเข้าใจว่า...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 69

    By

    บทที่ 69 ครั้นรถม้าที่จ้าวจงฟางกับจิตรกรน้อยนั่งอยู่จากไป หานเค่อรั่งก็เปลี่ยนสีหน้า เขาหันมาทางผู้ใต้บังคับบัญชาที่ยืนอยู่ด้านข้าง สายตากวา...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 89-90

    By

    บทที่ 89 เสิ่นหุยนึกถึงผู้ช่วยเสนาบดีฝ่ายซ้ายคนก่อนขึ้นมาทันใด นางรีบถามว่า “แล้วใต้เท้าซูเล่า” คนที่มาแจ้งข่าวทำงานนอกวังหลวงอยู่ตลอด ไม่ค่...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 67-68

    By

    บทที่ 67 เผยเซียวหยวนถอยออกมาถึงระเบียงประตูนอกห้องจัดเลี้ยง ยืนรอนางอยู่ที่นั่น เมื่อนางเดินมาถึงเบื้องหน้าตน เขาก็ยิ้มบางแล้วพยักหน้าเล็กน...

บทความยอดนิยม

everY

ทดลองอ่าน เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 Chapter 2.1-2.2 #นิยายวาย

ทดลองอ่าน เรื่อง เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 ผู้เขียน : MINTRAN แปลโดย : ทันบี ผลงานเรื่อง : 배타적 연애 금지구역 ถือเป็นลิขสิทธิ์...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 85-86

บทที่ 85 เผยไหวกวงทำตามความปรารถนาของเสิ่นหุย ล้างมือให้สะอาดในน้ำอุ่นที่นางเตรียมไว้ให้เขา จากนั้นก็ใช้ผ้าเช็ดหน้าที่นา...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 87-88

บทที่ 87 เสิ่นหุยมองดูเผยไหวกวงดื่มสุราหนึ่งถ้วย นางลังเลอยู่ครู่หนึ่ง จึงยกกาสุราขึ้นมารินให้ตนเองเล็กน้อย เผยไหวกวงเหล...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 63-64

บทที่ 63 เผยเซียวหยวนมีสมองที่แจ่มใสและเฉียบแหลม เขาจึงเข้าใจความหมายในคำพูดเหล่านั้นของนางได้โดยไม่สงสัยเลยแม้แต่น้อย ท...

กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น

ทดลองอ่าน กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น บทที่ 1-2

บทที่ 1 แคว้นต้าฉีถือเป็นผู้ปกครองแห่งใต้หล้า โดยมีเมืองลั่วอันที่รุ่งโรจน์เป็นเมืองหลวง ที่นั่นเป็นสถานที่รุ่งเรืองมั่ง...

community.jamsai.com