ทุกคนในหอนภากว้างต่างยุ่งวุ่นวาย แม้แต่ซย่าชั่นจูที่วันนี้ไม่ได้ไปตำหนักจินลู่ก็ไม่ได้อยู่ว่าง นางได้ยินขันทีรุ่นเล็กพูดว่าเสิ่นหุยตากฝน ไม่รอให้เสิ่นหุยกลับมาก็เคี่ยวยาน้ำขับความเย็นเสร็จแล้ว
เกี้ยวหงส์ของเสิ่นหุยกลับถึงหอนภากว้าง นางยื่นมือออกมาช้าๆ วางบนแขนที่เผยไหวกวงยื่นให้แล้วก้าวลงมา จากนั้นเผยไหวกวงก็ประคองนางเข้าไปด้านใน
เพิ่งเดินขึ้นชั้นสอง เผยไหวกวงก็ก้มลงช้อนร่างเสิ่นหุยขึ้นมาแล้วเดินขึ้นบันไดอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งเข้าไปในห้องนอน
ซย่าชั่นจูให้เหล่านางกำนัลออกไปแล้วรีบยกยาน้ำขับความเย็นเดินไปหาเสิ่นหุยที่นั่งอยู่บนตั่งยาวทันที
สายตาของเสิ่นหุยจับจ้องไปยังร่างที่ขยับได้อย่างยากลำบากของซย่าชั่นจู แล้วขมวดคิ้วพูดว่า “เจ้าเดินช้าๆ หน่อยเถิด!”
ซย่าชั่นจูไม่สนใจ ยังคงเดินเร็วไปหาเสิ่นหุยแล้วพูดว่า “ห้องเวจเตรียมเสร็จแล้ว พระกระยาหารร้อนๆ ก็พร้อมแล้วเช่นกัน เหนียงเหนียงเสวยยาขับความเย็นสักนิดก่อนเถิดเพคะ”
เสิ่นหุยถือชามยาไว้ด้วยสองมือ ความอุ่นร้อนของยาน้ำส่งผ่านชามกระเบื้องส่งมาที่ฝ่ามือของนาง นางที่รู้สึกหนาวเหน็บมานานก็ส่งเสียงครางออกมาอย่างสบายใจทันใด ยกชามยาขึ้นดื่มทีละน้อยทันที
เผยไหวกวงหยิบชุดคลุมหนาตัวหนึ่งมาคลุมร่างเสิ่นหุย รอให้นางดื่มยาเสร็จก็จะพานางไปแช่น้ำร้อนที่ห้องเวจ
เสิ่นหุยเพิ่งดื่มยาขับความเย็นไปหลายคำก็หยุดแล้วพูดกับซย่าชั่นจูว่า “ไปยกมาอีกชามหนึ่งให้จั่งอิ้น”
เผยไหวกวงเหลือบมองเสิ่นหุยอย่างประหลาดใจเล็กน้อย ซย่าชั่นจูก็ตกตะลึงไปครู่หนึ่งเช่นกัน ก่อนจะพยักหน้าแล้วหันหลังเดินออกไปข้างนอก
เสิ่นหุยเรียกซย่าชั่นจูไว้อีกครั้ง บอกให้นางสั่งนางกำนัลข้างล่างเคี่ยวยาน้ำขับความเย็นให้มากสักนิดแล้วเตรียมให้นางกำนัลขันทีคนละหนึ่งชาม ทั้งยังกำชับไม่ให้ซย่าชั่นจูทำเอง ปล่อยให้นางกำนัลข้างล่างทำ
พอซย่าชั่นจูออกไป เผยไหวกวงมองดูเสิ่นหุยที่กำลังดื่มยาคำใหญ่แล้วพูดว่า “ต่อให้เป็นวันที่สิบห้ากระหม่อมก็ไม่อ่อนแอบอบบางเหมือนเหนียงเหนียง ไม่ดื่มพ่ะย่ะค่ะ”
เสิ่นหุยไม่ได้พูดอะไร นางยกมือขึ้นจับสาบเสื้อเปียกชื้นของเผยไหวกวงแล้วดึงเขาให้ก้มลง จากนั้นก็เงยหน้าขึ้นจุมพิตเขา ป้อนยาน้ำขับความเย็นคำใหญ่ที่อมไว้ในปากเข้าไปในปากของเผยไหวกวงจนหมด
เมื่อยาขมคำแรกเข้าปาก สีหน้าของเผยไหวกวงก็เคร่งเครียดทันที เขาไม่ทันได้ผลักเสิ่นหุยออก นางก็กดต้นคอเขาแล้วบังคับป้อนยาเขาต่อ
แม้จะไม่ได้แรงมากนัก แต่ดูเหมือนนางใช้กำลังทั้งหมดที่มีแล้ว
เสิ่นหุยปล่อยเผยไหวกวงแล้วยัดชามยาที่ยังเหลือยาน้ำขับความเย็นอยู่เล็กน้อยนั้นใส่มือของเผยไหวกวง นางได้ยินเสียงของเฉินเยวี่ยกับผิงเซิ่ง จึงนั่งยืดตัวตรงแล้วเรียกให้พวกเขาเข้ามา
เฉินเยวี่ยกอดสมุดเล่มเล็กไว้ในอ้อมแขน รู้ว่าเสิ่นหุยเหน็ดเหนื่อยแล้ว จึงรายงานอย่างกระชับครอบคลุม
“บันทึกท่าทีตอบสนองของทุกคนในตำหนักวันนี้ตามที่เหนียงเหนียงทรงมีพระบัญชาแล้วเพคะ”
เสิ่นหุยพยักหน้าแล้วสั่งอย่างเกียจคร้านว่า “ส่งคนไปจับตาทุกอย่าง โดยเฉพาะบรรดาสตรีที่บุกเข้าไปปลงพระชนม์ฮ่องเต้ในวันนี้ หลังจากกลับไปแล้วพวกนางได้รับการปฏิบัติอย่างไรจากคนในครอบครัว”
“บ่าวสั่งล่วงหน้าไปแล้วเพคะ” น้ำเสียงเฉินเยวี่ยกังวลเล็กน้อย “เหนียงเหนียงทรงสบายพระทัยได้เพคะ!”
ผิงเซิ่งก็ไม่ได้พูดมากเหมือนในยามปกติ เอ่ยเพียงว่า “เหนียงเหนียงทรงคาดการณ์ไว้ไม่ผิด มีขุนนางบางคนคิดจะออกจากเมืองกวนหลิงไปในยามกลางคืน แม่ทัพโจวได้เฝ้าประตูเมืองไว้ล่วงหน้า พวกเขาออกไปไม่ได้พ่ะย่ะค่ะ”
แม่ทัพโจวหรือโจวเสี่ยนเต้าเป็นพี่ชายของเสียนกุ้ยเฟยและเป็นผู้บัญชาการกองทหารรักษาพระองค์ตัวจริง ที่โจวเสี่ยนจือนำกองทหารรักษาพระองค์เข้าตำหนักตากอากาศในวันนี้เพราะโจวเสี่ยนเต้ามีงานสำคัญยิ่งกว่าที่ต้องจัดการ
เผยไหวกวงหลุบตาลง มองชามยาที่ถือไว้ในมือพลางฟังรายงานจากสองคนนี้