“เสด็จน้า อวี้เอ๋อร์พูดถูกต้องทั้งหมดหรือไม่”
“ถูกต้อง อวี้เอ๋อร์ฉลาดจริงๆ”
ฉีอวี้ยิ้มอย่างเบิกบานใจ
มีหลายเรื่องที่ฉีอวี้ไม่เข้าใจนัก แต่นางรู้ว่าเรื่องที่เสด็จน้าของนางอยากทำสำเร็จแล้ว เช่นนั้นเสด็จน้าย่อมต้องเบิกบานใจ เมื่อเสด็จน้าเบิกบานใจ นางก็เบิกบานใจไปด้วย จึงอดไม่ได้ที่จะยิ้มจนดวงตายกโค้ง
เสิ่นหุยจับมือเล็กๆ ของฉีอวี้ไว้ในฝ่ามือแล้วลูบเบาๆ พูดปลอบโยนด้วยเสียงนุ่มนวล “อวี้เอ๋อร์ไม่ต้องกังวล ข้าจะอยู่เคียงข้างเจ้าตลอด เพียงเจ้าหันหน้ามาก็จะเห็นข้าได้ทันที”
“อืม!” ฉีอวี้พยักหน้าอย่างจริงจัง “อวี้เอ๋อร์ใจกล้า ไม่กลัวอะไรทั้งสิ้น!”
เสิ่นหุยมองนางด้วยรอยยิ้ม
ถึงแม้เสิ่นหุยจะกลัดกลุ้มจนไม่เป็นอันกินอันนอน กังวลกับเรื่องที่จะเกิดขึ้นในการประชุมเช้าวันนี้ แต่นางก็รู้ดีแก่ใจว่าการประชุมเช้าวันนี้คงไม่เกิดเรื่องไม่คาดคิดขึ้นอีกแน่นอน
ต่อให้วันนี้ฉีอวี้จะสวมชุดมังกรนั่งบนบัลลังก์ ยอมรับการคารวะของขุนนางในตำหนักก็ยังไม่ถือว่าเสร็จสิ้นพิธีราชาภิเษกโดยสมบูรณ์
นี่คือตำหนักตากอากาศ ไม่ใช่เมืองหลวง พิธีราชาภิเษกต้องกลับไปทำที่เมืองหลวง คำนับฟ้าดินบูชาศาลบรรพชน รับการคารวะจากชินอ๋องและท่านโหวที่เข้าเมืองหลวงมาจากดินแดนต่างๆ
เสิ่นหุยรู้อยู่แก่ใจว่านางกับฉีอวี้ยังอายุน้อย ผู้ที่มีความเห็นต่างในราชสำนักและเหล่าราษฎรย่อมมีมากมาย ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าการที่ฮ่องเต้วัยเยาว์ขึ้นครองราชย์ย่อมเป็นเวลาที่เหล่าขุนนางกบฏและคนต่างเผ่าเริ่มเคลื่อนไหว
แต่ทุกสิ่งทุกอย่างต้องการเวลาเพื่อผ่อนคลาย ตอนนี้อาศัยทหารองครักษ์หลวงและทหารรักษาพระองค์คอยควบคุม สถานการณ์ภายนอกคงจะสงบได้สักสามสี่วัน
สือซิงเอ่ยถามว่า “เหนียงเหนียง อีกสักครู่ตอนไปประชุมเช้าฝ่าบาทจะทรงสวมใส่อะไรเพคะ”
ชุดมังกรของฉีอวี้ยังไม่ได้เตรียมไว้ ไม่ใช่ลืมเตรียมให้นาง แต่ไม่ได้เตรียมไว้เลยต่างหาก
“ชุดตามปกติก็พอ” เสิ่นหุยพูด
เสิ่นหุยจับมือฉีอวี้แล้วบอกงานวันนี้ให้นางฟังอย่างละเอียดอีกรอบ เหล่านางกำนัลในหอนภากว้างตื่นกันหมดแล้ว นางกำนัลยกอาหารเช้าเข้ามา แต่เสิ่นหุยกลับไม่ได้อยู่กับฉีอวี้ ให้เหตุผลว่าจะไปแต่งตัวแล้วจากไป
หลังจากเสิ่นหุยแต่งตัวเสร็จก็กลับไปที่ห้องนอน เผยไหวกวงยังไม่ออกไปอย่างที่คาดไว้
นางอยากกินอาหารพร้อมกับเขา
เสิ่นหุยนั่งอยู่หน้าคันฉ่องสำริดพลางมองดูเผยไหวกวงเกล้าผมให้ นางถามว่า “อีกสักครู่ท่านจะไปกับข้าหรือไม่”
“ไม่ไปพ่ะย่ะค่ะ” เผยไหวกวงตอบอย่างไม่ลังเลสักนิด
เสิ่นหุยอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่กลับเม้มริมฝีปากแล้วกลืนคำพูดกลับลงไป
อาหารเช้าถูกยกมาอย่างรวดเร็ว ถวนหยวนตักน้ำแกงพุทราแดงต้มลำไยใส่ชามแล้วยื่นให้เสิ่นหุย เสิ่นหุยรับมาแล้วก็ตกตะลึงเล็กน้อย
สายตาของเผยไหวกวงจับจ้องมาที่นาง
เสิ่นหุยหลุบตานั่งเงียบอยู่ครู่หนึ่ง วางชามน้ำแกงในมือลงแล้วยื่นมือไปหยิบอย่างอื่นมากินอย่างใจเย็น
เผยไหวกวงมองนางครู่หนึ่งแล้วจึงเลื่อนสายตากลับมา เขากินไปไม่เท่าไรก็วางตะเกียบเงินลงแล้วออกจากหอนภากว้างผ่านทางลับ
หลังจากประตูลับหลังชั้นวางของปิดลง เสิ่นหุยก็หยุดกินแล้ววางตะเกียบเงินลง นางให้ถวนหยวนยกอาหารทั้งหมดออกไป ถวนหยวนเพิ่งหายไปจากสายตา เสิ่นหุยก็ลุกขึ้นแล้วรีบเดินไปที่ห้องเวจทันที
นางอาเจียนออกมา ผ่านไปพักใหญ่ก็ค่อยๆ นั่งลงแล้วปรับลมหายใจ
ไม่ช้านางก็ยกมุมปากยิ้มอย่างภูมิใจเล็กน้อยออกมาอีกครั้ง
ดูเถิด ตอนนี้นางอดทนได้มากขึ้นแล้ว ไม่อาเจียนรดตัวเขาอย่างกลั้นไม่อยู่เหมือนตอนเพิ่งเข้าวังแล้ว
ติดตามตอนต่อไปวันที่ 28 เม.ย. 69