ทดลองอ่าน บัญชาปราบโฉมงาม บทที่ 2 – หน้า 3 – Jamsai
Connect with us

Jamsai

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน บัญชาปราบโฉมงาม บทที่ 2

ภายใต้การฝึกฝนหล่อหลอมของอาจารย์ อูมู่ฉินฝึกฝนจนอายุสิบห้าเข้าพิธีปักปิ่น อาจารย์จึงได้มอบตำแหน่งประมุขหุบเขาให้นางอย่างเป็นทางการ และผู้คุมกฎน้อยทั้งสี่ที่ลงจากเขาด้วยกันในตอนนั้นก็เติบใหญ่เป็นหนุ่มสาวรูปงามแล้ว วรยุทธ์ยิ่งเพิ่มสูงขึ้นอีกขั้น และได้เข้าสืบทอดตำแหน่งผู้คุมกฎทั้งสี่อย่างเป็นทางการ

หลังจากนางขึ้นสืบทอดตำแหน่ง อาจารย์ก็บอกว่าในที่สุดตนก็สามารถปลดภาระหนักลงไปหาชายในดวงใจ เป็นเพื่อนเขาไปท่องเที่ยวทั่วทุกสารทิศได้แล้ว

“อาจารย์ ศิษย์เพิ่งอายุสิบห้า ท่านก็ไม่อยู่สั่งสอนแล้วหรือ ทิ้งศิษย์ที่อายุยังน้อย ไปเที่ยวเอ้อระเหยอย่างมีความสุขกับชายในดวงใจ ท่านไม่รู้สึกผิดต่อมโนธรรมบ้างหรือ” อูมู่ฉินอาลัยอาวรณ์อาจารย์ เห็นว่าอาจารย์ทอดทิ้งนาง

อาจารย์กลับหัวเราะอย่างเปี่ยมเสน่ห์ชวนลุ่มหลง ไม่รู้สึกผิดแม้แต่น้อย “ดีชั่วอาจารย์ก็อยู่เป็นเพื่อนเจ้ามาสิบห้าปี นี่นับว่าเพียงพอแล้ว ความสาวของสตรีสั้นนัก อาจารย์จะมอบสิบห้าปีถัดไปให้กับชายที่รัก”

“อาจารย์ วรยุทธ์ที่สืบทอดจากปฐมาจารย์ที่เราฝึกจะทำให้รูปโฉมภายนอกไม่แก่เฒ่า ท่านกำลังหลอกข้า”

“รู้ว่าอาจารย์หลอกเจ้า แล้วยังไม่รู้จักดูทิศทางลมแสร้งทำเป็นโง่งม”

“อาจารย์ ท่านเห็นบุรุษดีกว่าศิษย์”

“คำพูดไร้สาระกล่าวให้น้อยหน่อย ตำแหน่งประมุขหุบเขาเป็นของเจ้าแล้ว ถ้าเจ้าไม่พอใจ ก็ไปเลือกผู้สืบทอดตำแหน่งสักคนมาฝึกฝน หรือไม่ เจ้าก็ให้กำเนิดผู้สืบทอดออกมาสักคนก็ได้”

“อาจารย์ เป็นอาจารย์หนึ่งวัน เป็นมารดาชั่วชีวิต…” ในเมื่อใช้เหตุผลเกลี้ยกล่อมไม่สำเร็จ ก็ได้แต่ใช้อารมณ์ความรู้สึกมาสร้างความหวั่นไหว นัยน์ตางามจนบรรยายไม่ถูกคู่นั้นมีหยาดน้ำตาเม็ดโตผุดขึ้นมาสองหยดทันที

“อย่ามาใช้วิธีนี้ อาจารย์ของเจ้ามีความตั้งใจที่เด็ดเดี่ยวแน่วแน่ ไม่ถูกน้ำตาแค่สองหยดเท่านี้ทำให้สั่นคลอนได้ง่ายดาย เช่นนี้อย่าเหนื่อยเลย อาจารย์ไปแล้ว เจ้าดูแลตนเองให้ดี”

หลังจากสะกิดปลายเท้าด้วยวิชาตัวเบา เรือนร่างสง่างามพลันโผนทะยานออกไปดุจเทพเซียน ชั่วพริบตาเดียวก็หายลับไปในป่าเขา อาจารย์ผู้เลอโฉมซึ่งกลายเป็นอดีตประมุขหุบเขาไปแล้วได้ทอดทิ้งลูกศิษย์ไปหาชายคนรัก มุ่งไปสู่อนาคตอันสวยงามของการเป็นคู่รักที่ไม่ว่าผู้ใดต่างก็อิจฉา

อูมู่ฉินเหม่อมองป่าเขากว้างใหญ่ไพศาลไม่เห็นจุดสิ้นสุด ใบหน้าเปียกชุ่ม นางร้องไห้ออกมาจริงๆ แล้ว นี่เป็นครั้งแรกที่นางได้ลิ้มรสการพลัดพรากแยกจาก

“อาจารย์…” นางร่ำไห้ร้องเรียกอยู่กลางป่าเขา ในหุบเขาเต็มไปด้วยเสียงก้องสะท้อนของนาง

“ฉินเอ๋อร์ เข้มแข็งหน่อย แยกจากกันเป็นเรื่องธรรมดาของชีวิต มีแยกจากจึงจะมีพบเจอ ดุจดั่งฤดูกาลทั้งสี่ที่หมุนเวียนเปลี่ยนไป ฤดูใบไม้ผลิจากไปฤดูใบไม้ร่วงย่างกรายมาถึง มีเกิดมีตาย อาจารย์มีเวลาว่างจะกลับมาเยี่ยมเจ้า อวยพรให้อาจารย์เถิด…”

การถ่ายทอดเสียงพันลี้ของอาจารย์นุ่มนวลละมุนละไมดุจสายลมในฤดูใบไม้ผลิโลมลูบกิ่งหลิว โลมไล้หัวใจของนาง

หยดน้ำตาที่นางหลั่งออกมาถูกสายลมพัดกระจาย จางหายไปในอากาศ ดุจเดียวกับเงาร่างของอาจารย์ที่ค่อยๆ หายลับไปท่ามกลางท้องฟ้าและพื้นปฐพี หาไม่พบร่องรอย แต่คำพูดสุดท้ายก่อนจากไปของอาจารย์กลับยังคงอยู่ในใจของนาง

อาจารย์แม้จะจากไปแล้วก็ยังไม่ลืมสั่งสอนนาง ให้นางได้ลิ้มรสชาติของการแยกจาก ฝึกฝนหล่อหลอมจิตใจนางให้เข้มแข็ง

นางเข้าใจ อาจารย์ต้องการให้นางเห็นการพลัดพรากแยกจากเป็นเรื่องธรรมดา ยกขึ้นได้วางลงได้ นางยืนอยู่ที่ริมเขาเป็นเวลาเนิ่นนาน ปลอบประโลมความโศกเศร้าในใจตน หลังจากกลับคืนสู่ความสงบดังเดิม มุมปากก็มีรอยยิ้มผุดขึ้น นางเป็นประมุขคนใหม่ของหุบเขาหมื่นบุปผา นับแต่นี้ไปมีเรื่องให้ยุ่งมากมายแล้ว

หลังจากเป็นประมุขหุบเขาได้หนึ่งปี ยามนี้อูมู่ฉินก็อายุสิบหกแล้ว ไม่เพียงรูปร่างสูงขึ้น เส้นโค้งเส้นเว้าบนร่างกายก็มีความเป็นอิสตรีมากขึ้น อุปนิสัยก็สุขุมมากขึ้น มีผู้คุมกฎทั้งสี่และผู้อาวุโสทั้งหลายคอยให้ความช่วยเหลือ ทำให้นางดำรงตำแหน่งได้อย่างราบรื่น มีแต่ความสงบสุข ฟ้าฝนตกต้องตามฤดูกาล

ทุกวันอูมู่ฉินจะใช้เวลาไปกับการอ่านบันทึกเรื่องราวความรักระหว่างชายหญิงและรับฟังเรื่องราวการทะเลาะเบาะแว้งในยุทธภพที่ผู้คุมกฎอินทรีรวบรวมมา แต่ระยะนี้มีสามเรื่องที่กระตุ้นความสนอกสนใจของนางอย่างมาก

เรื่องแรก ฮ่องเต้ผู้สูงวัยประชวรอยู่บนแท่นบรรทม

เรื่องที่สอง ไป่หลี่ซีองค์รัชทายาทหายตัวไป

เรื่องที่สาม แม่ทัพซือถูที่อยู่เฝ้ารักษาชายแดนถูกค้นเจอหลักฐานสมคบกับข้าศึกทรยศบ้านเมืองและถูกจับขังคุก

สามเรื่องนี้เกิดขึ้นติดๆ กัน ทั้งยังมีส่วนเกี่ยวข้องกับราชสำนักทั้งหมด เดิมท้องฟ้าอยู่สูง ฮ่องเต้อยู่ไกล ใต้หล้าสับสนวุ่นวายก็เห็นกันจนชินชาไม่ใช่เรื่องแปลก เรื่องการแย่งชิงอำนาจผลประโยชน์ที่น่าเบื่อพวกนี้หุบเขาหมื่นบุปผาแต่ไรมาก็เห็นเป็นเพียงเรื่องซุบซิบยามว่างช่วงดื่มน้ำชาหลังอาหาร ทว่าเรื่องที่แม่ทัพซือถูถูกจับขังคุก กลับก่อกวนความสงบสุขในหุบเขาหมื่นบุปผาไม่น้อย

“แม่ทัพซือถูถูกใส่ความ!” อูหวั่นเซียง ผู้คุมกฎอินทรีที่รับหน้าที่รวบรวมข่าวในยุทธภพตบโต๊ะด้วยความเดือดดาล เพลิงโทสะทำให้สองแก้มนางแดงฉาน เพิ่มความงามเพริศพริ้งยิ่งขึ้น

“ระวังมือของเจ้า อย่าออกแรงมากเกินไป” อูมู่ฉินเตือนด้วยความปวดใจ

“มือของข้าไม่เป็นไร!” อูหวั่นเซียงพูดด้วยน้ำเสียงโกรธแค้น

“ข้ารู้มือของเจ้าไม่เป็นไร แต่โต๊ะของข้าเป็น นี่เป็นโต๊ะไม้มะเกลือที่นายช่างเจียงเพิ่งทำเสร็จเมื่อวาน สวยงามยิ่ง”

นายช่างเจียงเป็นช่างไม้ผู้หนึ่ง ของที่เขาทำล้วนประณีตงดงาม ทั้งเป็นผู้มีความสามารถด้านการแกะสลัก โต๊ะไม้มะเกลือตัวนี้แกะลายดอกไม้และนกได้ราวกับมีชีวิต อูมู่ฉินเห็นแล้วชอบ ลูบไล้ไม่วางมือ

อูหวั่นเซียงกล่าวอย่างไม่พอใจ “ท่านประมุขได้ฟังข้าพูดหรือไม่ แม่ทัพซือถูถูกใส่ความ!”

“ข้ากำลังฟัง ข้าฟังอยู่ ข้าเชื่อเจ้า ไม่ต้องตื่นตระหนก”

“ข้าจะไม่ตื่นตระหนกได้อย่างไร เขาถูกจับขังคุก ไม่รอไต่สวนอีกครั้งก็ตัดสินโทษ พรุ่งนี้จะคุมตัวไปเมืองหลวง ตัดศีรษะต่อหน้าราษฎรแล้ว!” อูหวั่นเซียงกำหมัด จะตบโต๊ะอีกแต่ถูกประมุขถลึงตาใส่ ทำได้เพียงเปลี่ยนไปตบเสาไม้ที่อยู่ข้างๆ แทน ทำให้เสาไม้ยุบลงไปทันที

อูมู่ฉินตวัดตามองเสาไม้แวบหนึ่ง แล้วหยิบถั่วลันเตามาแกะกิน ถั่วลันเตาในช่วงนี้เมล็ดอวบอิ่มรสชาติดี ปกตินางกินมันเป็นของกินเล่น

ไม่แปลกที่ศิษย์พี่อูหวั่นเซียงจะเดือดดาลเช่นนั้น เพราะนางชอบแม่ทัพซือถูผู้เปี่ยมไปด้วยความน่าเกรงขามและน่าเลื่อมใสผู้นั้น

ทุกครั้งเวลาศิษย์พี่รวบรวมข่าวสาร ขอเพียงเป็นเรื่องเกี่ยวกับแม่ทัพซือถู ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใหญ่ขนาดเขาสร้างความดีความชอบในการทำศึก หรือเล็กขนาดเขากินข้าวไปแล้วกี่ชาม ไปห้องปลดทุกข์มากี่ครั้ง ไม่ว่าเรื่องเล็กเรื่องใหญ่ศิษย์พี่ล้วนไม่ปล่อยผ่าน กระทั่งบรรพบุรุษแปดชั่วคนของเขาก็ตรวจสอบมาทั้งหมด

เมื่อใดที่ท่านฟังเรื่องราวที่เกิดขึ้นตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันของคนผู้หนึ่งมาอย่างละเอียดจนพูดได้ชัดเจน ก็ย่อมมองออกถึงลักษณะนิสัยของคนผู้นั้น เขาทำเรื่องอะไร ไม่ทำเรื่องอะไร มีหลักการอะไร ไม่แตะต้องสิ่งต้องห้ามอันใด ล้วนคาดเดาออกมาได้

บอกซือถูหรานสมคบข้าศึกทรยศต่อบ้านเมือง ก็ไม่ต่างอะไรกับบอกว่าดวงอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันตก เหลือเชื่อเกินไป แม่ทัพซือถูเป็นบุรุษที่อาจหาญ ทว่าเวลานี้ถูกใส่ความ จะไม่ให้อูหวั่นเซียงขบเขี้ยวเคี้ยวฟันได้อย่างไร ด้วยเหตุนี้เมื่อนางเพิ่งจะได้รับข่าวก็รีบวิ่งมาตบโต๊ะกับท่านประมุขทันที

“ท่านประมุข คนดีอายุไม่ยืนยาว ตัวหายนะอยู่นานนับพันปี เราไม่อาจปล่อยให้เขาตาย จะทำให้หัวใจของคนในใต้หล้าต้องเจ็บปวดด้วยความผิดหวัง”

“ทำให้หัวใจของเจ้าต้องเจ็บปวดด้วยความผิดหวังกระมัง” อูมู่ฉินล้อนาง

อูหวั่นเซียงหน้าไม่แดงลมหายใจไม่สับสนยกปลายคางขึ้นยอมรับ “ไม่ผิด เขาเข้าคุก ข้าเสียใจ ข้าจะต้องช่วยเขา!”

ผู้คุมกฎอีกสามคนบ้างก็ส่ายหน้ามองค้อน บ้างก็แอบหัวเราะรอชม บ้างก็แสดงท่าทีอย่างไรก็ได้ อูมู่ฉินคิดไปคิดมา ศิษย์พี่พูดถูก ซือถูหรานผู้นี้ไม่สมควรตาย และนางในฐานะประมุขหุบเขาก็ไม่ควรว่างมากเช่นนี้ ครานี้มีเรื่องมาให้นางได้ทำพอดี

ครั้นแล้วอูมู่ฉินก็สั่งการผู้คุมกฎจิ้งจอก “ไปเชิญผู้อาวุโสทั้งหลายมาปรึกษาหารือกัน”

“ได้เลย มีเรื่องให้ทำแล้ว” ผู้คุมกฎจิ้งจอกยิ้มแล้วลุกขึ้นมา ตอนเดินผ่านผู้คุมกฎอินทรีก็ตบๆ บ่านาง แล้วไปหาผู้อาวุโสทั้งหลายด้วยท่าทางเบิกบานใจ

Comments

comments

Continue Reading

More in ทดลองอ่าน

  • กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น

    ทดลองอ่าน กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น บทที่ 1-2

    By

    บทที่ 1 แคว้นต้าฉีถือเป็นผู้ปกครองแห่งใต้หล้า โดยมีเมืองลั่วอันที่รุ่งโรจน์เป็นเมืองหลวง ที่นั่นเป็นสถานที่รุ่งเรืองมั่งคั่งซึ่งทุกคนต่างหวั...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 91-92

    By

    บทที่ 91 ฉีอวี้เหม่อมองเสิ่นหุย มองดูเสด็จน้าทรุดนั่งลงบนพื้น เขาก้มหน้าลงจ้องมองกางเกงตัวในของตนที่เปียกชุ่มแนบติดขา ดูเหมือนเพิ่งเข้าใจว่า...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 69

    By

    บทที่ 69 ครั้นรถม้าที่จ้าวจงฟางกับจิตรกรน้อยนั่งอยู่จากไป หานเค่อรั่งก็เปลี่ยนสีหน้า เขาหันมาทางผู้ใต้บังคับบัญชาที่ยืนอยู่ด้านข้าง สายตากวา...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 89-90

    By

    บทที่ 89 เสิ่นหุยนึกถึงผู้ช่วยเสนาบดีฝ่ายซ้ายคนก่อนขึ้นมาทันใด นางรีบถามว่า “แล้วใต้เท้าซูเล่า” คนที่มาแจ้งข่าวทำงานนอกวังหลวงอยู่ตลอด ไม่ค่...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 67-68

    By

    บทที่ 67 เผยเซียวหยวนถอยออกมาถึงระเบียงประตูนอกห้องจัดเลี้ยง ยืนรอนางอยู่ที่นั่น เมื่อนางเดินมาถึงเบื้องหน้าตน เขาก็ยิ้มบางแล้วพยักหน้าเล็กน...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 87-88

    By

    บทที่ 87 เสิ่นหุยมองดูเผยไหวกวงดื่มสุราหนึ่งถ้วย นางลังเลอยู่ครู่หนึ่ง จึงยกกาสุราขึ้นมารินให้ตนเองเล็กน้อย เผยไหวกวงเหลือบตาขึ้นมองนางอย่าง...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 65-66

    By

    บทที่ 65 วันนี้ก็เป็นวันครบรอบการจากไปของชุยเหนียงจื่อมารดาของเผยเซียวหยวน ปีนั้นหลังจากเหตุการณ์ที่ประตูตันเฟิ่งผ่านไปไม่นานนางก็ถึงแก่กรรม...

บทความยอดนิยม

everY

ทดลองอ่าน เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 Chapter 2.1-2.2 #นิยายวาย

ทดลองอ่าน เรื่อง เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 ผู้เขียน : MINTRAN แปลโดย : ทันบี ผลงานเรื่อง : 배타적 연애 금지구역 ถือเป็นลิขสิทธิ์...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 85-86

บทที่ 85 เผยไหวกวงทำตามความปรารถนาของเสิ่นหุย ล้างมือให้สะอาดในน้ำอุ่นที่นางเตรียมไว้ให้เขา จากนั้นก็ใช้ผ้าเช็ดหน้าที่นา...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 87-88

บทที่ 87 เสิ่นหุยมองดูเผยไหวกวงดื่มสุราหนึ่งถ้วย นางลังเลอยู่ครู่หนึ่ง จึงยกกาสุราขึ้นมารินให้ตนเองเล็กน้อย เผยไหวกวงเหล...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 63-64

บทที่ 63 เผยเซียวหยวนมีสมองที่แจ่มใสและเฉียบแหลม เขาจึงเข้าใจความหมายในคำพูดเหล่านั้นของนางได้โดยไม่สงสัยเลยแม้แต่น้อย ท...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 65-66

บทที่ 65 วันนี้ก็เป็นวันครบรอบการจากไปของชุยเหนียงจื่อมารดาของเผยเซียวหยวน ปีนั้นหลังจากเหตุการณ์ที่ประตูตันเฟิ่งผ่านไปไ...

community.jamsai.com