ทดลองอ่าน แม่ทัพฉางหนิง ขุนศึกหญิงพิทักษ์นครา บทที่ 64-65 – Jamsai
Connect with us

Jamsai

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน แม่ทัพฉางหนิง ขุนศึกหญิงพิทักษ์นครา บทที่ 64-65

หน้าที่แล้ว1 of 8

บทที่ 64

จวงไท่เฟยหลบร้อนมาพักอยู่บนเขาเซิ่งซานทางตอนเหนือของเมือง วันนี้ซู่เซิ่นฮุยขี่ม้าออกจากที่พักตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง และถึงปลายทางในตอนเที่ยงวัน บนเขาสงบวิเวก ไม่มีผู้คนอาศัยอยู่ เขาเดินขึ้นบันไดหินใต้ร่มไม้ในป่ามาถึงหน้าตำหนักสมถะที่ตั้งอยู่กลางเขา แลเห็นมุมตำหนักโผล่วอมแวมกลางแมกไม้อยู่เหนือขอบกำแพง หมู่สกุณาขับขานเสนาะหู ข้างตำหนักคืออารามชีที่มีเสียงระฆังดังทั้งเช้าเย็น เป็นสถานที่ที่จวงไท่เฟยใช้ปฏิบัติธรรมในยามปกติ

ทหารยามเปิดประตูให้ ชายหนุ่มก้าวเข้าตำหนักแล้วเดินไปยังเรือนทิศใต้อันเป็นที่อยู่ของมารดา โดยสั่งให้หลิวเซี่ยงและผู้ติดตามคนอื่นรออยู่ข้างนอก ส่วนตนเองก้าวไปตามทางเท้าลัดเลาะสวนขนาดย่อมที่ปลูกต้นล่าเหมยไว้ห่างๆ กัน มาหยุดเท้าตรงเชิงบันไดหน้าเรือน

ข้ารับใช้นำความไปแจ้งล่วงหน้าแล้วว่าเขามา แต่ผิดคาดตรงคนที่เดินออกมาจากในเรือนกลับเป็นขันทีที่เป็นพ่อบ้านผู้เคยติดตามมารดาไปตำหนักแปรพระราชฐานคราวก่อน ฝ่ายนั้นคำนับเขาอย่างนอบน้อม ก่อนจะถ่ายทอดคำพูดของมารดาให้ฟังโดยไม่มีผิดเพี้ยน “ข้ารับน้ำใจเจ้าไว้แล้ว กลับไปเถิด”

ซู่เซิ่นฮุยชะงัก แล้วมองไปทางประตูเรือน ขันทีถ่ายทอดคำพูดจบก็รู้ว่าเขาต้องมีเรื่องถาม จึงรีบเดินลงบันไดมารออยู่ข้างๆ อย่างพินอบพิเทาโดยไม่รอให้เขาเอ่ยปาก และแล้วก็ได้ยินชายหนุ่มถามขึ้นจริงๆ “เสด็จแม่มิได้ตรัสอะไรอื่นหรือ”

ขันทีค้อมกาย “ไม่มีแล้วจริงๆ พ่ะย่ะค่ะ ไท่เฟยตรัสประโยคนี้แค่ประโยคเดียวเท่านั้น”

“ทรงยุ่งอยู่หรือ”

ขันทีค้อมกายอีกครั้ง “ทูลท่านอ๋อง ข้อนี้กระหม่อมไม่ทราบพ่ะย่ะค่ะ จวงหมัวมัวเป็นผู้อัญเชิญรับสั่งของไท่เฟยมาถ่ายทอดอีกที”

ซู่เซิ่นฮุยมุ่นหัวคิ้วยืนอยู่หน้าบันไดสักพัก “เจ้านำคำพูดของข้าไปกราบทูลที…” เขาเว้นช่วงเล็กน้อย เอ่ยว่า “ลูกไปครานี้ไม่รู้เมื่อไรจะได้กลับมาทดแทนบุญคุณเสด็จแม่อีก ลูกอาลัยอาวรณ์เหลือเกิน ขอเสด็จแม่โปรดปลีกพระองค์จากธุระที่ติดพันอยู่ เสด็จออกมาให้ลูกได้เห็นพระพักตร์ด้วยเถิด”

ขันทีผู้นั้นรับคำแล้วหมุนตัวรีบเดินกลับเข้าไป

ซู่เซิ่นฮุยยืนรออยู่ตรงลานเรือนตามลำพัง ครู่หนึ่งให้หลังขันทีคนเดิมก็ซอยเท้าเดินออกมาอย่างว่องไว แค่เห็นสีหน้าลำบากใจของเจ้าตัว บุรุษหนุ่มก็รู้ผลแล้ว ไม่ผิดจากที่คิด พอเดินเข้ามาใกล้อีกฝ่ายก็ค้อมกายคำนับแล้วรายงานอึกๆ อักๆ “ไท่เฟยตรัสว่าไม่อยากทำให้ท่านอ๋องทรงเสียเวลา ขอให้ท่านอ๋อง…ทรงกลับไปพ่ะย่ะค่ะ…”

อ๋องผู้สำเร็จราชการเงียบไป ยืนอยู่ตรงบันไดอย่างนั้นได้สักพักก็รั้งชายเสื้อคลุมทรุดตัวลงคุกเข่าบนพื้นอิฐโดยไม่เอ่ยอะไรแม้แต่คำเดียว หันหน้าไปทางประตูบานนั้น

“ท่านอ๋อง…” ขันทีผู้นั้นร้องเรียกด้วยความตกใจพลางทำท่าจะเอื้อมมือมาประคองเขาไว้ แต่ก็ชะงักไปด้วยความลังเล ก่อนจะชักมือกลับแล้วหมุนตัวเดินเข้าไปข้างในอีกครั้ง

คราวนี้ร่างของขันทีหายลับไปหลังประตูแล้วไม่ออกมาอีกเลย หน้าเรือนเหลือแต่ซู่เซิ่นฮุยเพียงผู้เดียว

ดวงตะวันเปลี่ยนมุมทีละนิด รอบตัวสงัดเงียบไร้สรรพเสียงใดๆ เงาที่คุกเข่าอยู่บนพื้นค่อยๆ เคลื่อนจากแผ่นอิฐทางด้านขวาของเขามาซ้อนกันสนิทอยู่ที่ใต้เข่า ก่อนจะเคลื่อนไปทางซ้ายทีละน้อยแล้วทอดยาวออกไปเรื่อยๆ

ตกบ่าย พระอาทิตย์เคลื่อนคล้อยไปทางตะวันตก

ครั้นพอย่ำเย็นเสียงตีระฆังก็ลอยมาจากสิ่งปลูกสร้างข้างๆ เขานั่งคุกเข่ามาราวสามชั่วยามแล้ว

เชิงบันไดหน้าเรือนไร้แมกไม้ให้ร่มเงา แรกสุดตะวันแรงแผดแสงเหนือกระหม่อมจนเขาเหงื่อไหลโกรกหน้าผาก เสื้อผ้าเปียกชุ่มแนบลู่กับแผ่นหลัง จากนั้นหยาดเหงื่อค่อยๆ เหือดหาย แห้งสนิทไปกับเนื้อผ้า ริมฝีปากแห้งผากของชายหนุ่มปิดเข้าหากัน เอาแต่คุกเข่านิ่งอย่างนั้นไม่ขยับ สองตาทอดตรงไปยังบานประตูข้างหน้า

หญิงสกุลจวงแอบเดินกลับไปกลับมาไม่รู้กี่รอบแล้ว รอบสุดท้ายนางออกมายืนตรงมุมลับตาหลังประตู มองร่างที่ยังคุกเข่าใต้แสงอาทิตย์อัสดงด้วยความสงสารปานจะขาดใจ ก่อนจะจ้ำเท้าเดินกลับมาหน้าห้องจวงไท่เฟยแล้วคุกเข่าอ้อนวอนผ่านบานประตู “ไท่เฟย! ท่านอ๋องทรงคุกเข่ามาครึ่งวันแล้วนะเพคะ! น้ำสักหยดก็ไม่ได้เสวย! หากไท่เฟยไม่ทรงยอมให้เข้าเฝ้า ท่านอ๋องก็ไม่ทรงลุกขึ้นมาหรอกเพคะ พระอุปนิสัยเป็นเช่นไร ไท่เฟยก็ทรงทราบ ปล่อยให้ทรงคุกเข่าเช่นนั้นต่อไป พระวรกายไหนเลยจะรับไหว ช่วงที่ผ่านมาท่านอ๋องทรงเหน็ดเหนื่อยทุ่มเทกายใจ ตรากตรำเพื่อบ้านเมือง ใช่ว่าทรงอยู่สบาย พอเสด็จกลับเมืองหลวงก็ต้องทรงงานต่อ หม่อมฉันใคร่ขอวิงวอนไท่เฟย ทรงเรียกท่านอ๋องเข้ามาเถิดเพคะ…”

นางพูดด้วยนัยน์ตาแดงก่ำ เสียงสั่นเครือเหมือนจะร้องไห้

ข้างในเงียบอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะมีเสียงตอบกลับมาในที่สุด “เรียกเขาเข้ามา”

คนสนิทรีบโขกศีรษะขอบคุณแล้วลุกขึ้นจากพื้น เช็ดหางตา จากนั้นก็หมุนตัวซอยเท้าเดินออกไป

หน้าที่แล้ว1 of 8

Comments

comments

No tags for this post.
Continue Reading

More in ทดลองอ่าน

  • กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น

    ทดลองอ่าน กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น บทที่ 78-79

    By

    บทที่ 78 รัชทายาททำเช่นนี้เจียงซิ่วรุ่นเห็นแล้วโมโหจริงๆ แต่เวลานี้นางรู้สึกแต่เพียงว่าชีวิตของตนเองแขวนอยู่บนเส้นด้าย ไม่อาจโกรธเด็ดขาด นาง...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 146-147

    By

    บทที่ 146 เยี่ยซวี่อวี่เดินอยู่ข้างหน้า เผยเซียวหยวนเดินตามนางห่างกันราวสิบยี่สิบก้าว หยางไจ้เอินนำขันทีน้อยฝ่ายในและนางกำนัลเดินรั้งท้ายอยู...

  • กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น

    ทดลองอ่าน กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น บทที่ 76-77

    By

    บทที่ 76 นอกจากรู้สึกว่าจิตใจของเจียงซิ่วรุ่นคับแคบเกินไป เฟิ่งหลีอู๋ยังรู้สึกอีกว่าออกจะเจ็บปวดใจอยู่บ้าง นางเป็นตัวประกันอยู่ที่ลั่วอัน เป...

  • กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น

    ทดลองอ่าน กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น บทที่ 7-9

    By

    บทที่ 7 ไป๋เฉี่ยนผู้นั้นกำลังรอคำพูดนี้ของคุณชายน้อยอยู่พอดี น้ำโอ่งใหญ่สาดออกไปจนกลายเป็นขวดวิเศษปราบปีศาจสาดกระจายไปทางอาจารย์ฝานแล้ว ฝานเ...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 176-177

    By

    บทที่ 176 เผยไหวกวงมองเสิ่นหุยที่ยิ้มอย่างอ่อนหวานให้เขาอยู่ตรงหน้า กลัวว่าคำพูดต่อไปของนางจะเป็น ‘แต่ข้าคิดถึงท่านมาก’ “แต่ข้าคิดถึงท่านมาก...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 124

    By

    บทที่ 124 เผยเซียวหยวนมือเปล่าไม่มีอาวุธ คิดจะไล่ตามไปต่อสู้ระยะประชิด กล่าวสำหรับเขาแล้วกลับจะได้เปรียบ เพิ่งจะขยับเท้า กลิ่นสาบฉุนก็พุ่งเข...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 174-175

    By

    บทที่ 174 หลังจากเสิ่นหุยกระซิบประโยคนี้แล้วก็ถอยหลังไปเล็กน้อย หลุบตาลงมองฉีอวี้แล้วพูดอย่างอ่อนโยนว่า “อวี้เอ๋อร์ ยามเย็นข้าจะไปกินอาหารเย...

บทความยอดนิยม

everY

ทดลองอ่าน เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 Chapter 2.1-2.2 #นิยายวาย

ทดลองอ่าน เรื่อง เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 ผู้เขียน : MINTRAN แปลโดย : ทันบี ผลงานเรื่อง : 배타적 연애 금지구역 ถือเป็นลิขสิทธิ์...

กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น

ทดลองอ่าน กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น บทที่ 7-9

บทที่ 7 ไป๋เฉี่ยนผู้นั้นกำลังรอคำพูดนี้ของคุณชายน้อยอยู่พอดี น้ำโอ่งใหญ่สาดออกไปจนกลายเป็นขวดวิเศษปราบปีศาจสาดกระจายไปทา...

กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น

ทดลองอ่าน กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น บทที่ 3-4

บทที่ 3 ดังนั้นทหารองครักษ์นายนั้นจึงไม่พูดอะไรอีก เพียงก่อเตาเล็กอย่างง่ายๆ ขึ้นมา แล้วใช้ถ่านไม้ไผ่บนรถม้าต้มน้ำร้อนเง...

กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น

ทดลองอ่าน กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น บทที่ 5-6

บทที่ 5 เมื่อคิดถึงตรงนี้เจียงซิ่วรุ่นก็ชิงเอ่ยปากต่อหน้าเซินยงว่า “เมื่อครู่พี่ชายได้ขอยกเลิกเรือนที่กรมพิธีการจัดสรรให...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 170-171

บทที่ 170 ‘เช่นนั้นหลังจากนี้ทุกวันที่สิบห้าข้าจะปกป้องท่านเอง’ เผยไหวกวงคิดว่าการได้ยินของตนเองคงจะมีปัญหา เขามองเสิ่นห...

community.jamsai.com