ทดลองอ่าน พฤกษางามในห้วงเมามาย บทที่ 57.1-57.2 – Jamsai
Connect with us

Jamsai

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน พฤกษางามในห้วงเมามาย บทที่ 57.1-57.2

หน้าที่แล้ว1 of 7

บทที่ 57.1

ดูเหมือนว่าสตรีผู้นี้ไม่ล่วงรู้ว่าเวลาที่นางงดงามที่สุดหาใช่ยามยิ้มหวานประจบเอาใจคน แต่เป็นท่าทางที่นางเบิกตาจนกลมโต เลิกคิ้วเรียวสูงอย่างดุดัน ทั่วร่างแผ่รัศมีความมีชีวิตชีวาและเปี่ยมด้วยพลังออกมา เสมือนพริกเผ็ดทำให้แสบร้อนไปทั้งกาย ทว่าหลังได้ลิ้มชิมรสแล้วกลับติดใจมิรู้ลืม…

แน่นอนว่าตัวนางก็มีจุดที่ควรค่าแก่การลิ้มลองมากมายเหลือเกิน ซือถูเซิ่งคล้ายย้อนเวลากลับไปสมัยวัยเยาว์เมื่อครั้งที่ฉู่หลินหลางตัวน้อยหาเงินได้เป็นครั้งแรกแล้วพาเขาไปที่ร้านขายขนมหวาน เขาเห็นขนมหวานสารพัดชนิดละลานตาแล้วก็ไม่รู้ว่าควรเลือกเช่นไรดี

ชิ้นเดียวไม่พอ เขาอยากได้ทั้งหมด!

ระหว่างที่กำลังคลอเคลียกันก็ได้ยินเสียงเคาะประตูห้องหนังสือดังขึ้น

ก้อนน้ำตาลที่ยังอ่อนนุ่มนิ่มในอ้อมแขนเขาเมื่อครู่ลุกขึ้นยืนทันควันราวกับถูกฟ้าผ่า หยิบไม้ขนไก่ตรงด้านข้างโต๊ะขึ้นมาแล้วเริ่มทำทีปัดฝุ่นตามเคย

แต่ฉู่หลินหลางลุกเร็วเกินไปจนหัวเข่ากระแทกขอบโต๊ะโดยไม่ทันระวัง นางจึงต้องลอบกัดฟันแน่นด้วยความเจ็บ

คนที่เข้ามาคือตงเสวี่ย นางยกน้ำชามาให้

ขณะที่ตงเสวี่ยรินชาอยู่ คุณหนูใหญ่คงจะทำความสะอาดเสร็จแล้ว นางเหน็บไม้ขนไก่ในวงแขนพลางเดินกะโผลกกะเผลกอ้อมผ่านด้านหลังตงเสวี่ยออกไปโดยไม่เหลียวหลัง

ซือถูเซิ่งเห็นฉู่หลินหลางไปแล้วก็เงยหน้าขึ้นพูดกับสาวใช้ “วันหน้าหากไม่มีคำสั่งข้าห้ามเข้ามาในห้องหนังสือ”

เนื่องจากก่อนหน้านี้ในจวนไม่มีกฎระเบียบข้อนี้ ตงเสวี่ยจึงถามตรงๆ “เพราะอะไรหรือเจ้าคะ”

พอได้ยินคำถามกำเริบเสิบสานเช่นนี้ ซือถูเซิ่งกลับอธิบายสั้นๆ อย่างใจเย็นว่า “ไม่ดีต่อหัวเข่า”

“เอ๊ะ?” ตงเสวี่ยงุนงงอยู่บ้าง นางนึกไม่ออกชั่วขณะว่าเกี่ยวข้องกันอย่างไร แค่เห็นว่าใต้เท้าซือถูเอาใจใส่ต่อบ่าวไพร่เหลือเกิน หรือกลัวว่านางยกน้ำชามาให้บ่อยๆ จะปวดเมื่อยหัวเข่า

ทว่าซือถูเซิ่งไม่ให้คำอธิบายต่อ เพียงโบกมือเป็นเชิงบอกให้นางออกไป

ซือถูเซิ่งเริ่มตรวจแก้หนังสือราชการบนโต๊ะอย่างขะมักเขม้นต่อไป เขาต้องรีบอ่านทั้งหมดนี้ให้หมดโดยไว ไม่แน่ว่าอาจมีเวลาว่างไปดูหัวเข่าของคนผู้นั้นก็เป็นได้

 

ในเวลาเดียวกันทางด้านจวนรองผู้บัญชาการกองทหารม้ากลับไม่ใคร่สุขสงบนัก

หลังจากได้ยินท่านอาบอกเล่าคำพูดของฉู่หลินหลางให้ฟังแล้ว เฉินฟั่งก็แค่นเสียงเยาะอย่างสุดระงับ “ช่างไม่รู้ดีรู้ชั่วจริงๆ”

ตามที่เขาคิดไว้ในทีแรก แค่วางกับดักอะไรสักอย่าง สตรีนางนี้ย่อมตกอยู่ใต้อำนาจของเขาแล้วมิใช่หรือ

นับตั้งแต่เห็นคราแรกที่ริมถนน เฉินฟั่งก็ตกตะลึงในความงามของฉู่หลินหลางและรู้สึกคันยุบยิบในใจแล้ว สตรีในวัยสาวสะพรั่งเต็มตัวเช่นนี้คือผลไม้ที่สุกกำลังดีในฤดูร้อน เด็ดเร็วกว่านี้ก็ดิบไปสักนิด เด็ดช้ากว่านี้ก็งอมไปสักหน่อย

เขายกตนเป็นบุรุษเจ้าสำราญมาแต่ไหนแต่ไร เห็นผลไม้หวานที่สดใหม่น่ากินเช่นนี้มีเหตุผลอะไรไม่ฉวยโอกาสลองลิ้มชิมรสเล่า

แต่สตรีที่เคยออกเรือนแล้วอย่างฉู่หลินหลางไม่รู้ดีรู้ชั่ว ไม่ยอมทำงานรับใช้พวกเขา เห็นทีว่าคงต้องคิดหาหนทางอื่น ถึงอย่างไรคนในจวนรองเสนาบดีที่จะซื้อตัวให้เป็นไส้ศึกได้นั้นไม่ได้มีแค่นางคนเดียว

เขาคิดคำนึงเช่นนี้แล้วก็เอ่ยอย่างเสียดายเหลือแสน “น่าเสียดาย…”

ท่านอาที่พิศดูสีหน้าของหลานชายอยู่ด้านข้างเข้าใจความหมายของเขาทันที เจ้าหัวมันอ้วนเตี้ยพูดกลั้วหัวเราะ

“ถึงสตรีผู้นั้นจะไม่มีไหวพริบ แต่จะละเว้นนางเช่นนี้มิได้ หาไม่แล้ววันหน้าคนอื่นจะเห็นว่าถ้อยคำของรัชทายาทเป็นดั่งผายลม ไม่มีใครให้ความสำคัญโดยสิ้นเชิง”

เฉินฟั่งมองเขาตาขวาง “อย่าเอ่ยถึงรัชทายาท! บัดนี้องค์ชายสี่กลับมามีอำนาจอีกครั้ง กระทั่งรัชทายาทเองจะกระทำการใดก็ต้องระวังรอบคอบไม่ให้เป็นเป้าสายตา”

คหบดีเฉินรับคำอย่างคล้อยตามด้วยรอยยิ้มประจบประแจง จากนั้นก็โน้มกายไปกระซิบพูดสองสามคำที่ข้างหูอีกฝ่าย

เฉินฟั่งมองเขาด้วยหางตาคราหนึ่ง “เหลวไหล นี่มันเรื่องเลวทรามต่ำช้าอันใดกัน”

คหบดีเฉินกลับไม่เดือดเนื้อร้อนใจ “คนของข้ากลุ่มนี้เมื่อก่อนเคยทำเรื่องเช่นนี้อยู่กลางป่ากลางเขา เชี่ยวชาญอย่างยิ่ง! อีกทั้งนางเป็นใครมาจากที่ใดกัน แค่อาศัยว่าตนเองรูปโฉมงดงามอยู่หลายส่วนแล้วไปพึ่งพาบารมีบุรุษไม่เลือกหน้าเท่านั้นเอง ต่อให้เกิดเรื่องขึ้นนางจะชี้ตัวว่าเป็นใครได้หรือ ดูเหมือนว่านางเองยังต้องถือเสียว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น เพราะเกรงว่าหากมีเสียงเล่าลือออกไปแล้วจะเสื่อมเสียชื่อเสียง”

เฉินฟั่งเห็นว่ามีเหตุผล เขาเหลือบมองท่านอาด้วยสายตาแฝงนัยลึกล้ำก่อนวางท่าเป็นผู้ทรงคุณธรรมจอมปลอมแล้วกล่าวขึ้น

“วันนี้หูข้าไม่ได้ยินถ้อยคำนี้ ข้าไม่รู้อะไรทั้งสิ้น!”

คหบดีเฉินเข้าใจความหมายโดยไม่ต้องบอก เขาพูดพร้อมรอยยิ้มประจบสอพลอ “เข้าใจๆ ได้ตัวคนมาแล้วก็ขังไว้ในห้องที่มืดมิด รับรองว่านางมองไม่เห็นว่าเป็นใครตั้งแต่ต้นจนจบแน่”

เมื่อก่อนเขาเคยทำเรื่องพรรค์นี้บ่อยครั้ง มิฉะนั้นพ่อค้าขายใบชาเช่นเขาจะวางอำนาจบาตรใหญ่ในเมืองหลวงได้อย่างไร คนฐานะต่ำต้อยผูกสัมพันธ์กับผู้สูงศักดิ์ต้องยอมแลกได้ทุกอย่าง ต้องทำงานสกปรกที่ไม่มีใครอยากทำ!

น่าเสียดายที่สตรีสกุลฉู่ผู้นั้นไม่รู้กาลเทศะ นางคิดจริงๆ หรือว่ามีขุนนางสุจริตที่เลื่อนฐานะขึ้นมาจากบุตรหลานตระกูลยากจนต่ำต้อยคนหนึ่งเป็นผู้หนุนหลังแล้วจะล่วงเกินคนในเมืองหลวงได้ตามใจชอบ

สักวันถึงนางจะนึกเสียใจภายหลังก็สายเกินการณ์ อยากร่ำไห้ก็ไร้น้ำตาแล้ว!

หน้าที่แล้ว1 of 7

Comments

comments

No tags for this post.
Continue Reading

More in ทดลองอ่าน

บทความยอดนิยม

everY

ทดลองอ่าน เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 Chapter 2.1-2.2 #นิยายวาย

ทดลองอ่าน เรื่อง เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 ผู้เขียน : MINTRAN แปลโดย : ทันบี ผลงานเรื่อง : 배타적 연애 금지구역 ถือเป็นลิขสิทธิ์...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน พฤกษางามในห้วงเมามาย บทที่ 1-2

บทที่ 1 เหมันตฤดูที่แสนหนาวเหน็บ ฉู่หลินหลางซุกตัวอยู่บนรถม้าเป็นเวลาหนึ่งชั่วยาม* เต็มจนแข้งขาเริ่มแข็งตึงอยู่บ้าง ก่อน...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน พฤกษางามในห้วงเมามาย บทที่ 7-8

บทที่ 7 จริงอยู่ว่าการครองคู่กับฉู่หลินหลางเต็มเปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวามีรสชาติสีสัน แต่นานวันเข้าก็ทำให้รู้สึกอยู่มิวายว่า...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน พฤกษางามในห้วงเมามาย บทที่ 3-4

บทที่ 3 ชั่วขณะนั้นเสียงขออภัยโทษก็ดังขึ้นเป็นทอดๆ ทางด้านฉู่หลินหลางคุกเข่าก้มศีรษะลงนิ่งๆ รอคอยองค์ชายหกลงทัณฑ์อยู่ที่...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน หยกคู่เคียงรักพิทักษ์ฉางอัน บทที่ 1-2

บทที่ 1 หิมะตกหนัก เพิ่งพ้นช่วงส่งท้ายปีเก่าเข้าสู่รัชศกเซิ่งลี่ปีที่หนึ่ง หิมะหนาหนักก็โปรยปรายลงมาจากผืนฟ้า ท่ามกลางหม...

community.jamsai.com