บทที่ 59 อวี้ฉยง
เจียงหลิงโมโห หมิงหวาฉังจึงลูบจมูก รู้สึกผิดอยู่บ้าง
แต่สหายร่วมบำเพ็ญตายได้ พี่ชายข้าตายไม่ได้* หมิงหวาฉังไม่อาจยอมให้พี่ชายผู้มีวินัยในตนเองและงามสง่าดุจไม้หยกแห่งราชธานีต้องแบกรับชื่อเสียงเสียหายว่ามาเที่ยวหอคณิกา จึงต้องให้เจียงหลิงมารับแทน
นางเอ่ยอย่างเป็นงานเป็นการ “อยู่ต่อหน้าเรื่องส่วนรวมไยต้องสนใจเกียรติส่วนตน พวกเราคือผู้ที่ทำการใหญ่ จะยึดติดอยู่กับชื่อเสียงเล็กๆ น้อยๆ ไม่ได้ คนของหอเทียนเซียงจะมาถึงในไม่ช้า พวกเราฉวยโอกาสนี้แบ่งภารกิจกันดีกว่า เจียงหลิง พี่เหริน ประเดี๋ยวทั้งสองคนถ่วงเวลาแม่เล้ากับอวี้ฉยงไว้ พยายามล้วงเบาะแสจากปากพวกนาง เน้นถามความสัมพันธ์ของคนในหอเป็นพิเศษ ส่วนข้าจะออกไปตรวจดูสภาพพื้นที่ในหอและพยายามไปดูสถานที่เกิดเหตุ”
เหรินเหยาลังเลอยู่บ้าง “เจ้าออกไปคนเดียวจะอันตรายเกินไปหรือไม่”
หมิงหวาฉังกล่าว “ไม่เป็นไร ตอนนี้พวกเราคือสาวใช้ของเจียงหลิง หอเทียนเซียงยำเกรงอำนาจของเจียงอันโหว ไม่กล้าทำอะไรข้าแน่ กลับกันหากพี่เหรินละทิ้งเจียงหลิงแล้วออกไปกับข้าด้วย นั่นถึงจะเผยพิรุธ” นางขยิบตา ลดเสียงลงแล้วกล่าวต่อ “ยิ่งไปกว่านั้น…ยังมีพี่รองของข้ากับพี่เซี่ยอยู่”
เหรินเหยาพรูลมหายใจเบาๆ “ได้แต่ทำเช่นนี้แล้ว เจ้าระวังตัวด้วย”
“ทั้งสองคนก็เช่นกัน”
พอหารือยุทธวิธีกันเสร็จ เวลานี้เองเสียงครึกครื้นก็ดังมาจากด้านนอก ทั้งสามคนรีบสบตากัน ต่างนั่งประจำที่ เจียงหลิงวางท่าอิ่มเอม เอ่ยอย่างยโสโอหัง
“รินสุราให้ข้านายน้อยเร็ว”
เหรินเหยามองไปทางเจียงหลิงอย่างฉงนสงสัย สงสัยว่าเขาคงคันผิวอยากจะถูกตี ทว่าพวกแม่เล้ามาถึงหน้าประตูแล้ว นางจึงได้แต่ข่มอารมณ์วู่วามที่จะส่งกำปั้นไปสัมผัสใบหน้าของเขา เพียงปั้นยิ้มรินสุราให้
“เจ้าค่ะ ซื่อจื่อ บ่าวป้อนท่านเอง”
นางเอ่ยพลางรินสุราปริ่มจอก จับกรอกใส่ปากเจียงหลิงทันที เจียงหลิงสำลักอย่างหนัก จึงไอจนหัวสั่นหัวคลอน เหรินเหยาที่ยังคงมีท่าทาง ‘อ่อนหวาน’ เห็นเช่นนี้ก็รีบกล่าว
“ซื่อจื่อ เหตุใดท่านรีบดื่มเช่นนี้เล่า มา บ่าวช่วยลูบหลังให้”
ไม่ทันขาดคำนางก็ฟาดฝ่ามือหนึ่งใส่แผ่นหลังเจียงหลิง เจียงหลิงที่เพียงแค่สำลักสุรากลับมีทีท่าว่าจะกระอักเลือดออกมาปานนั้น อย่าว่าแต่สุรา เกรงว่าคงจะกระอักจนหัวใจ ตับ และปอดออกมาด้วย
หมิงหวาฉังชมดูอยู่ด้านข้าง ใบหน้ากระตุกเล็กน้อย ชั่วขณะนั้นคล้ายรู้สึกเจ็บหลัง
แม่เล้าพาคนเข้ามาก็เห็นเหตุการณ์ที่ซื่อจื่อแห่งจวนเจียงอันโหวกับสาวใช้คนโปรดของเขากำลังพลอดรักกันอยู่พอดี
แม้แต่ดื่มสุราก็ต้องมีคนป้อน เห็นได้ชัดว่าเป็นคุณชายใหญ่ที่ถูกเลี้ยงดูมาอย่างทะนุถนอม ต่อหน้าผู้คนยังเป็นเช่นนี้ ในเวลาส่วนตัวไม่รู้จะทำตัวเหลวไหลเช่นไรบ้าง
แม่เล้าพลันรู้สึกถูกคุกคาม สาวใช้นางนี้ต้องจงใจทำเพื่อแสดงอำนาจข่มพวกนางอยู่เป็นแน่! น่าขัน คิดจะแย่งชิงบุรุษในถิ่นของข้าก็ต้องดูด้วยว่าเจ้ามีฝีมือหรือไม่
รอยยิ้มบนใบหน้าของแม่เล้าไม่เปลี่ยนแปลง เรือนร่างที่อวบอัดเบี่ยงหลบเล็กน้อย เผยให้เห็นคนที่อยู่ด้านหลัง ก่อนร้องเรียกเจียงหลิงด้วยเสียงที่ดังเกินควร
“ซื่อจื่อเจ้าคะ เมื่อครู่ข้าน้อยเสียมารยาท ตอนนี้พาอวี้ฉยงมาขออภัยท่านแล้ว อวี้ฉยง ท่านผู้นี้คือซื่อจื่อของเจียงอันโหว ยังไม่รีบทักทายอีก”
สตรีร่างบอบบางอรชรนางหนึ่งก้าวออกมา ยอบกายให้เจียงหลิงช้าๆ “คารวะซื่อจื่อ”
หมิงหวาฉังกับเหรินเหยาล้วนมองไปยังร่างของผู้ที่มา อายุของอีกฝ่ายราวยี่สิบปี รูปโฉมไม่นับว่าโดดเด่นเป็นเลิศ เครื่องหน้างามเรียบไปสักหน่อยเมื่อเทียบกับแม่นางซานฉาคนเมื่อครู่ ทว่าความงามเรียบเช่นนี้กลับกลายเป็นราศีทั่วร่างนาง ให้ความรู้สึกสง่าดุจบงกชพ้นน้ำ งดงามอ่อนช้อย ไม่แก่งแย่งชิงดี