ทดลองอ่าน กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น บทที่ 5-6 – หน้า 8 – Jamsai
Connect with us

Jamsai

กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น

ทดลองอ่าน กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น บทที่ 5-6

8 of 8หน้าถัดไป

ทุกคนในห้องโถงล้วนถูกเหตุการณ์ไป๋เฉี่ยนยกโอ่งที่เกิดขึ้นกะทันหันนี้ทำให้ตกใจจนแทบกระโดดพรวดขึ้นมาทันที

ส่วนฝานเซิงผู้หยิ่งยโสกลับถูกวาจายั่วยุของเจียงซิ่วรุ่นทำให้โมโหจนสั่นไปทั้งร่าง เขาหยุดเดินและหันกลับมาชี้เจียงซิ่วรุ่นพลางพูดว่า “พวกไร้ความรู้! ม้วนหนังสือของท่านเว่ยจื่อปราชญ์ผู้เร้นกายของราชวงศ์ก่อน เจ้าก็กล้าเอามาพูดทำให้ด่างพร้อยรึ!”

เจียงซิ่วรุ่นย่อมรู้ดีว่านั่นคือหนังสือของเว่ยจื่อ เพราะในชาติที่แล้วฝานเซิงก็เอาหนังสือโบราณมาโอ้อวดไม่หยุด ถึงขนาดเขียนหนังสือเพื่ออธิบายตีความงานเขียนของปราชญ์ผู้เร้นกายท่านนี้อย่างละเอียดอยู่สิบกว่าม้วน

เนื่องจากในชาติก่อนเคยมีช่วงเวลาที่ต่อกรกับฝานเซิงไม่ได้ เจียงซิ่วรุ่นจึงทุ่มเทกำลังไปมากมาย จดจ่ออยู่กับการหาข้อผิดพลาด ถึงขนาดออกค่าใช้จ่ายจำนวนมากเชิญผู้เปี่ยมด้วยความรู้มาเรียบเรียงและเขียนเป็นหนังสือเพื่อโต้แย้ง หลังจากนางท่องจำได้ ก็จะเลือกสถานการณ์ที่มีคนอยู่จำนวนมากเพื่อทำให้เขาเสียหน้า

ขณะนี้น่าจะเป็นตอนที่ฝานเซิงเพิ่งได้หนังสือโบราณนี้มาเป็นครั้งแรก เมื่อพูดถึงความชำนาญคุ้นเคยต่อเนื้อหาในหนังสือโบราณเล่มนี้ จะเทียบนางที่กลับมาเกิดใหม่อีกครั้งได้อย่างไร

ดังนั้นหลังจากได้ยินฝานเซิงเอ่ยประณามอย่างโกรธเกรี้ยว นางจึงเปลี่ยนจากท่านั่งคุกเข่าเป็นนั่งขัดสมาธิโดยชันเข่าข้างหนึ่งขึ้นมา มือหนึ่งถือจอกสุรา และกล่าวด้วยน้ำเสียงไม่อินังขังขอบว่า “ถึงจะไม่เคยเห็นมาก่อน แต่ดูจากตัวอักษรที่เขียนไว้ด้านนอกม้วนหนังสือเล่มนั้นก็รู้แล้ว ก็แค่ข้อคิดเห็นที่เว่ยจื่อกระจ่างแจ้งด้วยตนเองจากการบำเพ็ญตนมิใช่หรือ คนที่ยามบ้านเมืองเผชิญวิกฤตกำลังจะล่มสลายแต่เลือกที่จะละเลยไม่สนใจ เอาแต่ยกตำแหน่งให้ผู้ทรงคุณธรรมอย่างน้องชายที่เกิดจากอนุ คนจำพวกที่หนีเข้าป่าไปตามล่าชื่อเสียงและคำสรรเสริญเยินยอว่าดีงามผู้หนึ่งนี้ มีอันใดคู่ควรให้ผู้คนเคารพยกย่องเล่า”

ตอนนั้นเว่ยจื่อมีฐานะเป็นผู้สืบทอดของแคว้นเว่ยในราชวงศ์ก่อน แต่กลับยกตำแหน่งให้น้องชายต่างมารดา ต่อให้น้องชายจุดไฟเผาป่าเชิญเขาออกมาเพื่อสืบทอดตำแหน่งอ๋องเจ้าแคว้นเขาก็ไม่ยอมออกมา ความมีคุณธรรมเช่นนี้ทำให้ได้รับการยกย่องสรรเสริญจากทุกคนมาโดยตลอด

แต่ขณะนี้บุตรชายคนเล็กของปออ๋องเจียงเหอรุ่นกลับแสดงความเห็นที่แตกต่างไปจากคนหมู่มาก ทำให้ดวงตาของทุกคนเป็นประกายขึ้นมาทันทีอย่างช่วยไม่ได้

แม้แต่รัชทายาทก็มองมาทางคุณชายน้อยเจียงท่านนี้อย่างอดไม่อยู่

นิสัยที่ไม่สนใจเรื่องอื่นนอกจากหนังสือของฝานเซิงถูกตัวประกันจากชายแดนผู้นี้ท้าทายเข้าแล้ว จึงกลับมานั่งยังที่นั่งอีกครั้ง และยื่นมือไปหยิบหนังสือออกมาม้วนหนึ่ง ไม่สนใจว่าในบ้านจะดูล้าหลังหรือสกปรกเพียงใด เขาคลี่ม้วนหนังสือและอ่านออกเสียงดัง รอจนอ่านจบเขาก็จ้องไปที่เจียงซิ่วรุ่น “ความคิดเห็นของท่านผู้ทรงภูมิ ในเมื่อมั่นใจว่ามีสติปัญญาเหนือกว่าเว่ยจื่อ อย่างนั้นท่านก็อธิบายสักหน่อยว่าที่ข้าเพิ่งอ่านไปนั้น ควรจะตีความว่าอย่างไร”

ทันทีที่กล่าววาจานี้ออกมา เจียงจือก็เหงื่อออกเยียบเย็นไปทั้งร่าง

ถ้อยคำที่แคว้นเว่ยในราชวงศ์ก่อนหยิบยกมาใช้ก็คือคำที่ใช้ในท้องถิ่นทางใต้ของจงหยวน ซึ่งแตกต่างโดยสิ้นเชิงกับวิธีการใช้ภาษาของคนในยุคนี้ ส่วนเขาที่อยู่แคว้นปอถึงแม้จะศึกษาคัมภีร์ของปราชญ์ยุคปัจจุบันมาแล้ว แต่กลับไม่ค่อยชำนาญกับงานเขียนของแคว้นเว่ยนัก

ข้อความที่ฝานเซิงเพิ่งจะอ่านท่อนเมื่อครู่นั้น การออกเสียงและการใช้ภาษาล้วนยากที่จะเข้าใจได้ เขาเองก็ฟังรู้เรื่องบ้างไม่รู้บ้าง แล้วน้องสาวที่รู้หนังสือเพียงแค่ไม่กี่ตัวจะเข้าใจได้อย่างไรกัน

ตอนที่เขากำลังจะเอ่ยปากขออภัยฝานเซิงแทนน้องสาวเพื่อช่วยคลายวิกฤต เจียงซิ่วรุ่นกลับกล่าวอย่างสบายๆ ว่า “ท่อนนี้หมายความว่า ‘บิดามารดาคือผู้มีพระคุณที่ให้กำเนิดและเลี้ยงดูตนเอง ดังนั้นควรถือเอาความเหนื่อยยากของบิดามารดาเป็นเสมือนความเหนื่อยยากของตนเอง ใช้ความสามารถอย่างเต็มกำลัง สร้างความสุขให้กับบิดามารดา หากบิดามารดารังเกียจและละทิ้งตนเอง ย่อมไม่ควรโศกเศร้า ควรจะสำนึกตนซ่อนตัวเอาไว้เหมือนหนูหรืองูที่อยู่ในถ้ำ ไม่ต้องปรากฏตัวต่อหน้าผู้คนในยามกลางวัน พยายามอย่าให้เป็นที่ระคายเคืองตาบิดามารดาให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้’ ”

เมื่อพูดถึงตรงนี้นางก็ชะงักไปชั่วขณะ หางตารูปหงส์เชิดขึ้นเล็กน้อย แล้วกล่าวอย่างเหยียดหยามว่า “ทั้งหมดนี้ก็คือวาจาของบุตรชายซึ่งเวทนาสงสารตนเองเนื่องจากสูญเสียความโปรดปรานของบิดาจนถูกทอดทิ้ง มีฐานะเป็นถึงบุตรชายสายตรง บิดาสูญเสียมโนธรรมหันไปโปรดปรานรักใคร่บุตรที่เกิดจากอนุ แต่ไม่เตือนสติบิดาให้รักษาความประพฤติอย่างมีคุณธรรม ตรงกันข้าม กลับเปลี่ยนตนเองกลายเป็นหนูมุดเข้าไปในป่า…สุนัขผายลมทั้งเพ! เหม็นจนไม่อาจทน! เฉี่ยนเอ๋อร์ สาดน้ำ!”

 

ติดตามตอนต่อไปวันที่ 1 พ.ค. 69

8 of 8หน้าถัดไป

Comments

comments

No tags for this post.
Continue Reading

More in กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น

บทความยอดนิยม

everY

ทดลองอ่าน เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 Chapter 2.1-2.2 #นิยายวาย

ทดลองอ่าน เรื่อง เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 ผู้เขียน : MINTRAN แปลโดย : ทันบี ผลงานเรื่อง : 배타적 연애 금지구역 ถือเป็นลิขสิทธิ์...

กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น

ทดลองอ่าน กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น บทที่ 76-77

บทที่ 76 นอกจากรู้สึกว่าจิตใจของเจียงซิ่วรุ่นคับแคบเกินไป เฟิ่งหลีอู๋ยังรู้สึกอีกว่าออกจะเจ็บปวดใจอยู่บ้าง นางเป็นตัวประ...

กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น

ทดลองอ่าน กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น บทที่ 78-79

บทที่ 78 รัชทายาททำเช่นนี้เจียงซิ่วรุ่นเห็นแล้วโมโหจริงๆ แต่เวลานี้นางรู้สึกแต่เพียงว่าชีวิตของตนเองแขวนอยู่บนเส้นด้าย ไ...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 146-147

บทที่ 146 เยี่ยซวี่อวี่เดินอยู่ข้างหน้า เผยเซียวหยวนเดินตามนางห่างกันราวสิบยี่สิบก้าว หยางไจ้เอินนำขันทีน้อยฝ่ายในและนาง...

กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น

ทดลองอ่าน กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น บทที่ 80-81

บทที่ 80 ฉินจ้าวได้ยินแล้วประสานมือคำนับกล่าวว่า “ใครบ้างไม่รู้จักชื่อเสียงอันโด่งดังของอาจารย์มู่เฟิง ขณะนี้ขบวนเดินทาง...

community.jamsai.com