อาจเป็นเพราะก่อนหน้านี้กอดทองยิ้มเสียจนคลุ้มคลั่งเกินไป เฟิ่งหลีอู๋จึงดูออกว่านางเป็นพวกลุ่มหลงทรัพย์สมบัติมาก เพื่อเงินทองแล้วนางสามารถคิดได้ทุกแผนการ จึงบอกนางไปตามตรงว่าสามารถมาที่จวนเขาเพื่อเอาเงินได้
บทสนทนาคราวนี้อาจเรียกได้ว่ามีความสุขยิ่ง ในระหว่างที่เฟิ่งหลีอู๋สอบถามเกี่ยวกับสถานการณ์ของแคว้นปอกับแคว้นที่อยู่โดยรอบแคว้นอื่น เจียงซิ่วรุ่นก็ไม่ปิดบังแม้แต่น้อย นางตอบอย่างละเอียด
นางเดาว่าที่เฟิ่งหลีอู๋ถามเรื่องเหล่านี้น่าจะเป็นเพราะเขาเองก็รู้อยู่แล้ว เวลานี้ที่ถามนางเพิ่มก็แค่จะดูสักหน่อยว่าความประพฤติของนางซื่อสัตย์หรือไม่เท่านั้น
กับแคว้นเหลียงนั้นนางอธิบายอย่างละเอียดมากอยู่รอบหนึ่ง แล้วยังพูดถึงคลองส่งน้ำที่บูรณะใหม่ของแคว้นเหลียงด้วย
ว่าไปแล้วตอนที่แคว้นเหลียงขุดคลองส่งน้ำได้ทุ่มเททรัพยากรและกำลังคนลงไปมากจนทำให้เหลียงอ๋องต้องอยู่อย่างมัธยัสถ์ กินแต่ผักดองตลอดปี ตกเป็นหัวข้อการเยาะเย้ยถากถางของแคว้นอื่นๆ
ทว่าภายหลังยามที่ภัยแล้งครั้งใหญ่กระจายไปทุกแว่นแคว้นต่อเนื่องนานหลายปี แคว้นเหลียงกลับเก็บเกี่ยวข้าวเปลือกได้อุดมสมบูรณ์ ยุ้งฉางเต็มเปี่ยมเพราะคลองส่งน้ำสายนี้
สุดท้ายอาศัยฉกฉวยโอกาสจากสถานการณ์ภัยแล้งขายข้าวให้กับทุกแคว้นในราคาสูง ทำกำไรได้มหาศาล และก็เพราะสาเหตุนี้เองอำนาจของแคว้นเหลียงจึงแข็งแกร่งยิ่งขึ้น มีเงินและกำลังคนในการกลืนกินแคว้นรอบข้างและต่อสู้กับต้าฉีเพื่อตั้งตัวเป็นอิสระได้
ในชาติก่อนแคว้นเหลียงพิชิตแคว้นปอ บีบคั้นจนพี่ชายนางฆ่าตัวตายสังเวยให้บ้านเกิด ความเกลียดชังนี้ยากจะสงบลงได้ เวลานี้เป็นโอกาสอันหาได้ยากที่จะมอบความผิดและเพิ่มปัญหาให้กับ ‘ท่านปู่บุญธรรม’ ของนางแล้ว
คิดถึงตรงนี้นางก็กล่าวอย่างฉะฉานไม่สะทกสะท้านว่า “ระยะนี้ในแคว้นเพื่อนบ้านทุกแคว้นเยาะเย้ยอ๋องแคว้นเหลียงที่ทำการค้าขายประสบการขาดทุน ถูกคนต่างแคว้นหลายคนหลอกลวงให้ขุดคลองส่งน้ำที่ไร้ประโยชน์สายหนึ่ง แผนการใหญ่มหาศาล สิ้นเปลืองเงินอย่างยิ่ง ว่ากันว่าอ๋องเจ้าแคว้นไม่ได้ลิ้มรสอาหารประเภทเนื้อมาหนึ่งปีแล้ว เพียงแต่กระหม่อมไม่เข้าใจมาโดยตลอด การกระทำที่ชาญฉลาดมีสายตายาวไกลถึงเพียงนี้ ไยถึงถูกคนอื่นเยาะเย้ยเอาได้”
เฟิ่งหลีอู๋เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย เป็นการบอกให้นางกล่าวต่อไป
เจียงซิ่วรุ่นจึงกล่าวต่อ “หากผู้ครองแคว้นสร้างบ่อสุราป่าเนื้อ เอาแต่เสพสุขอย่างเดียว นี่ถึงจะเป็นการกระทำของผู้ปกครองโฉดเขลาที่ควรได้รับการด่าทอจากผู้คน แต่ผู้ครองแคว้นเหลียงรู้กระจ่างแจ้งว่าการขุดคลองส่งน้ำไม่ได้มีประโยชน์กับขุนนางชั้นสูง ผู้ที่สามารถได้รับผลดีจากคลองส่งน้ำนี้มีเพียงชาวบ้านที่ทำการเพาะปลูกกับพื้นดินเท่านั้น ซึ่งเขายอมละทิ้งการเสพสุขของตนเอง ขุดคลองส่งน้ำที่มีประโยชน์ต่อชาวประชา สายตาที่ยาวไกลของเขาทำให้ผู้คนนับถือยิ่งนัก น่าแปลกที่ทุกคนมองข้ามเรื่องพวกนั้น กลับเห็นเพียงผลประโยชน์ระยะสั้นตรงหน้า ผู้คนที่หัวเราะเยาะการกระทำของผู้ปกครองที่มีคุณธรรมอันน่ายกย่องเช่นนี้ช่างทำให้กระหม่อมครุ่นคิดเท่าใดก็ไม่อาจเข้าใจได้จริงๆ…”
เมื่อวาจานี้ถูกกล่าวออกมา สีหน้าของเฟิ่งหลีอู๋ก็แปรเปลี่ยนเล็กน้อย เห็นชัดว่าคำพูดนี้ได้เข้าไปถึงใจของเขาแล้ว
อำนาจของแคว้นเหลียงในยามนี้ไม่ถือว่าอ่อนแอ แต่ยังไม่มีอำนาจมากพอจนถึงขั้นต่อต้านต้าฉีตั้งตัวเป็นอิสระได้ อ๋องเจ้าแคว้นเหลียงผู้นั้นมีชื่อเสียงว่าเป็นคนมีสติปัญญาเชื่องช้า อ่อนแอ ว่ากันว่าเรื่องใหญ่เรื่องน้อยล้วนไม่สามารถตัดสินใจด้วยตนเองได้ จะต้องคอยฟังเหล่าขุนนาง บางคราถึงขั้นไปฟังความเห็นของบรรดาสนมชายาตำหนักใน
หากเป็นดังที่เด็กหนุ่มตรงหน้าผู้นี้ใคร่ครวญจริง เหลียงอ๋องไยมิใช่ผู้ที่ซ่อนคมเก็บงำประกายให้คลุมเครือมาโดยตลอดหรอกหรือ
สายตาที่เฟิ่งหลีอู๋มองเจียงซิ่วรุ่นแฝงความลึกซึ้งเป็นพิเศษ เขาสังหรณ์ใจว่าตนเองได้ขุดพบอัญมณีล้ำค่าเม็ดหนึ่งเข้าแล้ว
ทันใดนั้นรัชทายาทที่ไม่เคยรั้งแขกให้อยู่กินอาหารที่จวนมาก่อนก็ละเมิดกฎโดยรั้งคุณชายน้อยเจียงให้อยู่กินอาหารด้วยกัน
ทว่าหลังจากเจียงซิ่วรุ่นกินอาหารคำแรกเข้าไปก็ทุกข์ทรมานยากจะเอ่ย…ใครจะมาช่วยข้าได้บ้าง มารดามันเถอะ อาหารนี้ยากจะกลืนลงท้องนัก!
(ติดตามต่อได้ในรูปแบบฉบับเต็มได้ในเดือนพฤษภาคม 2569)