ทดลองอ่าน ท่านผู้เป็นดั่งดวงใจ บทที่ 16-18 – Jamsai
Connect with us

Jamsai

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน ท่านผู้เป็นดั่งดวงใจ บทที่ 16-18

หน้าที่แล้ว1 of 9

บทที่ 16

เฟิงซุ่นอินแทบจะซบอยู่กับแผงอกเขาทั้งตัว เอวด้านหลังถูกคันธนูยาวของเขากักไว้แน่นทำให้ไม่อาจขยับตัว กระทั่งลมหายใจยังเปลี่ยนเป็นหอบกระชั้น โชคดีที่หมวกม่านแพรยังอยู่ ตรงกลางระหว่างเขายังขวางกั้นด้วยม่านโปร่งชั้นหนึ่ง นางจิกฝ่ามือ ควบคุมลมหายใจ “ตอบสนองเร็วที่ใดกันเจ้าคะ เมื่อครู่นี้หากไม่มีพี่รองมู่ ข้าจะต้องล้มลงพื้นแน่นอน”

มุมปากของมู่ฉางโจวประดับรอยยิ้มบาง ไม่ได้พูดอะไรทั้งนั้น เพียงจ้องเขม็งมองดวงหน้าของนาง

เร็วมากแล้ว ดูจากอาการตอบสนองเมื่อครู่นี้ของนาง คล้ายจะสลักอยู่ในความทรงจำ ตัดสินใจได้ทันทีว่าควรรับมืออย่างไร ก็แค่ขาดทักษะบางอย่างเท่านั้น ประหนึ่งว่าคุ้นชินกับเรื่องประเภทนี้มานาน

แต่นางกลับบอกว่าตนเองไม่เข้าใจเรื่องทางการทหาร

เฟิงซุ่นอินมองใบหน้าของเขา พอจะคาดเดาได้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ รู้ว่าที่เขากักตัวไว้จะต้องกำลังสำรวจสีหน้าของนางแน่นอน จึงเลี่ยงสายตาของเขา ลองขยับตัวอีกครั้ง ทว่ายังคงไม่อาจขยับเขยื้อนได้ ซ้ำยังแนบชิดกับเขามากกว่าเดิม สายตาของนางตกลงบนเส้นสันกรามอันคมชัด หัวคิ้วมุ่นเข้าหากัน เอ่ยเสียงเบา “ท่านปล่อยข้า”

แนบชิดกันเพียงนี้ เพียงม่านโปร่งชั้นเดียวไม่อาจบดบังอะไรเช่นกัน มู่ฉางโจวเห็นโคนหูนางแดงระเรื่อ หัวคิ้วมุ่นเล็กน้อย ใบหน้าแทบจะแนบกับสาบเสื้อตนเอง ลมหายใจเข้าออกตกกระทบอยู่ข้างลำคอเขานี่เอง จากนั้นสายตาก็กวาดวนมองใบหน้านางอีกรอบหนึ่ง เห็นว่านางเพียงหน้าซีดลงเล็กน้อยเท่านั้น ถึงผ่อนแรงมือ เก็บมือข้างที่ถือธนูกลับมาในที่สุด

เฟิงซุ่นอินแทบจะถอยหลบไปทันที พร้อมผ่อนลมหายใจอย่างแผ่วเบาและรวดเร็ว เมื่อเงยหน้าขึ้นก็เห็นเขาเดินกลับไปจูงม้าโดยไม่ได้พูดอะไรอีก กลับกันหัวใจของนางเต้นเร็วขึ้นอีกหลายครั้ง มือหนึ่งแอบเอื้อมไปลูบเอว เรี่ยวแรงที่กักตัวนางเมื่อครู่นี้คล้ายยังไม่สลายหายไปอยู่นาน…

ด้านหน้าสามารถมองเห็นประตูเมืองทิศตะวันตกแล้ว

หูเป้ยเอ๋อร์กับจางจวินเฟิ่งที่ต่างแยกกันเดินบนทางแยกแคบๆ ก็ได้มารวมตัวกันที่จุดนัดพบแล้ว รออยู่ครู่หนึ่งถึงได้เห็นเงาร่างของมู่ฉางโจวขี่ม้าผ่านถนนสายเล็กไร้ผู้คนเส้นกลางสายนั้นออกมา

“เหตุใดวันนี้ท่านผู้บัญชาการเสียเวลาไปไม่น้อยขอรับ” หูเป้ยเอ๋อร์ถามอย่างจงใจพร้อมชะเง้อหน้ามองไปข้างหลังอีกฝ่าย ห่างออกไปไกลมากถึงมองเห็นเฟิงซุ่นอินขี่ม้าตามมา เขาถามขึ้นอีกด้วยแววตาเจ้าเล่ห์ “ฮูหยินเดินทางราบรื่นดีหรือไม่”

เฟิงซุ่นอินที่ตามออกมาได้ยินคำถามแล้วไม่ได้ตอบกลับ

มู่ฉางโจวเอ่ย “พวกเจ้ากลับไปได้แล้ว”

วันนี้มีหลายเรื่อง ทั้งสองคนไม่สะดวกรั้งอยู่นานจริงๆ อย่างน้อยยังต้องไปตรวจสอบในค่ายอีกรอบ ป้องกันไม่ให้เกิดเรื่องขึ้นอีก

จางจวินเฟิ่งมองเฟิงซุ่นอินทีหนึ่ง ไม่รู้เหมือนกันว่าสภาพนางเช่นนี้เจอกับอุปสรรคบนถนนสายนี้เข้าหรือไม่ แต่ได้ยินมู่ฉางโจวพูดแล้วจึงไม่ได้ถามมากความ เพียงรับคำสั่งพร้อมขอตัวลาไป

มีเพียงหูเป้ยเอ๋อร์ที่ก่อนจากไปยังแอบเหลือบมองมู่ฉางโจวอีกแวบหนึ่ง ถึงหันหัวม้าไล่ตามจางจวินเฟิ่งไป หมายจะถกเถียงเรื่องที่วันนี้ผู้บัญชาการไม่ค่อยรักหยกถนอมบุปผาสักเท่าไร จู่ๆ จะต้องพาฮูหยินเดินผ่านทางสายนี้ให้ได้…

หลังจากทุกคนไปกันหมด มู่ฉางโจวถึงได้ขี่ม้าไปข้างหน้าต่อ

เฟิงซุ่นอินตามอยู่ด้านหลังฝั่งซ้ายของเขา มือกุมบังเหียนแน่น ตลอดเส้นทางยิ่งเขาไร้คำพูด นางก็ยิ่งรู้สึกว่าจะต้องอดทนไว้ให้ได้

จนกระทั่งกลับถึงจวนผู้บัญชาการ ชางเฟิงก็ก้าวออกมารับม้าไปจูงอย่างรวดเร็ว

มู่ฉางโจวลงจากหลังม้าแล้ว ก่อนพยักพเยิดศีรษะไปข้างหลังแล้วเอ่ย “วันนี้ฮูหยินได้รับความตกใจมาจากข้างนอก ไปช่วยจูงม้าให้ฮูหยินเสีย”

ชางเฟิงได้ยินแล้วก็เดินเข้าหาเฟิงซุ่นอิน ไปจูงม้าของนางทันที

เฟิงซุ่นอินลงจากหลังม้าพร้อมมองเขาหนหนึ่ง ก่อนเอ่ยเสียงเย็น “วันนี้พี่รองมู่น่าจะอยากรับชมเรื่องตลกของข้าเป็นแน่ ข้าคิดมาตลอดทางถึงได้เข้าใจ” พูดจบนางก็เดินเข้าจวนด้วยตนเอง ราวกับว่าคิดมาตลอดทางถึงเข้าใจจริงๆ

มู่ฉางโจวมองนางที่เดินเข้าประตูจวนไปโดยไม่หันหน้ากลับมาอีก มุมปากก็ยกขึ้นเล็กน้อย ก่อนหันไปสั่งชางเฟิง “ประเดี๋ยวส่งน้ำแกงอุ่นชามหนึ่งไปให้ฮูหยินดื่มระงับความตกใจด้วย”

ชางเฟิงตอบรับ

เฟิงซุ่นอินแค่หาข้ออ้างกลับห้องเท่านั้น ฝีเท้าก้าวเดินเข้าห้องฉับไว จากนั้นปิดประตู ก่อนจะหันตัวแล้วหยิบจดหมายตอบกลับจากเฟิงอู๋จี๋ออกมาจากแขนเสื้อ

นางกางออกอ่านอีกรอบพร้อมกับย่ำเท้าเดินกลับไปกลับมา ก่อนเดินไปนั่งที่โต๊ะแล้วเก็บจดหมายอย่างระมัดระวัง

เดิมทียังใคร่ครวญว่าควรตอบจดหมายอย่างไร ตอนนี้ดูแล้วในเวลาอันสั้นไม่อาจส่งจดหมายไปฉินโจวอีก วันนี้มู่ฉางโจวกำลังหยั่งเชิงนางอย่างเห็นได้ชัด ชัดเจนว่าสงสัยเรื่องที่นางคุ้นเคยกับการทหารขึ้นมาแล้ว ถึงแม้จดหมายจะมีการใช้รหัสลับ แต่เพื่อป้องกันเหตุไม่คาดฝันยังคงต้องละเว้นชั่วคราว รอคอยโอกาสค่อยว่ากันอีกที

ประตูห้องถูกเคาะเสียงดังสองครั้ง กระทบให้กระดิ่งลมบนประตูสั่นไหวตาม จากนั้นก็ถูกผลักเปิดออก เป็นเซิ่งอวี่นี่เอง นางยกชามแก้วชามหนึ่งเข้ามาพร้อมก้มหน้าเอ่ย “ท่านผู้บัญชาการให้ชางเฟิงนำน้ำแกงอุ่นมาส่งให้ฮูหยินดื่มระงับความตกใจเจ้าค่ะ”

เฟิงซุ่นอินเก็บความคิด นั่งนิ่งอยู่ที่โต๊ะ “วางไว้เถิด”

เซิ่งอวี่นำน้ำแกงเข้ามาวางบนโต๊ะ เห็นว่านางแค่มีรอยยับย่นที่ชายกระโปรง แต่ไม่เห็นสภาพได้รับความตกใจอะไร น่าจะไม่ใช่เรื่องใหญ่ ถึงได้ค้อมกายถอยออกไปพร้อมช่วยปิดประตูให้นางด้วย

หน้าที่แล้ว1 of 9

Comments

comments

No tags for this post.
Continue Reading

More in ทดลองอ่าน

บทความยอดนิยม

everY

ทดลองอ่าน เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 Chapter 2.1-2.2 #นิยายวาย

ทดลองอ่าน เรื่อง เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 ผู้เขียน : MINTRAN แปลโดย : ทันบี ผลงานเรื่อง : 배타적 연애 금지구역 ถือเป็นลิขสิทธิ์...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน พฤกษางามในห้วงเมามาย บทที่ 1-2

บทที่ 1 เหมันตฤดูที่แสนหนาวเหน็บ ฉู่หลินหลางซุกตัวอยู่บนรถม้าเป็นเวลาหนึ่งชั่วยาม* เต็มจนแข้งขาเริ่มแข็งตึงอยู่บ้าง ก่อน...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน ท่านผู้เป็นดั่งดวงใจ บทที่ 1-3

บทที่ 1 เงาร่างด้านข้างทอดลงบนกระดาษหน้าต่างบางๆ ของโรงเตี๊ยม เงานั้นเลือนรางจนแทบแยกไม่ออกว่าเป็นผู้ใด เพิ่งรุ่งสาง ภาย...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน หยกคู่เคียงรักพิทักษ์ฉางอัน บทที่ 1-2

บทที่ 1 หิมะตกหนัก เพิ่งพ้นช่วงส่งท้ายปีเก่าเข้าสู่รัชศกเซิ่งลี่ปีที่หนึ่ง หิมะหนาหนักก็โปรยปรายลงมาจากผืนฟ้า ท่ามกลางหม...

everY

ทดลองอ่าน ในข่าวลือนายน่ารักกว่านี้นะ เล่ม 1 บทที่ 1-2 #นิยายวาย

ทดลองอ่านเรื่อง ในข่าวลือนายน่ารักกว่านี้นะ เล่ม 1 ผู้เขียน : เหมาฉิวฉิว แปลโดย : เฉินเมิ่งหาน ผลงานเรื่อง : Ni De Hei L...

community.jamsai.com