ทดลองอ่าน ธาราวสันต์ บุษบันจันทรา บทที่ 5-บทที่ 6 – Jamsai
Connect with us

Jamsai

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน ธาราวสันต์ บุษบันจันทรา บทที่ 5-บทที่ 6

หน้าที่แล้ว1 of 8

บทที่ห้า

 เดือนสามปลายฤดูใบไม้ผลิ นอกเมืองเจี้ยนคังแดดร่มลมเย็น ต้นหญ้าเขียวขจี นกโผบิน

เกาลั่วเสินนั่งอยู่ในรถเทียมวัว ออกจากเมืองมุ่งหน้าไปเกาะไป๋ลู่

เกาชีซึ่งเป็นพ่อบ้านพาคนในบ้านมาด้วยหลายคน ต่างคอยคุ้มกันรถเทียมวัวทั้งซ้ายขวาหน้าหลังอย่างรอบคอบระมัดระวัง

เว้นเสียแต่มีผู้บังคับรถที่ฝีมือยอดเยี่ยมตั้งใจจะบังคับรถเพื่อการแข่งขันโดยเฉพาะ หาไม่ปกติความเร็วในการเคลื่อนตัวของรถเทียมวัวก็จะเชื่องช้า สำหรับคนนั่งอยู่บนรถเปรียบกับรถม้าแล้วจะราบเรียบนุ่มนวลกว่ามาก ได้รับความชื่นชอบจากเหล่าขุนนางที่มีชีวิตอยู่ดีกินดี นี่ก็เป็นเหตุผลที่ว่าเพราะเหตุใดเวลานี้รถเทียมวัวจึงเป็นที่นิยมกันโดยทั่วไป อีกทั้งในเมืองเจี้ยนคังก็พบเห็นคนขี่ม้าน้อยมาก

แต่กระนั้นเกาชีก็ยังคงระมัดระวังอย่างที่สุด สั่งคนบังคับรถให้เคลื่อนรถช้าหน่อย…และช้าอีกหน่อย

นั่นเป็นเพราะเมื่อสองวันก่อนเกาลั่วเสินไม่ทันระวังลื่นตกลงมาจากชิงช้าในบ้าน โชคดีที่มีหญ้าหอมอ่อนนุ่มดุจเบาะรองอยู่ใต้ชิงช้า บริเวณนั้นเป็นพื้นดินอ่อนนุ่มในฤดูใบไม้ผลิ ตอนนั้นแม้ตัวคนจะหมดสติไป แต่ไม่นานก็ฟื้นขึ้นมา ทั้งไม่เป็นไรมาก กระทั่งเนื้อหนังก็ไม่ได้ถูไถได้รับบาดเจ็บ

แต่เพียงแค่นั้นก็ทำให้เกาชีตกใจไม่น้อยแล้ว

ดังนั้นวันนี้เมื่อไม่อาจห้ามเกาลั่วเสินออกจากบ้านได้ ระหว่างทางจึงย่อมต้องรอบคอบระมัดระวังเป็นพิเศษ ด้วยกลัวจะเกิดเหตุไม่คาดคิดอะไรกับนางขึ้นอีก

ตอนนั้นหลังจากลื่นตกแล้วฟื้นขึ้นมา เกาลั่วเสินรู้สึกปวดศีรษะเล็กน้อย คนก็งุนๆ งงๆ คล้ายจู่ๆ ก็มีแป้งเปียกยัดเข้ามาในสมอง เลอะๆ เลือนๆ จำได้ว่าฝันถึงบางอย่าง แต่ไม่ว่านางจะพยายามคิดอย่างไรก็คิดไม่ออก

ความรู้สึกคล้ายหลงทางอยู่ในป่าที่เต็มไปด้วยหมอกหนาทึบเช่นนี้ ช่างน่ารำคาญยิ่งนัก

ตอนนั้นนางเอามือกุมศีรษะ หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก็ปล่อยไปไม่สนใจแล้ว

เพราะเปรียบกับเหตุไม่คาดคิดเล็กๆ นี้แล้ว นางยังมีเรื่องที่กลัดกลุ้มยิ่งกว่า

กระดิ่งสีเหลืองทองที่คล้องอยู่บนคอวัวตอนนั่นส่งเสียงติงตังๆ ดังเสนาะหูไปตลอดทาง ตามการเคลื่อนตัวไปข้างหน้าของรถเทียมวัว คล้ายกำลังเตือนนางให้รู้ว่าด้านนอกประทุนรถมีทิวทัศน์ในฤดูใบไม้ผลิกำลังงดงามแพรวพราวไปด้วยสีสัน เป็นช่วงเวลาแห่งความสนุกสนาน

เกาลั่วเสินกลับไม่มีจิตใจที่จะชื่นชมแม้แต่น้อย

นางหน้านิ่วคิ้วขมวด มือน้อยขาวนุ่มนิ่มนวลเนียนดุจหยกข้างหนึ่งประคองปลายคางเรียวงาม ข้อศอกค้ำยันอยู่บนหน้าต่าง สายตาค่อยๆ เหม่อลอย

เกาลั่วเสินจำได้ว่าปีที่แล้วในช่วงเวลานี้ เพื่อจะเฉลิมฉลองที่ตนอายุครบสิบห้า มารดาที่ยังอยู่ในเรือนรับรองบนเกาะไป๋ลู่ได้จัดงานชุมนุมไหลจอกสุราให้กับนาง

ในวันนั้นเด็กสาวในตระกูลขุนนางทั้งเมืองเจี้ยนคังต่างมาร่วมงานเกือบทั้งหมด

แม้แต่อาเจี่ยที่แต่งงานไปเป็นพระชายาตงหยางหวัง เมื่อหลายปีก่อนก็เร่งรุดกลับจากเขตตงหยางมาโดยเฉพาะ เพื่อมาอวยพรในพิธีรวบผมปักปิ่น ของนาง…งานพิธีสำคัญที่สุดอย่างหนึ่งในชีวิตของเด็กหญิงที่ถูกมองว่าเป็นรองเพียงพิธีแต่งงานเท่านั้น

ลำน้ำใสไหลคดเคี้ยว แช่เท้าในธารน้ำ เสียงพูดคุยหัวเราะสนุกสนานดังไม่ขาดหู

ภาพความสนุกสนานอย่างเต็มที่ในวันนั้นคล้ายปรากฏขึ้นมาตรงหน้าอย่างชัดเจนราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน

เพียงแต่ผ่านไปไม่นานเรื่องต่างๆ ที่อยู่รอบข้างก็ปรากฏขึ้นมาทีละเรื่องๆ ทำให้คนกลัดกลุ้มรำคาญใจขึ้นมา

ตอนแรกก็มีข่าวมาว่าแคว้นซย่าทางตอนเหนือที่ชาวเจี๋ยคุมอำนาจอยู่ได้จ้องมองมาอย่างละโมบ กำลังลับคมอาวุธเลี้ยงม้าให้อ้วนพี มีความมุ่งหมายจะบุกลงใต้ยึดครองเจียงหนาน ตั้งแต่ช่วงครึ่งปีหลังของปีที่แล้ว ท่านอาเกาอวิ่นในฐานะข้าหลวงสวีโจวได้พาเกาอิ้นที่เป็นญาติผู้พี่ของนางขึ้นเหนือไปเขตก่วงหลิง เกณฑ์ทหารเตรียมทำศึก

สงครามระหว่างเหนือใต้พร้อมจะปะทุขึ้นมาได้ทุกเมื่อ

เภทภัยมักไม่มาเพียงครั้งเดียว ในเวลาเช่นนี้เชื้อพระวงศ์อย่างหลินชวนหวังก็ก่อกบฏขึ้นตอนฤดูใบไม้ร่วงปีที่แล้ว กองทัพกบฏโจมตีและยึดครองพื้นที่แถบลุ่มแม่น้ำกั้น ไว้ได้ทั้งหมดในคราเดียว

ทางสกุลสวี่ที่เป็นพระญาตินั้น สวี่มี่พี่ชายของสวี่ฮองเฮาในฮ่องเต้องค์ปัจจุบันรับพระบัญชานำทัพไปปราบกบฏ

หน้าที่แล้ว1 of 8

Comments

comments

No tags for this post.
Continue Reading

More in ทดลองอ่าน

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 170-171

    By

    บทที่ 170 ‘เช่นนั้นหลังจากนี้ทุกวันที่สิบห้าข้าจะปกป้องท่านเอง’ เผยไหวกวงคิดว่าการได้ยินของตนเองคงจะมีปัญหา เขามองเสิ่นหุยที่อยู่ตรงหน้าแล้ว...

  • กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น

    ทดลองอ่าน กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น บทที่ 3-4

    By

    บทที่ 3 ดังนั้นทหารองครักษ์นายนั้นจึงไม่พูดอะไรอีก เพียงก่อเตาเล็กอย่างง่ายๆ ขึ้นมา แล้วใช้ถ่านไม้ไผ่บนรถม้าต้มน้ำร้อนเงียบๆ หลายกาในลานด้าน...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 120-121

    By

    บทที่ 120 ป่ารกร้างนอกเมืองช่วงเย็นย่ำ ตะวันยามสายัณห์สีแดงฉานดุจโลหิต เฉิงผิงถอดรองเท้าหุ้มแข้งออกก่อนนั่งขัดสมาธิตามสบายอยู่บนหินก้อนใหญ่ร...

  • กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น

    ทดลองอ่าน กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น บทที่ 1-2

    By

    บทที่ 1 แคว้นต้าฉีถือเป็นผู้ปกครองแห่งใต้หล้า โดยมีเมืองลั่วอันที่รุ่งโรจน์เป็นเมืองหลวง ที่นั่นเป็นสถานที่รุ่งเรืองมั่งคั่งซึ่งทุกคนต่างหวั...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 91-92

    By

    บทที่ 91 ฉีอวี้เหม่อมองเสิ่นหุย มองดูเสด็จน้าทรุดนั่งลงบนพื้น เขาก้มหน้าลงจ้องมองกางเกงตัวในของตนที่เปียกชุ่มแนบติดขา ดูเหมือนเพิ่งเข้าใจว่า...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 69

    By

    บทที่ 69 ครั้นรถม้าที่จ้าวจงฟางกับจิตรกรน้อยนั่งอยู่จากไป หานเค่อรั่งก็เปลี่ยนสีหน้า เขาหันมาทางผู้ใต้บังคับบัญชาที่ยืนอยู่ด้านข้าง สายตากวา...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 89-90

    By

    บทที่ 89 เสิ่นหุยนึกถึงผู้ช่วยเสนาบดีฝ่ายซ้ายคนก่อนขึ้นมาทันใด นางรีบถามว่า “แล้วใต้เท้าซูเล่า” คนที่มาแจ้งข่าวทำงานนอกวังหลวงอยู่ตลอด ไม่ค่...

บทความยอดนิยม

everY

ทดลองอ่าน เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 Chapter 2.1-2.2 #นิยายวาย

ทดลองอ่าน เรื่อง เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 ผู้เขียน : MINTRAN แปลโดย : ทันบี ผลงานเรื่อง : 배타적 연애 금지구역 ถือเป็นลิขสิทธิ์...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 85-86

บทที่ 85 เผยไหวกวงทำตามความปรารถนาของเสิ่นหุย ล้างมือให้สะอาดในน้ำอุ่นที่นางเตรียมไว้ให้เขา จากนั้นก็ใช้ผ้าเช็ดหน้าที่นา...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 87-88

บทที่ 87 เสิ่นหุยมองดูเผยไหวกวงดื่มสุราหนึ่งถ้วย นางลังเลอยู่ครู่หนึ่ง จึงยกกาสุราขึ้นมารินให้ตนเองเล็กน้อย เผยไหวกวงเหล...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 63-64

บทที่ 63 เผยเซียวหยวนมีสมองที่แจ่มใสและเฉียบแหลม เขาจึงเข้าใจความหมายในคำพูดเหล่านั้นของนางได้โดยไม่สงสัยเลยแม้แต่น้อย ท...

กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น

ทดลองอ่าน กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น บทที่ 1-2

บทที่ 1 แคว้นต้าฉีถือเป็นผู้ปกครองแห่งใต้หล้า โดยมีเมืองลั่วอันที่รุ่งโรจน์เป็นเมืองหลวง ที่นั่นเป็นสถานที่รุ่งเรืองมั่ง...

community.jamsai.com