เมื่อไม่กี่วันก่อนเผยจี้ได้ยื่นหนังสือกราบทูลติดต่อกันสามฉบับเพื่อขออภัยโทษด้วยเรื่องของหลานชาย หากไม่ใช่เพราะถ้าไม่มีพระราชโองการไม่อาจละทิ้งหน้าที่โดยพลการเขาคงมาด้วยตนเองแล้ว ทั้งยังขอร้องหนิงอ๋องให้ช่วยเหลือ โดยยืนยันว่าต้องมีการเข้าใจผิดเกิดขึ้น วิงวอนให้ฮ่องเต้ตรวจสอบอีกครั้ง อย่าเพิ่งตัดสินโทษเร็วนัก และในที่สุดก็ดูเหมือนฮ่องเต้จะเริ่มสั่นคลอนเล็กน้อย แต่พระองค์ยังคงพิโรธ ไม่ยกเลิกการกักบริเวณและคืนตำแหน่งหน้าที่ให้เผยเซียวหยวน ส่วนอนาคตจะเป็นอย่างไรก็ยากจะคาดเดาได้
ตามแผนแล้วเขาน่าจะ ‘ติดสินบนใครสักคนแล้วออกจากฉางอันเงียบๆ มาที่นี่ตามนัดหมาย คิดหาหนทางออกจากด่านและร่วมหารือเรื่องสำคัญกับหลี่เหยียน’
เยี่ยซวี่อวี่รู้ว่าเขาน่าจะอยู่ในละแวกใกล้เคียง แต่ไม่รู้ว่าอยู่ที่ใดกันแน่ พักผ่อนยามค่ำคืนอยู่ใต้ต้นไม้เก่าแก่ที่ปกคลุมไปด้วยน้ำค้างแข็งต้นหนึ่ง หรือกำลังอาศัยแสงจันทร์เร่งเดินทาง เหน็ดเหนื่อยอ่อนล้าอยู่บนทางหลวงที่พื้นผิวถนนเต็มไปด้วยความขรุขระ
เมื่อนึกถึงว่าพรุ่งนี้เผยเซียวหยวนจะต้องออกจากด่านไปเผชิญหน้ากับศัตรู ในใจนางพลันรู้สึกว้าวุ่นกระวนกระวายและคิดถึงอย่างห้ามไม่อยู่
นางอยากพบเขา อยากพบเป็นที่สุด
ไม่ได้พบหน้ากันมานานเกินไปแล้ว ช่วงเวลาไม่ถึงหนึ่งเดือน แต่สำหรับนางแล้วกลับเหมือนผ่านไปปีหนึ่ง
ขณะฟุ้งซ่านกระสับกระส่าย คิดจะออกจากกระโจมไปเดินเล่นเพื่อผ่อนคลายอารมณ์ ทันใดนั้นเยี่ยซวี่อวี่ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าสั้นเร็วอันคุ้นเคยของหยางไจ้เอิน ก่อนจะได้ยินเสียงเขากระซิบผ่านประตูกระโจม
“องค์หญิง ราชบุตรเขยมาแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
หัวใจของเยี่ยซวี่อวี่สั่นสะท้านทันที นางลุกพรวดขึ้นมาจากเสื่อ รีบเปิดประตูกระโจมแล้วยื่นศีรษะออกมา ทำให้หยางไจ้เอินที่ยังไม่ทันตั้งตัวสะดุ้งตกใจ รีบถอยหลังไปก้าวหนึ่งแล้วชี้ทิศทางให้นาง
ด้านหน้ามีต้นไผ่ขึ้นเป็นดงอยู่ผืนหนึ่ง แสงจันทร์สลัวรางลอดผ่านยอดไผ่ ภายใต้ผืนป่าที่สะท้อนแสงจันทร์เยียบเย็นจางๆ ดุจประกายหิมะมีเงาร่างหนึ่งยืนอยู่เงียบๆ
เยี่ยซวี่อวี่ระงับความตื่นเต้นดีใจที่กำลังพลุ่งพล่าน แทบจะซอยเท้าวิ่งไปหาเขา
เผยเซียวหยวนดูประหลาดใจเล็กน้อยกับท่าทีเช่นนี้ของนาง รีบสาวเท้าก้าวเข้ามาหานางอีกหลายก้าว
“ท่านมาได้อย่างไร”
หลังจากพบหน้ากันและตามเขากลับเข้าไปในป่าไผ่ เยี่ยซวี่อวี่อดทนต่อความรู้สึกอยากจะโผเข้าไปในอ้อมอกและกอดเขาเอาไว้ก่อนเอ่ยถามเสียงเบา
“คืนนี้ทางท่านจะรับตัวเหวินจวินกลับ ข้าก็เตรียมออกจากด่านแล้ว ผ่านมาในละแวกใกล้เคียงพอดีจึงถือโอกาสมาดูสักหน่อย” เขาก้มหน้าลงเล็กน้อยมองนางพลางตอบ
ที่แท้เขาไม่ได้ตั้งใจมาหานางก่อนออกจากด่าน ความรู้สึกผิดหวังจางๆ ระผ่านหัวใจ เมื่อหวนนึกถึงวันที่พวกนางแยกจากกันเมื่อหนึ่งเดือนก่อน หลังจากเขาตื่นขึ้นมา แขนข้างนั้นที่เห็นชัดว่ายกขึ้นมาหานางสุดท้ายกลับไม่รู้เพราะเหตุใดจึงลดแขนลง ความรู้สึกผิดหวังนี้ยิ่งเพิ่มพูนขึ้นและเปลี่ยนเป็นความเศร้าใจ
นางก็ไม่รู้ว่าเหตุใดท่าทางการเคลื่อนไหวเล็กน้อยหรืออาจไม่ได้มีความหมายอะไรเลยของเขาวันนั้นถึงได้ติดค้างอยู่ในใจนางไม่ลืมเลือน ตอนนี้ยังผุดขึ้นมาในสมองในเวลาที่ไม่เหมาะสมอีกด้วย
แต่ไม่นานนางก็ปัดความคิดแปลกประหลาดฟุ้งซ่านที่ไม่ควรมีเหล่านี้ออกไป คล้อยตามคำพูดของเขา มองไปรอบๆ ค่ายที่พักซึ่งอยู่นอกป่าไผ่แล้วจึงเอ่ยขึ้น
“ท่านวางใจเถิด ทางข้าเตรียมการไว้เป็นอย่างดี มีกำลังคนมาก จะไม่ให้เกิดข้อผิดพลาด กลับเป็นท่าน หลังออกจากด่านข้างกายไม่อาจมีคนติดตาม ต้องระวังตัวให้มาก!”
เผยเซียวหยวนรู้ว่าคนที่รับผิดชอบดูแลเยี่ยซวี่อวี่ทางด้านนี้คือจางตุนอี้ที่หานเค่อรั่งส่งมา ก่อนหน้านี้ก็เคยปฏิบัติภารกิจมาหลายครั้งแล้ว เป็นคนที่ไว้วางใจได้