กำหนดให้พบหน้ากันที่นอกด่านอิงโฉว สถานที่นี้ก็สอดคล้องกับที่นางและเผยเซียวหยวนคาดหมายไว้ล่วงหน้า
ด่านอิงโฉวอยู่ห่างจากฉางอันไปทางตะวันตกเฉียงเหนือสามร้อยหลี่ มีกองกำลังทหารตั้งมั่นอยู่กองหนึ่ง หลังออกจากด่านแล้วเส้นทางขึ้นเหนือจะผ่านที่ราบรกร้างอันกว้างใหญ่ บริเวณรอบๆ เป็นป่าเขียวขจี หน้าผาสูงชันหุบเหวลึก ไม่ว่าจะหลบซ่อนตัวหรือหลบหนีก็เรียกได้ว่าเป็นสถานที่ที่ยอดเยี่ยม
ตามแผนการที่วางไว้ คืนก่อนที่ขบวนจะถึงด่านอิงโฉวหลูเหวินจวินจะถูกรับตัวออกจากจุดพักม้า จากนั้นให้นางกำนัลอีกคนที่มีรูปร่างหน้าตาคล้ายคลึงกับหลูเหวินจวินอีกทั้งแต่ก่อนเคยผ่านการฝึกฝนให้เป็นผู้สอดแนมและปฏิบัติภารกิจพิเศษจากหยวนจื๋อมาแทนที่ วันถัดจากนั้นนางกำนัลจะซุกซ่อนอาวุธไว้กับตัวและทำเช่นที่ผ่านมา อาศัยผ้าคลุมหน้าปิดบังตัวตนแล้วขึ้นรถม้าไป ติดตามอาสื่อน่าออกจากด่าน
ขั้นตอนทั้งหมดในการเปลี่ยนตัวคน หยวนจื๋อซักซ้อมล่วงหน้ามาหลายครั้ง วางแผนไว้อย่างรอบคอบรัดกุม จะไม่ทำให้อาสื่อน่าหรือผู้ใดก็ตามเกิดความสงสัย
จุดประสงค์ที่เยี่ยซวี่อวี่ติดตามอยู่ข้างหลังก็เพื่อจะรับตัวหลูเหวินจวินและส่งตัวนางกลับไปถึงข้างกายองค์หญิงใหญ่ในทันที
หลังออกเดินทางช่วงสองสามวันแรกทุกอย่างปกติ ไม่มีเหตุไม่คาดคิดอะไรเกิดขึ้น
เยี่ยซวี่อวี่ไม่รู้ว่าเหตุผลที่เฉิงผิงใช้เอ่ยขอแต่งงานเป็นเพราะข่าวข่านผู้เฒ่าป่วยหนักจริงหรือเป็นเพียงข้ออ้างที่เขาคิดขึ้นมา แต่หลังจากออกเดินทางสิ่งที่นางกังวลมากที่สุดก็ไม่ได้เกิดขึ้น นั่นคือเรื่องที่เขาอาจจะใช้อำนาจบีบบังคับขอพบหน้าหรือขอใกล้ชิดกับหลูเหวินจวิน
จากรายงานที่นางได้รับทราบ ทุกวันอาสื่อน่าเอาแต่เร่งรีบเดินทาง ดูแล้วเหมือนมีเรื่องในใจ ยามค่ำคืนหยุดพักค้างแรมตามจุดพักม้า เขาก็ปฏิบัติตามธรรมเนียมของชาวจงหยวน แยกห้องพักจากกันเป็นฝั่งตะวันออกและตะวันตก ไม่ได้ทำเรื่องละเมิดประเพณีทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้เขาก็เคยมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดทางกายกับหลูเหวินจวินแล้ว
เฉิงผิงดูเหมือนไม่มีความปรารถนาที่จะเข้ามาใกล้ชิดกับหลูเหวินจวิน เรื่องนี้ทำให้เยี่ยซวี่อวี่วางใจลงไม่น้อย เช่นนี้ไม่เพียงทำให้หลูเหวินจวินปลอดภัยขึ้น ไม่ตื่นเต้นมากไปจนเผยพิรุธให้เขามองออก หลังจากเปลี่ยนตัวคนแล้วคิดจะปิดฟ้าข้ามทะเลก็จะง่ายดายขึ้น ขอเพียงถึงด่านอิงโฉวและรับคนกลับมา ที่เหลือก็มอบให้เผยเซียวหยวนแล้ว
หลังออกจากฉางอันมาได้สี่ห้าวัน พลบค่ำของวันนี้กลุ่มของเยี่ยซวี่อวี่ก็มาถึงจุดหมาย
อีกสิบกว่าหลี่ข้างหน้าก็คือด่านอิงโฉว ถัดออกไปเป็นที่ราบรกร้างและป่าทึบ คืนนี้ขบวนส่งเจ้าสาวที่อยู่ข้างหน้าพักค้างแรมที่จุดพักม้าอิงโฉว ส่วนเยี่ยซวี่อวี่พักในค่ายพักชั่วคราวที่อยู่ห่างออกมาทางด้านหลังไม่กี่หลี่ รอรับหลูเหวินจวินตอนเที่ยงคืนแล้วพาคนเดินทางกลับฉางอันในคืนนี้เลย
ฟ้ามืดลง เยี่ยซวี่อวี่นั่งอยู่เพียงลำพังในกระโจมเล็กที่ตั้งขึ้นมาชั่วคราวหลังหนึ่ง
เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้แสงไฟในยามค่ำคืนชักนำความยุ่งยากที่ไม่จำเป็นมาให้ ในค่ายพักจึงมืดมิด เหล่าทหารองครักษ์มือถือดาบ อาศัยแสงจันทร์เดินตรวจตราอยู่รอบกระโจมเล็กของนางไม่หยุด
เมื่อไม่อาจจุดไฟก็ย่อมไม่ได้ผิงไฟสร้างความอบอุ่น ค่ำคืนต้นฤดูหนาวในป่าเขามีลมหนาวพัดโชย ความรู้สึกไม่ต่างอะไรกับช่วงที่อากาศหนาวจัด หม้อร้อน* ที่นางนำมาจากจุดพักม้าก่อนหน้านี้เพื่อให้ความอบอุ่นแก่หน้าอกและมือก็เย็นไปนานแล้ว หยางไจ้เอินกลัวมือขององค์หญิงจะแข็งจึงหยิบเสื้อคลุมขนจิ้งจอกตัวใหญ่ออกมาคลุมลงบนไหล่บางพลางกล่าวเสียงต่ำให้นางคลุมเสื้อแล้วไปนอนสักตื่น
“หลายวันนี้เอาแต่เร่งเดินทาง นอนกลางดินกินกลางทราย องค์หญิงวางพระทัยหลับพระเนตรลงสักครู่เถิด รอรับองค์หญิงฝูหนิงกลับมาแล้วกระหม่อมจะปลุกองค์หญิงเอง”
เยี่ยซวี่อวี่รู้สึกอ่อนเพลียจริงๆ
ก็ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเหตุใด อาจเพราะเข้าสู่ฤดูหนาว ช่วงนี้นางจึงรู้สึกง่วงนอนบ่อย แต่คืนนี้ในช่วงเวลาเช่นนี้นางจะนอนหลับได้อย่างไร ถึงหลูเหวินจวินทางนั้นทุกอย่างจะเรียบร้อยดี สามารถวางใจได้ แต่เมื่อนึกถึงว่าหลังจากคืนนี้คนผู้นั้นจะต้องออกจากด่าน อีกทั้งเป็นไปได้อย่างมากว่าจะต้องบุกเดี่ยวไปรับมือกับหลี่เหยียนและคนของเขาซึ่งแน่นอนว่าจะต้องเตรียมตัวมาอย่างรอบคอบในทุกด้าน นางก็อดกังวลใจไม่ได้
นางเชื่อมั่นในกำลังความสามารถของเผยเซียวหยวน แต่ความเชื่อมั่นในตัวเขากับความห่วงใยเป็นความรู้สึกสองอย่างที่ไม่เกี่ยวข้องกันโดยสิ้นเชิงทั้งไม่ได้ขัดแย้งกัน
ตั้งแต่วันนั้นที่เขากลับมายังคฤหาสน์หย่งหนิงทั้งสองได้หารือและกำหนดแผนการนี้ขึ้นมา หลังจากนางเข้าวังจนถึงคืนนี้ก็เป็นเวลาเกือบหนึ่งเดือนแล้ว เพื่อให้ข่าวลือที่ว่า ‘องค์หญิงกับราชบุตรเขยเกิดความร้าวฉาน ตำแหน่งราชบุตรเขยอาจรักษาไว้ไม่อยู่’ เป็นจริง นางจึงอดทนไม่พบหน้าเขามาโดยตลอด เผยเซียวหยวนเองก็ไม่ได้เป็นฝ่ายเอ่ยปากจะขอพบนางเป็นการส่วนตัว การติดต่อเพียงอย่างเดียวระหว่างคนทั้งสองคือการส่งข่าวไปมาถึงกัน