แม้จะวิตกกังวลอย่างที่สุด อีกทั้งมากน้อยก็มีความฝืนใจที่ต้องรับปากเรื่องนี้ แต่องค์หญิงใหญ่ก็ไม่ใช่คนที่เอาแต่หยิ่งยโสถือดีไม่มีความรู้แม้แต่น้อย
เรื่องในครั้งนี้ไม่เพียงมีความสำคัญอย่างยิ่ง บุตรสาวของตนยังเป็นฝ่ายกระทำผิดก่อน ทำให้ตกอยู่ในสถานการณ์ขึ้นหลังเสือแล้วลงไม่ได้ นางจะไม่เข้าใจได้อย่างไร อันที่จริงตอนองค์หญิงโซ่วชางมาหานางและเอ่ยถึงเรื่องนี้ก็ไม่เหลือช่องทางให้ปฏิเสธได้แล้ว
องค์หญิงใหญ่ยื่นมือออกไปอีกครั้ง ประคองคนขึ้นมาจากพื้นแล้วสงบใจเอ่ยว่า “ข้าเชื่อเจ้า เมื่อก่อนเหวินจวินไม่รู้ประสา ถูกชาวหูที่มีเจตนาไม่ดีหลอกลวงทำให้สับสนและสูญเสียสติสัมปชัญญะจนกระทำผิดอย่างร้ายแรง นี่เป็นสิ่งที่นางควรทำ ยิ่งไปกว่านั้นหากครั้งนี้สามารถทำให้นางเห็นโฉมหน้าที่แท้จริงของชาวหูผู้ชั่วร้ายและกลับมาสงบใจใช้ชีวิตอยู่ต่อไป ข้ามีแต่จะขอบคุณเจ้า พวกเจ้าก็ต้องระวังตัวด้วย รีบกลับมาโดยเร็ว!”
ในแผนการของเยี่ยซวี่อวี่ จู่ๆ หลูเหวินจวินก็ถูกเพิ่มเข้ามา นี่เป็นเหตุที่ไม่คาดคิดมาก่อน
การรับปากส่งบุตรสาวสุดที่รักไปเข้าปากเสือเป็นเหยื่อล่อ..นี่เป็นเรื่องที่น่าห่วงกังวลมากเพียงใดของคนเป็นแม่
เช่นเดียวกัน กล่าวสำหรับเยี่ยซวี่อวี่เอง การตัดสินใจให้หลูเหวินจวินไปเสี่ยงอันตรายก็เป็นเรื่องที่ยากลำบากไม่น้อย
หลังจากทางอาสื่อน่ายื่นหนังสือกราบทูลขอพระราชทานสมรสต่อฮ่องเต้ นางไม่ได้นอนทั้งคืน ชั่งน้ำหนักข้อดีข้อเสียครั้งแล้วครั้งเล่าก่อนจะตัดสินใจอย่างเห็นแก่ตัว ซึ่งการตัดสินใจนี้กล่าวสำหรับหลูเหวินจวินแล้วไม่เพียงเลือดเย็น ยังอันตรายเป็นอย่างยิ่ง
ขณะอ่อนเปลี้ยเพลียแรงเพราะการไตร่ตรองตัดสินใจ เยี่ยซวี่อวี่ยืนอยู่คนเดียวในห้องโถงที่กว้างโล่งและเงียบงัน รอคอยแสงอรุโณทัยสาดส่องเข้ามาที่หน้าต่างแกะสลักงดงาม นางก็ตระหนักได้อย่างชัดเจนเป็นครั้งแรกว่าเมื่อไรที่เข้ามาพัวพันกับการเมืองในราชสำนัก กลายเป็นผู้วางแผนหรือเป็นผู้ดำเนินการ นางก็จะไม่สามารถครุ่นคิดใคร่ครวญเช่นแต่ก่อนได้อีก ยิ่งไม่สามารถกระทำการใดๆ ตามความชอบหรือไม่ชอบของตนเท่านั้น
นางเคยเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าการอ้างว่าไม่เป็นตัวของตัวเองเพราะถูกสถานการณ์บีบบังคับให้ต้องทำบางสิ่งบางอย่างเป็นเพียงข้อแก้ตัวของคนที่ทำผิดพลาด
แต่เช้าตรู่ของวันที่อากาศหนาวเหน็บในฤดูหนาว แม้แต่เตาถ่านยังไม่สามารถขับไล่ความหนาวเย็นไปได้หมด ขณะที่นางกำลังรอให้ฟ้าสว่างอยู่นั้นเมื่อลองใช้ความรู้สึกในเวลานี้มาใคร่ครวญอีกครั้งถึงเรื่องที่ตอนนั้นฮ่องเต้ไม่ได้แก้แค้นให้มารดาในทันทีซึ่งยังคงติดค้างอยู่ในใจของนาง นางก็พลันเกิดความรู้สึกที่เปลี่ยนไปจากเดิม
กล่าวสำหรับติ้งอ๋อง…บิดาของนาง เขาไม่คู่ควรกับการให้อภัยตลอดกาล
แต่กล่าวสำหรับฮ่องเต้ นี่อาจเป็นการตัดสินใจที่สมเหตุสมผลที่สุดที่เขาสามารถทำได้ในตอนนั้น
เยี่ยซวี่อวี่พยักหน้า “เช่นนั้นข้าไปแล้ว เสด็จอาหญิงรอฟังข่าวเถิด”
วันนั้นหลังจากฟ้ามืดเยี่ยซวี่อวี่ออกจากเมืองเงียบๆ พร้อมคนกลุ่มหนึ่ง ติดตามขบวนส่งเจ้าสาวที่ออกเดินทางไปทางทิศตะวันตกเมื่อตอนกลางวันกลุ่มนั้น
องค์หญิงฝูหนิงสร้างสัมพันธไมตรีด้วยการแต่งงานกับอาสื่อน่า หลังจากออกเดินทางตามธรรมเนียมทั้งสองไม่ได้รับอนุญาตให้พบกันระหว่างทาง ข้างกายนางมีขันทีที่แข็งแกร่งเชื่อถือไว้ใจได้คอยคุ้มกัน อีกทั้งขุนนางกรมพิธีการก็ร่วมเดินทางไปด้วย เข้าพักด้วยกัน และอยู่เคียงข้างนางทั้งกลางวันกลางคืน ท่ามกลางผู้คนมากมายที่ห้อมล้อม ถึงอาสื่อน่าจะมีใจแต่ก็ไม่อาจบุกเข้าไปในที่พักยามค่ำคืนของหลูเหวินจวินอย่างโจ่งแจ้งได้
เพื่อให้อาสื่อน่ากลับถึงดินแดนทางเหนือได้โดยเร็ว ขบวนส่งเจ้าสาวจึงเลือกใช้เส้นทางขึ้นเหนือที่เป็นภูเขาสูง แม้ระยะทางสั้นแต่ค่อนข้างเปล่าเปลี่ยวและอันตรายกว่า เส้นทางนี้เยี่ยซวี่อวี่เคยใช้ตอนเพิ่งกลับมาเมืองฉางอัน
เวลานี้หลี่เหยียนยังคงระมัดระวังตัว แม้เฉิงผิงจะหาทางแต่งงานกับหลูเหวินจวินได้แล้ว ในมือมีตัวประกันที่สำคัญยิ่ง แต่เขาก็ยังไม่ได้บอกสถานที่ที่จะพบหน้ากันอย่างชัดเจนออกมา เพียงบอกผ่านหลี่เหมิ่งว่าจะพบกันที่นอกด่านอิงโฉว ส่วนสถานที่ที่แน่นอนนั้นถึงเวลาค่อยกำหนด
ขณะเดียวกันหลี่เหมิ่งก็ช่วยถ่ายทอดคำพูดให้กับผู้เป็นนาย หวังว่าคุณชายเผยเอ้อร์จะเข้าใจและเห็นใจ ไม่ใช่ว่าเขาไม่เชื่อในความจริงใจของคุณชายเผยเอ้อร์ แต่เป็นเพราะต้องการปกป้องตนเองจึงจำต้องทำเช่นนี้