ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 120-121 – หน้า 7 – Jamsai
Connect with us

Jamsai

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 120-121

เขายืนนิ่งอยู่กลางฝูงชนแน่นขนัดที่มาเข้าร่วมพิธีอยู่นอกประตูวังหลวง มองจ้องไปข้างหน้าตาไม่กะพริบ เกี้ยวเจ้าสาวค่อยๆ หยุดลงที่ด้านหลังประตูวัง ขณะขุนนางกรมพิธีการประกาศการมาถึงของเจ้าสาว เขาก็สาวเท้าเข้าไปแล้วยื่นมือเลิกม่านเกี้ยวขึ้นเบาๆ

นับตั้งแต่เหตุการณ์ที่หอชิงเยวี่ยในวันนั้นจนถึงตอนนี้ ทั้งสองเพิ่งได้พบหน้ากันอีกครั้ง

หลูเหวินจวินสวมชุดงามหรูแวววาวไปด้วยเครื่องประดับ คิ้วดำปากแดง มีผ้าคลุมหน้าปักลวดลายติดแผ่นทองครึ่งผืนคลุมปิดดวงหน้างดงามบอบบางดุจหยกดั่งหิมะไว้บางๆ

เดิมก็เป็นคนงามหยาดเยิ้ม ยิ่งแต่งเนื้อแต่งตัวอย่างประณีตงดงามเช่นนี้ก็เรียกได้ว่างามเลิศล้ำเป็นหนึ่งไม่มีสอง ดึงดูดใจกระชากวิญญาณผู้คน

หลูเหวินจวินเงยหน้าขึ้น สองตาพลันสบประสานกับบุรุษหนุ่มต่างเผ่าตรงหน้าที่ช่วยยกม่านขึ้นให้นางผู้นี้ ทว่าหลังจากมองสบตากันเป็นเวลาสั้นๆ ปลายขนตาของนางก็สั่นไหวเบาๆ คล้ายตกใจและขวยอาย นางหลุบตาลงแล้วก้มหน้า ดวงหน้างามถูกผ้าปิดคลุมไปครึ่งหนึ่งไม่อาจมองเห็นแล้ว

ส่วนลึกของดวงตาเฉิงผิงคล้ายมีแสงริบหรี่ชัดเจนระริกไหวขึ้นมาหลายจุดเพราะความงามที่ปรากฏเพียงครู่เดียวนี้ แต่ไม่นานแสงริบหรี่นั้นก็จางหายไปราวกับตะเกียงที่น้ำมันแห้งขอด มุมปากของเขายกยิ้มอย่างที่ควรเป็น หลุบคิ้วถอนสายตา จากนั้นก็ทำตามคำชี้นำของขุนนางกรมพิธีการที่อยู่ข้างกาย รับคนออกจากเกี้ยวโดยจับผ่านแขนเสื้อแล้วส่งขึ้นรถเจ็ดหอม* จากนั้นเขาก็พลิกตัวขึ้นหลังม้า

ภายใต้การติดตามจากคนของเฉิงผิงและผู้ติดตามเจ้าสาวจำนวนมากที่ราชสำนักพระราชทานให้ ขบวนเคลื่อนจากทิศตะวันออกไปทิศตะวันตกจนสุดถนนใหญ่ประตูเฉิงเทียนอันคึกคัก ในที่สุดก็ออกจากประตูไคหย่วนที่อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของฉางอัน พาหลูเหวินจวินออกจากเมือง

องค์หญิงใหญ่ยืนอยู่หลังธรณีประตูวังเพียงลำพัง มือข้างหนึ่งถือผ้าเช็ดหน้า มืออีกข้างเกาะประตู สองตาเต็มไปด้วยความห่วงพะวง มองตามเงาด้านหลังรถเจ้าสาวที่เคลื่อนห่างออกไป กระทั่งอะไรก็มองไม่เห็นแล้วแต่ยังคงยืนอยู่เป็นนานไม่ยอมจากไป

เมื่อเดือนก่อนหลังจากบุตรสาวกลับมาจากหอชิงเยวี่ย ชีวิตขององค์หญิงใหญ่ก็ตกอยู่ในความโกลาหลวุ่นวายอย่างสิ้นเชิง ไม่ว่าจะขู่เข็ญ บีบบังคับ หรือเกลี้ยกล่อมโน้มน้าวอย่างไร หลูเหวินจวินก็ยืนกรานว่านางได้ใช้โอกาสที่ไปอุทยานส่วนพระองค์ลอบพบกับเฉิงผิงด้วยความสมัครใจ อีกทั้งหลังจากบุรุษผู้นั้นพาตัวนางไปแล้วทั้งสองก็อยู่ในหอชิงเยวี่ยโดยตลอด ไม่ได้แยกจากกันแม้ชั่วขณะ

ถึงองค์หญิงใหญ่จะมีอำนาจมากมาย แต่ก็ไม่สามารถปิดปากคนที่ลอบวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับเรื่องนี้ได้ทั้งหมด คราแรกด้วยความโกรธอย่างที่สุดนางถึงกับเคยคิดจะสังหารชาวหูผู้นั้นเสียเพื่อตัดขาดความลุ่มหลงของบุตรสาว เมื่อเปรียบกับความเจ็บปวดที่จะต้องถูกทรยศและถูกเมินเฉยในวันข้างหน้าที่สามารถคาดการณ์ได้ล่วงหน้าแล้ว ความเสียหายต่อชื่อเสียงในวันนี้จะนับเป็นอะไรได้ รอให้คลื่นลมลูกนี้สงบลง ด้วยฐานะของบุตรสาวนางไม่ต้องกังวลว่าจะหาสามีที่ดีไม่ได้ แต่เพราะถูกสามีนางยับยั้งไว้ หลังจากสงบสติอารมณ์ลงแล้วนึกถึงฐานะที่ชาวหูผู้นั้นเป็นตัวแทนของต่างแคว้น นางจึงได้แต่จำใจเป็นที่สุด อดกลั้นฝืนทน กัดฟันจนแทบแตก จากนั้นก็ตัดสินใจแน่วแน่ว่าถึงชาวหูผู้นั้นจะฉวยโอกาสนี้ไปขอให้ฮ่องเต้พระราชทานสมรส นางก็จะไม่ยอมรับปากโดยง่าย แม้จะเป็นการขัดพระราชโองการก็ตามที แต่ใครจะรู้ว่าคนคำนวณไม่สู้ฟ้าลิขิต ถึงกับเกิดเหตุไม่คาดฝันเช่นนี้ขึ้น

เยี่ยซวี่อวี่เดินมาถึงเบื้องหลังนาง

“เสด็จอาหญิงวางใจเถิด ข้าจะปกป้องเหวินจวินให้ดี พานางกลับมาคืนให้ท่านอย่างไม่มีอะไรบอบช้ำแน่นอน”

นางมองเงาด้านหลังขององค์หญิงใหญ่พลางกล่าวเสียงเบาแล้วทรุดตัวลงแสดงคำนับ

องค์หญิงใหญ่รีบหันหน้ามา ครั้นเห็นเยี่ยซวี่อวี่คุกเข่าลงคำนับตนจึงรีบหมุนตัวมากุมแขนนางยับยั้งไว้

“ข้าต้องแสดงคำนับ” เยี่ยซวี่อวี่กล่าวพลางจับมือองค์หญิงใหญ่ออก ยืนกรานจะคำนับขอบคุณอีกฝ่าย “การคำนับครั้งนี้ไม่เพียงแสดงถึงความเคารพและความขอบคุณที่ข้ามีต่อเสด็จอาหญิงกับเหวินจวิน แต่ยังเป็นการขอบคุณแทนชาวเมืองฉางอันและอาณาประชาราษฎร์ในใต้หล้าอีกด้วย หากไม่ใช่เพราะเหวินจวินไม่หวาดกลัวต่อสิ่งใด องอาจห้าวหาญเอาตัวเข้าเสี่ยงอันตราย และหากไม่ใช่เพราะเสด็จอาหญิงเข้าใจหลักทำนองคลองธรรมอย่างลึกซึ้ง ยอมรับปากและไม่ตำหนิข้าที่พาเหวินจวินไปเสี่ยงอันตราย จะมีโอกาสกวาดล้างผู้ก่อความวุ่นวายให้บ้านเมืองและกำจัดภัยพิบัติที่แอบแฝงของราชสำนักได้อย่างไร การคำนับครั้งนี้ไม่มีค่าพอที่จะกล่าวถึง เป็นสิ่งที่ข้าสมควรทำ นอกจากสิ่งนี้แล้วข้าก็ไม่มีวิธีอื่นใดที่จะแสดงถึงความซาบซึ้งใจที่ข้ามีต่อเสด็จอาหญิงได้ เสด็จอาหญิงโปรดรับไว้ด้วยเถิด”

องค์หญิงใหญ่มองหลานสาวคุกเข่าลงคำนับตนอย่างเป็นทางการ ขอบตาก็อดร้อนผ่าวขึ้นมาอีกครั้งไม่ได้

Comments

comments

No tags for this post.
Continue Reading

More in ทดลองอ่าน

บทความยอดนิยม

everY

ทดลองอ่าน เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 Chapter 2.1-2.2 #นิยายวาย

ทดลองอ่าน เรื่อง เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 ผู้เขียน : MINTRAN แปลโดย : ทันบี ผลงานเรื่อง : 배타적 연애 금지구역 ถือเป็นลิขสิทธิ์...

กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น

ทดลองอ่าน กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น บทที่ 76-77

บทที่ 76 นอกจากรู้สึกว่าจิตใจของเจียงซิ่วรุ่นคับแคบเกินไป เฟิ่งหลีอู๋ยังรู้สึกอีกว่าออกจะเจ็บปวดใจอยู่บ้าง นางเป็นตัวประ...

กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น

ทดลองอ่าน กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น บทที่ 78-79

บทที่ 78 รัชทายาททำเช่นนี้เจียงซิ่วรุ่นเห็นแล้วโมโหจริงๆ แต่เวลานี้นางรู้สึกแต่เพียงว่าชีวิตของตนเองแขวนอยู่บนเส้นด้าย ไ...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 146-147

บทที่ 146 เยี่ยซวี่อวี่เดินอยู่ข้างหน้า เผยเซียวหยวนเดินตามนางห่างกันราวสิบยี่สิบก้าว หยางไจ้เอินนำขันทีน้อยฝ่ายในและนาง...

กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น

ทดลองอ่าน กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น บทที่ 80-81

บทที่ 80 ฉินจ้าวได้ยินแล้วประสานมือคำนับกล่าวว่า “ใครบ้างไม่รู้จักชื่อเสียงอันโด่งดังของอาจารย์มู่เฟิง ขณะนี้ขบวนเดินทาง...

community.jamsai.com