ทดลองอ่าน
ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 120-121
กล่าวสำหรับพวกเขา การฆ่าคนอย่างไม่เลือกหน้าหลังการปล้นหรือเกิดอารมณ์ขึ้นมาก็กระทำชำเราคนก่อนจะฆ่าทิ้งถือเป็นเรื่องปกติธรรมดา นับตั้งแต่พวกเขาเกิดมาและโตพอที่จะฟังความรู้เรื่องก็ถูกสอนว่าเมื่อชนะการต่อสู้สามารถสังหารบุรุษของเผ่าอื่นได้ ชิงวัวและแพะของผู้อื่น ให้สตรีของผู้อื่นให้กำเนิดบุตรแก่ตน หากต่อสู้แล้วพ่ายแพ้ก็เปลี่ยนเป็นผู้อื่นสังหารบุรุษของพวกตน ชิงวัวและแพะของพวกตน มารดา บุตรสาว และพี่สาวน้องสาวของพวกตนก็ต้องให้กำเนิดบุตรให้ผู้อื่น
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าเมื่อเทียบกับการสังหารคนทั้งเมืองในช่วงสงครามหลังจากยึดเมืองได้ เรื่องเมื่อคืนก็เรียกได้ว่าน้อยนิดไม่มีค่าพอที่จะกล่าวถึง ที่ปล้นยังเป็นคนที่เกี่ยวข้องกับคดีของสกุลเหวย หลังการปล้นก็จัดการได้อย่างหมดจด ไม่มีปัญหาตามมาแน่นอน
ทว่าครั้งนี้ไม่รู้เพราะเหตุผลกลใดถึงกับไปแตะถูกเกล็ดมังกรเข้า หลังจากนายน้อยรู้ก็เดือดดาลเป็นฟืนเป็นไฟ นี่เป็นเรื่องที่ซือตัวคาดคิดไม่ถึงจริงๆ
หรือนี่จะเป็นผลจากการที่นายน้อยใกล้ชิดกับใครบางคนในราชสำนักที่เคร่งครัดเรื่องมารยาทและกฎหมายมากเกินไป ซึ่งในสายตาเขาคนเหล่านี้ดูคร่ำครึไปสักหน่อยด้วยซ้ำ ซือตัวอดลอบประเมินอยู่ในใจไม่ได้
เฉิงผิงเหมือนไม่ได้ยิน เพียงหันไปมองถนนที่ทอดยาวสู่เมืองฉางอันภายใต้แสงตะวันยามสายัณห์ หัวคิ้วขยับเข้าหากันเล็กน้อย
“เหตุใดคนยังไม่มา เจ้าส่งข่าวไปถึงหรือไม่”
ซือตัวรีบลุกขึ้นจ้องมองหา “ส่งถึงแล้วขอรับ ยังกำชับเขาว่าจะต้องมาให้ได้”
ฉางอันยังไม่ยกเลิกการห้ามออกนอกบ้านยามราตรีที่ดำเนินการอย่างเคร่งครัด เนื่องจากเหตุเปลี่ยนแปลงอันสะเทือนเลื่อนลั่นที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องครั้งแล้วครั้งเล่าในช่วงก่อนหน้านี้ ระยะนี้เริ่มมีข่าวลือที่น่าตกใจอีกข่าวหนึ่งแพร่กระจายไปทั่วที่ทำการขุนนางในวังหลวง
วันนั้นในอุทยานส่วนพระองค์ ความจริงแล้วราชบุตรเขยรอโอกาสสังหารคังอ๋อง จุดประสงค์เพื่อโยนความผิดให้องค์รัชทายาท บีบให้องค์รัชทายาทและพวกพ้องเข้าสู่ทางตัน พวกองค์รัชทายาทจึงต้องเร่งรีบลงมืออย่างฉุกละหุกและตกหลุมพราง ทำให้ราชบุตรเขยสามารถโค่นล้มสกุลหลิ่วได้ล้างแค้นให้บิดา แม้เขาจะปกปิดและตบตาทุกคนได้สำเร็จ บรรลุเป้าหมาย แต่ใต้หล้านี้ไม่มีกำแพงใดที่ลมไม่อาจผ่านได้ การกระทำนี้ยังคงไม่รอดพ้นจากการตรวจสอบของฮ่องเต้
เช้าวันนั้นฮ่องเต้ตื่นขึ้นมา หลังจากเหล่าขุนนางออกไปหมดแล้วก็เรียกตัวราชบุตรเขยมาเข้าเฝ้าเพียงลำพังเพื่อเรื่องนี้ ว่ากันว่าตอนนั้นราชบุตรเขยไม่อาจปฏิเสธได้จึงสารภาพออกมาทั้งหมด ฮ่องเต้พิโรธหนักชักกระบี่ออกมาจะสังหารคน เสียงดังไปถึงหน้าประตูนอกตำหนัก แม้แต่ข้าราชบริพารที่หูไวเดินผ่านมาก็ยังได้ยินเสียง สุดท้ายแม้ฮ่องเต้จะไว้ชีวิตราชบุตรเขยชั่วคราวเพราะองค์หญิง ยอมอดทนข่มกลั้นไว้ แต่โทษเป็นน่าจะไม่อาจละเว้นได้
หลังจากวันนั้นองค์หญิงก็เข้าวังหลวงและอยู่ข้างกายฮ่องเต้โดยตลอด นอกจากจะดูแลฮ่องเต้แล้ว ยังช่วยถ่ายทอดพระราชโองการและเรื่องต่างๆ ระหว่างฮ่องเต้กับเหล่าขุนนาง ไม่ได้ออกจากวังอีก ปล่อยให้ราชบุตรเขยถูกกักบริเวณอยู่ในคฤหาสน์หย่งหนิงเพียงลำพัง
คฤหาสน์หลังนี้ภายนอกดูเหมือนปกติ แต่แท้จริงแล้วมุมประตูทั้งสี่และตรอกซอกซอยรอบด้านมีทหารผลัดเปลี่ยนมาประจำการอยู่ในที่ลับทั้งกลางวันและกลางคืน ห้ามผู้ใดเข้าออกคฤหาสน์โดยเด็ดขาด
แม้ฮ่องเต้จะให้ความสำคัญกับราชบุตรเขยมาโดยตลอด ทว่าเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นใครเล่าจะอดทนข่มกลั้นต่อบุตรเขยที่สังหารบุตรชายแท้ๆ ของตนได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพระองค์ยังเป็นฮ่องเต้ผู้อยู่ในตำแหน่งสูงสุดอีกด้วย
เรื่องนี้สุดท้ายแล้วฮ่องเต้จะจัดการกับราชบุตรเขยอย่างไร จะเลือกพระสวามีคนใหม่ให้องค์หญิง หรือจะปล่อยเรื่องนี้ให้แล้วกันไป เหล่าขุนนางใหญ่ไม่มีใครสามารถชี้ขาดลงไปได้ เพียงรู้ว่าชุยเต้าซื่อเข้าวังเพื่อวิงวอนขอความเป็นธรรมให้เผยเซียวหยวน ปรากฏว่าแม้แต่พระพักตร์ฮ่องเต้ก็ไม่ได้เห็น เขาคุกเข่าอยู่นอกตำหนักทั้งวันเช้าจรดค่ำ สุดท้ายก็ถูกจ้าวจงฟางสั่งให้คนหามออกจากวัง ต่อมายังถูกลดตำแหน่งลงสามขั้นเป็นการลงโทษเพื่อตักเตือน
ชุยเต้าซื่อถูกปลดออกจากตำแหน่งหน้าที่ จากขุนนางระดับสูงขั้นสามมาเป็นเจ้าหน้าที่ตรวจแก้หนังสือขั้นหกของหอหงเหวิน จึงถูกเสียดสีเย้ยหยันจากคนที่มีความคิดเห็นไม่ตรงกับเขาไม่น้อย หัวเราะเยาะเขาที่ครั้งนี้ได้พึ่งใบบุญจากหลานชาย ได้บรรลุความฝันอันยิ่งใหญ่ทั้งสามประการของบัณฑิตในยุคนี้คือสอบได้บัณฑิตจิ้นซื่อ แต่งงานกับสตรีในห้าสกุล เพิ่มอีกข้อหนึ่งคือได้รวบรวมเรียบเรียงประวัติศาสตร์บ้านเมือง
ซือตัวรู้ว่านายน้อยลอบวิ่งวุ่นเพื่อเรื่องนี้มาหลายวันแล้ว เที่ยวขอร้องคนรู้จักคุ้นเคยไปทั่วเพียงเพราะต้องการจะพบเผยเซียวหยวนสักครั้ง ทว่าจนแล้วจนรอดก็ไร้ผล ครั้นส่งจดหมายเข้าวังเพื่อขอพบองค์หญิงก็เหมือนหินจมลงท้องทะเลเงียบหายไป…มีคนจำนวนไม่น้อยต่างพากันเล่าลือว่าองค์หญิงผิดหวังในตัวพระสวามีอย่างมากจึงไม่สนใจ ไม่ถามไถ่แม้แต่น้อย
ครั้งนี้เรื่องที่ราชบุตรเขยกระทำลงไปทำให้คนตะลึงพรึงเพริดมากจริงๆ หากสืบสาวราวเรื่องไปถึงต้นสายปลายเหตุไม่เพียงเรื่องของคังอ๋อง การตายขององค์รัชทายาทที่ถูกปลดก็เกี่ยวพันกับเขาอย่างไม่อาจปฏิเสธความรับผิดชอบได้ ฮ่องเต้สูญเสียพระโอรสถึงสองคนติดต่อกันเพราะเขา ผู้สืบทอดวงศ์ตระกูลถูกตัดขาด จะเป็นไปได้อย่างไรที่จะได้รับการอภัยโทษอย่างง่ายดาย
Comments



