ทดลองอ่าน
ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 120-121
“ข้าจะบอกท่านแล้วกัน คนสังหารที่แท้จริงก็คือข้า จะต้องเป็นเพราะฮ่องเต้ยังคงระแวงสงสัยข้าจึงเรียกตัวเขาไปสอบถาม เพื่อจะช่วยปิดบังความผิดให้ข้า เขาจึงยอมรับผิดต่อหน้าฮ่องเต้เสียเอง”
ใบหน้าของหลี่เหยียนปรากฏแววตื่นตะลึงอย่างยากจะปกปิด เขามองเฉิงผิง ผ่านไปพักใหญ่จึงเอ่ยขึ้นช้าๆ
“ข้าอิจฉาเจ้าจริงๆ มีสหายที่ยอมใช้ชีวิตตนเองมาปกป้องเจ้าเช่นนี้ อีกทั้งคนผู้นี้ยังเป็นเผยเอ้อร์”
เฉิงผิงยกยิ้ม “ตั้งแต่เมื่อหลายปีก่อนข้าก็เตือนเขาแล้วว่าเหตุใดไม่วางแผนเพื่อตนเองให้มาก ถ้าเขายอมฟังคำเตือนของข้าตั้งแต่แรก ข้าก็คงไม่ต้องการอะไร อุทิศตนรับใช้เขา ช่วยเขายึดครองฉางอัน ไหนเลยจะเวียนมาถึงท่าน”
หลี่เหยียนกระตุกมุมปากเล็กน้อย “คืนนี้เจ้าเรียกข้ามามีเรื่องอันใดกันแน่ ก่อนหน้านี้เราตกลงกันไว้แล้ว ถ้าไม่มีเรื่องใหญ่จำเป็นจริงๆ จะไม่เจอหน้ากันที่ฉางอัน”
เขาเหลียวมองไปรอบๆ อย่างระมัดระวัง ป่าเขาชานเมืองที่รกร้างนอกจากเสียงลมแล้วยังมีเสียงร้องประหลาดของนกเค้าแมวดังเป็นระยะ บางครั้งยาวบางครั้งสั้น ได้ยินแล้วทำให้คนอดขนลุกชันที่แผ่นหลังไม่ได้
“เขาถูกกักบริเวณแล้ว ดีที่มีคนของเขาคิดหาหนทาง ในที่สุดก็ช่วยเขาส่งข่าวมาถึงข้า เขาเปลี่ยนใจแล้ว ยินดีจะหารือเรื่องที่ท่านเคยเอ่ยถึงช่วงก่อนหน้านี้” เฉิงผิงกล่าวคำพูดเหล่านี้ออกมาทีละคำ
อาจเพราะไม่อยากให้คนที่อยู่ตรงหน้ามีโอกาสเห็นความคิดภายในใจของตนผ่านทางสีหน้า หลี่เหยียนจึงเบือนหน้าหนีจ้องมองไปทางฉางอัน ผ่านไปครู่หนึ่งเขาจึงหันหน้ากลับมาช้าๆ
“ข้าเชื่อได้หรือ” เขาเพียงย้อนถามเช่นนี้ ไม่มีคำพูดอื่นใด
“ท่านรู้เรื่องเพียงด้านเดียว ไม่รู้อีกด้านหนึ่ง” เฉิงผิงกล่าวเสียงราบเรียบ “เหวยจวีเหรินกำลังหลบหนี ท่านก็น่าจะรู้กระมัง”
หลี่เหยียนมองเขา
“ความจริงแล้วเหวยจวีเหรินตกอยู่ในมือของเผยเอ้อร์ เพื่อรักษาชีวิตให้รอด ไม่ว่าเรื่องใดเขาล้วนพูดออกมา เผยเอ้อร์รู้ถึงต้นสายปลายเหตุของการทำศึกที่เป่ยยวนในตอนนั้นทั้งหมด เป็นคำสั่งขององค์เหนือหัวปัจจุบัน หลิ่วเช่อเยี่ย เฝิงเจินผิงอะไรนั่นเป็นเพียงเพชฌฆาตที่ทำตามคำสั่งเท่านั้น ฮ่องเต้จึงจะเป็นตัวการผู้กระทำผิดที่แท้จริง เพื่อปกปิดเรื่องในอดีตจึงยกองค์หญิงให้แต่งงานกับเขา จุดมุ่งหมายก็เพื่อหาทางผูกมัดจิตใจเขา
เขาเป็นใคร ความแค้นที่อีกฝ่ายสังหารคนในครอบครัวไม่อาจอยู่ร่วมกันได้! จุดประสงค์เดิมที่เขาเข้ามาเมืองหลวงก็เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงของการศึกที่เป่ยยวน หากเขาไม่รู้ก็แล้วไป แต่เวลานี้ความจริงปรากฏออกมาอย่างชัดเจนแล้ว เขาจะยอมล้มเลิกแต่เพียงเท่านี้ได้อย่างไร
เขาส่งคนสนิทมาบอกข้า เมื่อก่อนพระราชนัดดาก็เคยบอกเขา ฮ่องเต้ก็คือตัวการผู้กระทำผิดที่แท้จริง เพียงแต่ตอนนั้นเขาไม่เชื่อท่าน ตอนนี้เขารู้แล้วว่าท่านพูดถูก เขาต้องการแก้แค้น แต่เขาปฏิเสธที่จะแบกรับการเป็นคนทรยศ ประการแรกเขาไม่ต้องการอกตัญญูต่อเผยจี้ผู้เป็นลุง ประการที่สองหากเขาเป็นผู้ก่อการจะทำให้ชื่อเสียงด้านความซื่อสัตย์จงรักภักดีของบรรพบุรุษสกุลเผยต้องเสื่อมเสีย เขาไม่อาจทำเรื่องเช่นนั้นได้ ในเมื่อเวลานี้องค์รัชทายาทที่ถูกปลดและคังอ๋องต่างตายแล้ว พระราชนัดดา ท่านเป็นทายาทสายตรงขององค์รัชทายาทจิ่งเซิงและเป็นพระราชนัดดาสายตรงของอดีตฮ่องเต้ ไทฮองไทเฮาองค์ปัจจุบันคือทวดแท้ๆ ของท่าน พูดถึงการสืบทอดราชบัลลังก์ก็ไม่มีใครมีความชอบธรรมไปกว่าท่านแล้ว หากท่านเป็นผู้ก่อการก็ไม่ทำให้ชื่อเสียงของเขาหรือสกุลเผยต้องเสื่อมเสีย ดังนั้นเขาจึงให้ข้าไปหาเว่ยอินเหนียงเพราะหญิงผู้นั้นน่าจะรู้ว่าท่านอยู่ที่ใด ขอให้นางช่วยส่งข่าว รอเขาหาทางออกมาได้ เขายินดีจะมาพบท่านเพื่อปรึกษาหารือเกี่ยวกับแผนการใหญ่”
เฉิงผิงชำเลืองมองหลี่เหยียน
“ข้าไม่จำเป็นต้องไปหาเว่ยอินเหนียง เรียกท่านมาโดยตรงเสียเลย เป็นอย่างไร เรียกท่านมาที่นี่ด้วยเรื่องนี้ไม่นับเป็นการรบกวนท่านกระมัง”
อารมณ์ความรู้สึกหลากหลายพลันปรากฏขึ้นมาบนใบหน้าของหลี่เหยียน ทั้งดีใจเป็นล้นพ้น ประหลาดใจ และหวาดระแวง
เขาก้มหน้าลง ไม่ได้พูดอะไรอยู่เป็นนาน เมื่อเห็นเฉิงผิงจ้องมองมาตลอดเวลา ในที่สุดก็พูดอย่างลังเลใจ
“ถ้าเขายอมอุทิศตนรับใช้ข้าด้วยความจริงใจ เรื่องที่ลอบสังหารเขา ให้ข้าคุกเข่าขออภัยเขาข้าก็ยินดี เพียงแต่…”
เฉิงผิงเข้าใจแล้ว จึงยิ้มหยันอย่างถากถางก่อนจะถอยหลังไปหลายก้าว
“ช่างเถอะ! ถือเสียว่าข้าไม่ได้เรียกท่านออกมาแล้วกัน ข้าไม่เคยเห็นคนทำงานใหญ่แล้วกลัวหัวหดไปทุกสิ่งทุกอย่างเช่นนี้มาก่อน คนต่อให้วางแผนอย่างรอบคอบรัดกุมแล้วมีประโยชน์อะไร ต้องถามสวรรค์ดูว่าจะช่วยให้สมปรารถนาหรือไม่!
ข้าอาสื่อน่าไม่ใช่คนรักตัวกลัวตาย เดิมทีชีวิตนี้เกิดมาก็เพื่อประโยชน์ของชนเผ่าและบ้านเมืองเท่านั้น ในเมื่อเผยเอ้อร์ยอมรับผิดแทนข้า ข้าจะไม่คำนึงถึงคุณธรรมน้ำมิตรได้อย่างไร ข้าจะกลับไปยอมรับผิด ยุติเรื่องทั้งหมด!”
เขาพูดจบ กำลังจะหมุนตัวสาวเท้าเดินจากไป
“ช้าก่อน!” หลี่เหยียนรีบส่งเสียงยับยั้ง “เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก ขอเวลาให้ข้าไตร่ตรองก่อน พรุ่งนี้ข้าจะให้คำตอบเจ้า”
เฉิงผิงรู้ว่าอีกฝ่ายจะไปตรวจสอบยืนยันความน่าเชื่อถือของคำพูดเหล่านั้น เขาเบ้ปากแล้วหันหลังกลับเดินจากไป
หลี่เหยียนหยุดฝีเท้าครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วเรียกผู้ติดตามซึ่งซ่อนอยู่ในที่มืดออกมา กระซิบสั่งการไปสองสามคำ จากนั้นคนทั้งกลุ่มก็หายตัวไปท่ามกลางความมืดยามราตรี
Comments



