เยี่ยซวี่อวี่คนเดียวจับนางไม่อยู่จึงหันหน้าไปจะเรียกคนเข้ามา มือกลับแตะถูกเอวของเด็กสาวโดยไม่ได้ตั้งใจ เยี่ยซวี่อวี่ตกใจและหยุดชะงัก มองดูแวบหนึ่งก่อนจะยื่นมือออกไป
“ในตัวเจ้ายังซุกซ่อนอะไรไว้”
“ไม่มีอะไร!” หลูเหวินจวินรีบส่ายศีรษะแล้วถอยไปทางด้านหลัง
“เอาออกมา”
เยี่ยซวี่อวี่คาดเดาได้แล้วว่าเด็กสาวซ่อนอะไรไว้ในตัว เมื่อครุ่นคิดถึงการกระทำในค่ำคืนนี้ของนางก็ตระหนักรู้ในทันที
สีหน้าของเยี่ยซวี่อวี่ไม่อ่อนโยนเหมือนเมื่อครู่ก่อนอีก
“เป็นมีดหรือ เอามาให้ข้า!”
หลูเหวินจวินถูกสีหน้าเฉียบขาดที่น้อยครั้งจะได้เห็นทำให้ตกใจและหวั่นหวาด นางตะลึงงันไป ขดตัวเล็กน้อยและหยุดดิ้นรน
เยี่ยซวี่อวี่ยื่นมือไปที่เอวของเด็กสาว เลิกกระโปรงปักลายขึ้นแล้วดึงมีดเล็กเล่มหนึ่งออกมาจากใต้สายรัดเอวผ้าแพรที่รัดแน่น
มีดเล็กเล่มนี้ยาวไม่ถึงหนึ่งฉื่อ ฝักประดับมุกด้ามฝังหยก ผูกติดแน่นอยู่กับเอว ตอนหยิบออกมาเยี่ยซวี่อวี่เห็นผิวหนังที่ขาวดุจหิมะของหลูเหวินจวินถูกกดทับจนแดงเป็นรอยลึกรูปด้ามมีด
เห็นชัดว่านี่ไม่ใช่เพิ่งนำมาซุกซ่อนไว้ได้ไม่นาน
นางกุมมีดเล็ก เงยหน้าขึ้นช้าๆ ใช้สายตาเจือความรู้สึกไม่อยากจะเชื่อมองเด็กสาวบนเตียง
“เหวินจวินเจ้าคิดจะทำอะไร หรือเจ้าคิดจะ…” นางหยุดชะงักไป
ลำคอนวลเนียนของหลูเหวินจวินค่อยๆ ตกลง ไม่ส่งเสียงแม้แต่คำเดียว
ชั่วขณะนั้นเยี่ยซวี่อวี่ก็เข้าใจทุกอย่างแล้ว
มิน่าจู่ๆ นางก็เปลี่ยนใจจะรั้งอยู่ต่อให้ได้ ไม่ถูก ควรบอกว่านางมีความคิดนี้อยู่ถึงได้ตกลงรับปาก
หลังคลายจากความประหลาดใจในตอนแรก ในใจของเยี่ยซวี่อวี่ก็มีความสงสารเห็นอกเห็นใจอย่างมากผุดขึ้นมา
เวลานี้หัวไหล่ทั้งสองของหลูเหวินจวินสั่นไหวเล็กน้อย เยี่ยซวี่อวี่จึงโอบกอดนางเบาๆ
“เหวินจวิน เจ้าโง่เขลาเกินไปแล้ว เหตุใดจึงคิดไม่ตกเพียงนี้ จะเอาชีวิตตนเองไปเสี่ยงภัย เขาไม่คู่ควรให้เจ้าทำเช่นนี้!”
หลูเหวินจวินไม่อาจฝืนทนต่อไปได้อีก หันหน้ามาแล้วโถมตัวเข้าไปในอ้อมอกเยี่ยซวี่อวี่ หลั่งน้ำตาพลางกล่าวเสียงสะอึกสะอื้น
“ข้าไม่อาจยอมรับ…ข้ายอมรับไม่ได้จริงๆ! ข้าเกลียดตนเองที่เมื่อก่อนตาบอด ถึงกับไปหลงชอบหมาในชั่วร้ายตัวหนึ่ง! เขาไม่เพียงหลอกข้า ยังใช้ข้าเป็นเครื่องมือในการทรยศราชสำนัก ถ้าปล่อยเขาไปเช่นนี้ข้าจะไม่สบายใจไปชั่วชีวิต! ข้าจะสังหารเขาด้วยมือของตนเองจึงจะดับความแค้นของข้าได้ ข้าตายเป็นตาย แต่ไม่อาจปล่อยให้เขามีชีวิตอยู่และหนีไปเช่นนี้!”
“เจ้าจะแก้แค้นไม่ใช่เรื่องผิด แต่ทำเช่นนี้อันตรายเกินไปแล้ว เจ้าจะเป็นคู่ต่อสู้ของเขาได้อย่างไร เชื่อฟัง กลับไปกับข้าก่อน ไปรอฟังข่าวด้วยกัน เจ้าวางใจ ราชสำนักดีต่อพวกเขาพ่อลูกไม่น้อย เขากลับทรยศ ยิ่งสมคบคิดกับพวกทะเยอทะยาน จะเป็นไปได้อย่างไรที่จะปล่อยเสือเข้าป่าเช่นนี้ ให้เขากลับไปแล้ววางแผนทำเรื่องที่เป็นภัยต่อราชสำนัก”
เมื่อไรที่หลี่เหยียนปรากฏตัวขึ้น ที่นอกด่านอิงโฉวจะมีการซุ่มซ่อนกองกำลังไว้ด้านหน้าเส้นทางกลับขึ้นเหนือของเฉิงผิง เมื่อถึงเวลาก็จะจับกุมตัวเขา นี่ก็เป็นส่วนหนึ่งของแผนการเช่นกัน แน่นอนว่าเรื่องเช่นนี้ไม่จำเป็นต้องอธิบายให้หลูเหวินจวินฟังอย่างละเอียด
หลูเหวินจวินเบิกตาโต มองจ้องเยี่ยซวี่อวี่นิ่ง ฉับพลันนั้นหยาดน้ำตาวาววับเป็นสายก็ค่อยๆ ไหลรินลงมาบนใบหน้าของนางอีกครั้ง
“ไม่ต้องเสียใจแล้ว กลับไปกับข้าก่อนเถิด”
เยี่ยซวี่อวี่ช่วยเช็ดน้ำตาบนใบหน้าของเด็กสาวแล้วพานางลุกขึ้น
หลูเหวินจวินไม่ต่อต้านอีก นางยืนขึ้น ปล่อยให้เยี่ยซวี่อวี่ช่วยผูกสายรัดเอวของตนให้ดี สวมเสื้อกันลม จากนั้นมือก็ถูกเยี่ยซวี่อวี่จับจูงไว้ พาเดินออกไปข้างนอกราวกับเป็นหุ่นไม้
ในเวลานี้เองพร้อมๆ กับเสียงรองเท้าหุ้มแข้งกระทบพื้นดังสับสนจากไกลเข้ามาใกล้ มีเสียงพูดคุยดังแว่วมาจากในลาน คล้ายมีคนเข้ามาแต่ถูกทหารรักษาพระองค์ขัดขวางไว้
เยี่ยซวี่อวี่หยุดฝีเท้า