หลี่เหยียนมองสบนัยน์ตาเขา ใบหน้าเผยรอยยิ้มขณะลุกขึ้นยืน เสือดาวสองตัวก็ลุกพรวดขึ้นด้วยทันทีราวกับได้รับสัญญาณบางอย่าง นัยน์ตาลึกล้ำทั้งสี่ดวงจ้องมองเผยเซียวหยวนเขม็งพลางแยกเขี้ยวสีเหลืองคมกริบที่ไม่รู้เคยฉีกกินเนื้อและโลหิตสดมาเท่าไร ส่งเสียงคำรามต่ำๆ ออกมาจากลำคอ ทำให้คนได้ยินแล้วขวัญหนีดีฝ่อ
“หมอบลง!” หลี่เหยียนตวาดเสียงต่ำออกมาคำหนึ่ง เสือดาวทั้งสองตัวถูกตำหนิก็ค่อยๆ ถอยไปยังมุมหนึ่ง นอนราบไปกับเชิงกำแพง
หลี่เหยียนยิ้มพลางชี้ไปที่เสือดาวและเอ่ยอธิบาย “คุณชายเผยอย่าได้ตำหนิ ข้าไม่ได้มีเจตนาอื่น เจ้าอย่าเห็นว่าพวกมันเป็นสัตว์ ข้าเอาพวกมันมาเลี้ยงตั้งแต่ข้าอายุสิบกว่าปี จำได้ว่าวันนั้นเสด็จปู่พาขุนนางที่ทรงโปรดปรานและทหารรักษาพระองค์ไปล่าสัตว์อย่างยิ่งใหญ่เกรียงไกร โชคดีที่ข้าได้รับพระกรุณาจากเสด็จปู่ไม่ทรงทอดทิ้ง ให้อยู่ข้างพระวรกายและสั่งสอนด้วยพระองค์เอง แม่เสือดาวถูกทหารรักษาพระองค์ใช้ธนูยิงตาย เหล่าทหารรักษาพระองค์ตามร่องรอยของเสือไปและพบลูกเสือดาวสองตัวนี้ ตอนนั้นเพิ่งอายุไม่กี่เดือน ข้าเห็นพวกมันน่าสงสารจึงขอให้เสด็จปู่พระราชทานให้ข้า โชคดีที่ทรงอนุญาต ข้าเห็นพวกมันดั่งสิ่งล้ำค่า เลี้ยงดูมาจนโต พวกมันเชื่อฟังคำสั่งของข้า เวลาไปล่าสัตว์ก็เป็นผู้ช่วยที่ดีเยี่ยม”
เขาหยุดไปชั่วขณะแล้วกล่าวต่อ
“ปีนั้นหลังจากปราบกบฏได้แล้วข้ารับบัญชาจากบิดาออกจากเมืองหลวงไปรับบิดาของเจ้า ตอนนั้นก็พาพวกมันไปด้วย เดิมคิดจะมอบให้บิดาของเจ้าเพื่อแลกกับรอยยิ้มและแสดงถึงความเคารพเลื่อมใสที่ข้ามีต่อเขา เพียงคิดไม่ถึง…”
หลี่เหยียนหยุดพูดอีกครั้ง ผายมือไปทางโต๊ะ แสดงท่าทีให้เผยเซียวหยวนนั่งลง ส่วนตนเองก็นั่งกลับลงไปก่อน หยิบขวดสุราสีเงินขึ้นมาแล้วรินใส่จอกสองใบ
“วันนี้มาพบคุณชายเผย ข้ารู้สึกดีใจจึงพาสัตว์แสนรู้คู่นี้มาด้วย หากคุณชายเผยถูกใจข้าจะมอบให้เจ้า ก็นับว่าเป็นการชดเชยความเสียดายในอดีตแล้ว”
สายตาของเผยเซียวหยวนกวาดผ่านเสือดาวสองตัวนั้น “ในเมื่อเป็นของรักของท่านและอยู่กับท่านมาหลายปีแล้ว ผู้แซ่เผยจะกล้าแย่งชิงของรักของผู้อื่นได้อย่างไร ท่านเก็บไว้เองเถิด”
หลี่เหยียนสองตาจับนิ่งอยู่ที่ใบหน้าของอีกฝ่าย นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ไม่เอ่ยถึงเรื่องนี้อีกแล้วเหลียวมองไปรอบศาลคล้ายจมอยู่กับความทรงจำบางอย่าง ครู่หนึ่งก็เอ่ยขึ้นช้าๆ
“คุณชายเผยคงกังวลอยู่ เหตุใดข้าจึงให้มาพบหน้ากันที่นี่ พูดแล้วเรื่องยาว ตอนนั้นบิดาข้าเคยฝันว่าทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือมีการละเมิดเทพไท่ซุ่ย*หลังจากสอบถามผู้รู้ก็แนะนำให้สร้างศาลหลิงก่านให้ท่านเทพที่นี่ ถวายธูปเทียนเครื่องบูชา” เขาถอนหายใจเบาๆ “เพียงไม่นานเวลาก็ผ่านไปหลายปีแล้ว ผู้คนมักบอกว่าสิ่งของเหมือนเดิม คนล้วนเปลี่ยนแปลง ทว่ากล่าวสำหรับข้า สิ่งของก็ยากจะรักษาไว้ได้ ศาลเจ้าแห่งนี้ก็ไม่อาจหลีกหนีชะตากรรมแห่งความเสื่อมถอย”
สีหน้าของหลี่เหยียนจมอยู่ในความเศร้ารันทด แต่ไม่นานก็ได้สติขึ้นมา ใบหน้าปรากฏรอยยิ้มและเชิญเผยเซียวหยวนลงนั่งอีกครั้ง
“ข้าดีใจที่ได้ยินว่าคุณชายเผยเปลี่ยนใจยินดีจะช่วยข้า เชิญนั่งลงก่อน ข้ายินดีจะพูดคุยกับเจ้าอย่างละเอียด หารือเรื่องใหญ่ร่วมกัน”
เผยเซียวหยวนไม่ได้ตอบทันที เขาเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย สายตามองออกไปข้างนอกคล้ายเหม่อลอยจากหลังคาศาลเหนือศีรษะซึ่งเหลือเพียงไม้แปและจันทันที่ว่างเปล่า
นอกหลังคาคือท้องฟ้าสีครามกว้างใหญ่ ปุยเมฆสีขาวลอยกระจาย ดูใกล้ราวกับเพียงเอื้อมมือก็คว้าถึง ถัดไปเป็นห่านป่าฝูงหนึ่งที่บินลงใต้ ด้านหลังห่านป่ามีนกประเภทเหยี่ยวตัวหนึ่งบินฉวัดเฉวียนปรากฏอยู่ในสายตา ดูเหมือนมันจะบินวนเวียนอยู่ใกล้ๆ ตลอดเวลาและบินสูงยิ่ง มองไปคล้ายเป็นเพียงจุดดำจุดหนึ่ง จากนั้นมันก็ค่อยๆ บินลงมา ทำให้พอจะแยกแยะได้ว่าเป็นเหยี่ยวหัวขาวตัวหนึ่ง