ทดลองอ่าน
ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 146-147
เยี่ยซวี่อวี่นิ่งเงียบไปชั่วขณะแล้วยิ้มบอก “ข้าไม่ลำบาก เสี่ยวหู่เอ๋อร์เลี้ยงง่ายยิ่ง ทั้งยังมีพวกท่านป้าเฮ่อคอยช่วยข้า กลับเป็นท่าน ทำศึกอยู่ที่ชายแดนอย่างยากลำบาก เกือบจะ…” นางชะงักนิ่งไปก่อนจะกล่าวต่อ “เรื่องนี้ท่านไม่จำเป็นต้องรู้สึกผิดแม้แต่น้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้าก็ไม่ได้ทำเพื่อท่าน เสี่ยวหู่เอ๋อร์ก็เป็นลูกของข้าเช่นกัน…คืนนั้นที่ท่านเพิ่งกลับมาถึง หยางไจ้เอินบอกว่าท่านอยากพบข้าสักครั้ง ข้าคาดเดาว่าท่านคงอยากเห็นเสี่ยวหู่เอ๋อร์แต่พูดไม่ออก วันรุ่งขึ้นจึงให้ท่านป้าเฮ่อพาเขากลับไปที่บ้าน หลังจากเขาถือกำเนิด พวกท่านพ่อลูกก็อยู่ห่างไกลกันคนละทิศ ยามนี้ท่านกลับมาแล้ว เดิมควรให้พวกท่านสองคนได้อยู่ด้วยกันสักหลายวันจึงจะถูก แต่จนใจที่พอตกค่ำเขาก็จะงอแง จำต้องรีบอุ้มกลับมาหาข้าที่นี่ ทว่าไม่เป็นไร ต่อไปไม่ว่ายามใด ขอเพียงท่านอยากพบเขาก็มาเยี่ยมเขาได้ทุกเมื่อ ไม่จำเป็นต้องถามข้า”
น้ำเสียงของนางเปิดเผยตรงไปตรงมา ฟังไม่ออกว่ามีตรงจุดใดขัดกับความรู้สึก
แต่นางเข้าใจผิดแล้ว จะเป็นไปได้อย่างไรที่เขาต้องการพบนางเพียงเพราะเรื่องเสี่ยวหู่เอ๋อร์
หลังจากต่างนิ่งเงียบไม่พูดอะไรอยู่ครู่หนึ่ง นางก็เอ่ยปากขึ้นอีกครั้ง “จริงสิ เรื่องที่หอระฆังเจิ้นกั๋วเมื่อตอนกลางวัน ขอบคุณท่านมาก ดีที่ท่านจัดการได้ทันเวลา หลังเหตุการณ์ผ่านไปแล้วมีรายงานมาว่ามีคนถูกเหยียบได้รับบาดเจ็บสิบกว่าคน อาการบาดเจ็บไม่นับว่าหนัก หากไม่มีท่าน วันนี้เกรงว่าไม่รู้จะมีคนบริสุทธิ์ประสบภัยมากน้อยเพียงใด”
“ไม่เกิดเรื่องใหญ่ก็นับว่าโชคดีมากแล้ว ข้าเพียงทำในสิ่งที่ควรทำเท่านั้น”
นางยิ้มน้อยๆ “ความดีความชอบก็คือความดีความชอบ นำทัพใหญ่กลับมาพร้อมชัยชนะ ราชสำนักย่อมบันทึกความดีความชอบและปูนบำเหน็จรางวัล”
“ขอบพระทัยองค์หญิง” เขาได้แต่ต้องตอบเช่นนี้
“ท่านมาคืนนี้ยังมีเรื่องอื่นหรือไม่” นางถามอีก
“ใช่” เผยเซียวหยวนสงบใจเหลือบตาขึ้น มองหญิงสาวที่นั่งอยู่ตรงข้ามและกำลังมองตนอยู่ “เมื่อกลางวันข้าไปจับขอทานหลายคนที่ก่อเหตุวุ่นวายแล้วสอบปากคำพวกเขาทีละคน พวกเขาต่างบอกว่ามีคนฐานะร่ำรวยผู้หนึ่งไม่รู้ว่าเป็นใคร เห็นว่าหอเจิ้นกั๋วขวางภูมิลักษณ์บ้านของตน จึงให้เงินพวกเขา บงการให้มาก่อความวุ่นวาย ที่พวกขอทานพูดน่าจะเป็นข้อเท็จจริงที่พวกเขารู้ ไม่กล้าปกปิดอะไรอีก แต่ฐานะและจุดประสงค์ที่แท้จริงของผู้บงการเกรงว่าคงไม่เรียบง่ายเช่นนั้น เหตุการณ์ในวันนี้อาจพุ่งเป้ามาที่ท่าน ขอองค์หญิงโปรดระมัดระวังเรื่องนี้ อย่าให้คำวิพากษ์วิจารณ์ของผู้คนมาทำให้จิตใจสับสนว้าวุ่น”
เยี่ยซวี่อวี่นิ่งเงียบไปชั่วขณะ “คำพูดที่ขอทานท่องออกมาเหล่านั้นก็ไม่ใช่คำพูดใหม่ เมื่อก่อนที่ฉางอันก็เคยมีคำพูดทำนองนี้แพร่กระจายออกมา เรื่องนี้ข้าก็ได้ยินมาเช่นกัน ข้าจดจำไว้แล้ว”
“ยังมีอีกเรื่องหนึ่ง” เขากล่าวต่อ “ในคืนที่ข้านำคนไปตีฝ่าการปิดล้อมเมือง หลี่เหมิ่งจำระเบิดเพลิงที่ข้าวางแผนจะใช้ทำให้หิมะถล่มได้ ภายใต้ความหวาดกลัวเขาหันหลังกลับและหลบหนี ระเบิดเพลิงสิบกว่าลูกนั้นคนขององค์รัชทายาทที่ถูกปลดเป็นผู้ทำขึ้น คนที่รู้เรื่องน่าจะมีไม่มาก เขาเป็นคนที่อยู่ห่างไกลจากราชสำนัก เหตุใดจึงรู้จักของสิ่งนี้ หลังจากนั้นข้ามาใคร่ครวญดูอย่างละเอียดก็เห็นว่ามีเลศนัย แต่ไม่สะดวกจะบอกทางจดหมาย เวลานี้กลับมาแล้วจึงมารายงานให้องค์หญิงทราบ”
นางกล่าวเสียงเบา “นั่นก็หมายความว่าหลี่เหมิ่งหลี่เหยียนพวกเขาสมคบคิดพันพัวกับใครบางคนในราชสำนัก?”
“สมคบคิดกับใคร องค์หญิงน่าจะรู้ดีกว่าข้า เรื่องนี้อาจเป็นพยานหลักฐานอย่างหนึ่ง”
นางจ้องมองเขาแล้วพลันเอ่ยขึ้น “ท่านเพิ่งกลับมา พักรักษาตัวให้หายดีก่อน พักผ่อนสักหลายวัน จากนั้นข้าค่อยเชิญท่านมาร่วมปรึกษาหารือกัน”
นางพูดอย่างคลุมเครือยิ่ง เผยเซียวหยวนกลับเข้าใจขึ้นมาทันที จึงรีบกล่าวว่า “ร่างกายของข้าดียิ่ง หากมีเรื่องอันใด องค์หญิงเรียกข้าได้ทุกเมื่อ ไม่จำเป็นต้องกังวลถึงสิ่งอื่นใด”
เยี่ยซวี่อวี่ไม่ตอบ เพียงกลอกดวงตาแวววาวทั้งสองข้าง สุดท้ายสายตาก็จับนิ่งอยู่ที่ร่างของเขา กวาดมองขึ้นลงหลายครั้ง
ชั่วขณะนั้นเผยเซียวหยวนรู้สึกสะบัดร้อนสะบัดหนาวไปทั้งตัวขึ้นมาทันที เพียงรู้สึกว่าผิวกายที่ซุกซ่อนอยู่ในร่มผ้าถูกเยี่ยซวี่อวี่กวาดผ่านเบาๆ แล้วก็รู้สึกว่าสายตาของนางคล้ายหยุดอยู่ตรงแผ่นอกที่ได้รับบาดเจ็บของเขาก่อน จากนั้นก็ไปหยุดนิ่งอยู่ที่มือข้างนั้นของเขา
บาดแผลนิ้วขาดหายดีนานแล้ว ทว่าเห็นแล้วยังคงดูน่ากลัว จิตใต้สำนึกของเขาไม่อยากให้นางเห็น จึงยกแขนขึ้นเล็กน้อย เอามือเบี่ยงไปทางด้านหลังอย่างไม่เผยพิรุธ
เยี่ยซวี่อวี่นั่งนิ่งไปครู่หนึ่ง ถอนสายตามาหยุดอยู่ที่ใบหน้าของเขาแล้วเอ่ยถาม “ท่านยังมีเรื่องอื่นหรือไม่”
คำถามนี้เอ่ยออกมาอย่างฉับพลันกะทันหัน เผยเซียวหยวนชะงักนิ่งไป ในเวลาอันสั้นไม่อาจตอบได้
นางพยักหน้า “ในเมื่อไม่มีเรื่องอะไรแล้ว เช่นนั้นก็กลับไปพักผ่อนเร็วหน่อยเถิด คืนนี้ท่านมาไม่ได้จังหวะ เสี่ยวหู่เอ๋อร์ง่วงนอน ไม่สะดวกจะปลุกเขา คราวหน้าหากท่านอยากเจอเขาก็มาเร็วกว่านี้สักหน่อย”
เผยเซียวหยวนรู้สึกได้ว่านางจะไปแล้ว จึงพูดด้วยน้ำเสียงร้อนรนขึ้นมาหลายส่วน “ร่างกายข้าไม่เป็นไรจริงๆ! องค์หญิงไม่ต้องกังวลเรื่องนี้”
“ข้าถามหมอทหารแล้ว ครั้งนี้อาสื่อน่าทำร้ายท่านบาดเจ็บไม่เบา ไม่กี่วันจากนั้นก็ต้องทำศึกที่เมืองกวงหมิงแล้วยังเร่งเดินทางกลับมาเช่นนี้ ไม่ต่อสู้ทำศึกก็เร่งรีบเดินทาง ต่อเนื่องกันไม่หยุด ท่านเป็นคนที่ทำจากเหล็กหรือ”
นางลุกขึ้นจากตั่ง เดินมาสวมรองเท้าแล้วหันมาส่งยิ้มให้เขาที่อยู่ด้านข้าง
Comments



