ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 63-64 – หน้า 3 – Jamsai
Connect with us

Jamsai

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 63-64

ช่วงกลางวันวันนี้เขาได้สอนทักษะพื้นฐานการขี่ม้ายิงธนูแก่หลี่ฮุ่ย และพบว่าหลี่ฮุ่ยไม่เพียงตั้งใจฝึกฝน แต่ยังเฉลียวฉลาด สอนเรื่องหนึ่งก็สามารถเข้าใจไปถึงเรื่องอื่นที่คล้ายคลึงกันได้ สิ่งที่หาได้ยากยิ่งคือหลี่ฮุ่ยไม่กลัวความยากลำบาก ไม่มีนิสัยแบบบุตรหลานวงศ์ตระกูลสูงศักดิ์ในเมืองหลวงที่มั่งคั่งมีอำนาจแม้แต่น้อย เพราะปกติไม่ค่อยได้แตะต้องดาบกระบี่ หลังจากน้าวคันธนูหลายครั้งนิ้วมือกับฝ่ามือก็ถูกสายธนูที่แข็งแกร่งเสียดสีจนบวมแดงไปหมด ถ้าเผยเซียวหยวนไม่เห็นเข้าโดยบังเอิญ เด็กหนุ่มก็คงไม่ปริปากแม้แต่คำเดียว ฝึกฝนอย่างเอาจริงเอาจัง นี่ทำให้เผยเซียวหยวนมองอีกฝ่ายด้วยสายตาที่ต่างไปจากเดิม และยิ่งชอบลูกศิษย์ที่เพิ่งรับมาคนนี้มากขึ้น

ศิษย์อาจารย์อยู่ในลานฝึกยุทธ์เป็นเวลาครึ่งวัน จากนั้นเผยเซียวหยวนจึงพาลูกศิษย์ออกจากเมืองไปขี่ม้า จนพลบค่ำจึงยุติการสอนในวันนี้และไปส่งเด็กหนุ่มถึงนอกประตูจวนหนิงอ๋องด้วยตนเอง

หลี่ฮุ่ยกลับมาแล้วก็ยังคงไม่คลายจากความตื่นเต้นฮึกเหิม รู้สึกยังไม่สาสมใจ ชักชวนให้อาจารย์อยู่ก่อนด้วยความจริงใจทั้งยังให้เข้าไปกินอาหารเย็นด้วย ทว่าเวลานี้เผยเซียวหยวนรู้ถึงเจตนาของหนิงอ๋องแล้ว จะยอมหลับหูหลับตาก้าวเข้าไปในจวนอ๋องอีกได้อย่างไร นอกจากนี้เขายังมีเรื่องอื่นที่ต้องทำจริงๆ หลังจากปฏิเสธคำเชื้อเชิญแล้วก็ขี่ม้าจากไปและมาที่หอสุราสกุลเฉิน

 

หอสุราสกุลเฉินไม่ได้มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักเช่นหอสุราชุนเฟิง ที่แห่งนี้ตั้งอยู่ในตรอกคดเคี้ยว หน้าประตูทางเข้างามหรูหรา แต่ไม่ได้กินพื้นที่มากนัก ข้างในจำหน่ายสุราอาหารและมีหญิงสาวเป็นเพื่อนดื่มสุราเพียงไม่กี่คน ในเมืองฉางอันมีหอสุราเล็กๆ ที่ไม่ค่อยมีใครรู้จักประเภทนี้กระจายอยู่ตามตรอกซอกซอยต่างๆ อยู่มาก การค้าส่วนใหญ่ก็มาจากลูกค้าขาประจำที่คุ้นเคยกันดี

วันนี้เฉิงผิงนัดเขามาดื่มสุราที่นี่ บอกว่าได้รับการไหว้วานจากผู้อื่น

ตอนเผยเซียวหยวนมาถึง เฉิงผิงได้นั่งอยู่ในห้องส่วนตัวแล้ว ไม่ได้มีพฤติกรรมเหลวไหลเช่นปกติธรรมดาของเขา ข้างกายไม่มีพี่สาวน้องสาวสกุลเฉินที่สนิทสนมคุ้นเคยอยู่ด้วย มีเพียงเขานั่งดื่มอยู่คนเดียว เมื่อเห็นเผยเซียวหยวนปรากฏตัวขึ้น ใบหน้าก็มีรอยยิ้ม พยักหน้าเล็กน้อยแล้วลุกขึ้นสาวเท้าเร็วๆ ออกไปเฝ้าอยู่ข้างนอกด้วยตนเอง

เผยเซียวหยวนเหลียวมองไปรอบๆ แล้วนั่งลงยังตำแหน่งที่เฉิงผิงนั่งอยู่เมื่อครู่ หยิบจอกสะอาดมาใบหนึ่ง ยกกาสุราขึ้นมารินสุรา ดื่มไปคำหนึ่งแล้วกล่าวเสียงราบเรียบ

“ออกมาเถิด”

ทันทีที่สิ้นเสียงก็มีคนเดินออกมาจากหลังม่านที่มุมห้อง คนผู้นี้อายุราวห้าสิบหกสิบปี แต่งกายธรรมดา สวมชุดคลุมยาวสีเทา ผูกสายรัดเอวสีดำธรรมดาเส้นหนึ่ง เพราะไม่ได้ขี่ม้าน้าวคันธนูมาเป็นเวลานานรูปร่างจึงเริ่มเปลี่ยนเป็นอ้วนฉุ แต่จากฝีเท้าที่เหยียบพื้นอย่างหนักแน่นมั่นคงของเขาทำให้พอคาดคะเนได้ คนผู้นี้เมื่อก่อนน่าจะเป็นขุนพลท่านหนึ่ง

เสนาบดีเฝิงเจินผิง ขุนนางระดับสูงของราชสำนักนั่งลงด้านตรงข้ามกับเผยเซียวหยวน รินสุราให้ตนเองจอกหนึ่ง แล้วชูให้ชายหนุ่มที่อยู่ด้านตรงข้ามก่อนยกขึ้นดื่มรวดเดียวหมดจอก จากนั้นก็ยิ้มบอก

“คุณชายรองเผยทุกวันนี้เป็นคนที่มีงานยุ่งมาก ยอมมาที่นี่เพื่อพบกับข้าตาแก่ผู้นี้ ข้ารู้สึกซาบซึ้งใจยิ่ง ขอดื่มก่อนจอกหนึ่งเพื่อเป็นการคารวะ”

เผยเซียวหยวนไม่ได้ขยับ เพียงยิ้มบอก “ได้ยินว่าท่านมอบเงินห้าพันตำลึงแก่องค์ชาย ช่วงนี้เขาเป็นหนี้การพนันอยู่ก้อนหนึ่ง มาขอยืมข้า ข้าจะเอาเงินจากที่ใดมาให้เขายืม เขาจึงบังคับให้ข้ามา ข้าเองก็อยากมาดู ที่แท้แล้วเป็นสุราอะไรที่สามารถทำให้เสนาบดีเฝิงยอมจ่ายห้าพันตำลึงเพื่อนัดข้ามาที่นี่”

สีหน้าของเฝิงเจินผิงไม่เพียงไม่เห็นแววละอายใดๆ กลับเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นมา “อย่าว่าแต่เงินเพียงห้าพันตำลึง ขอเพียงคุณชายเผยยอมมาพบ ต่อให้เป็นห้าหมื่น ห้าสิบหมื่น ห้าร้อยหมื่น หรือมากกว่านั้น ไม่ว่าจะมากเท่าไรก็ตาม ขอเพียงข้ามีก็มอบให้ได้ แบ่งปันกัน”

เขาเอ่ยคำนี้ออกมาด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมจริงจัง แฝงความหมายบางอย่างที่ไม่ได้พูดออกมา

มุมปากเผยเซียวหยวนมีรอยยิ้มผุดขึ้นมาจางๆ “เป็นเรื่องอันใดหรือถึงทำให้เสนาบดีเฝิงลงทุนมากเพียงนี้ ผู้แซ่เผยล้างหูน้อมฟัง”

เฝิงเจินผิงไม่อ้อมค้อมอีก รินสุราอีกครั้งแล้วหันไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือพลางสาดสุราลงพื้น หลังจากทำเช่นนี้สามจอกติดต่อกันก็คุกเข่าลงกับพื้นโขกศีรษะอย่างเป็นทางการ เสร็จแล้วก็หันมาทางเผยเซียวหยวน

“สุราสามจอกเมื่อครู่ข้าเซ่นไหว้บิดาของท่าน ข้ารู้ว่าข้าไม่มีคุณสมบัติ เรื่องที่เกิดขึ้นในอดีตเป็นความผิดของข้า วันนี้เชิญคุณชายเผยมาก็เพื่อจะกล่าวขออภัย

ปีนั้นเหตุจลาจลจากการก่อกบฏกำลังวุ่นวาย ในการทำศึกข้ากับแม่ทัพใหญ่กองกำลังเสินหู่เคยติดต่อให้การสนับสนุนกันหลายครั้ง เขาเห็นข้าเป็นสหาย ข้ากลับจิตใจโฉดชั่วเสมือนหมาป่า ไม่เพียงจงใจชะลอการส่งทหารไปช่วยเหลือ ทำให้แม่ทัพใหญ่ต้องพลีชีพเพื่อบ้านเมือง ต่อมายังปรักปรำแม่ทัพใหญ่ว่าต้องการช่วงชิงความดีความชอบ ถึงข้าจะมีความผิดสมควรตายหมื่นครั้ง แต่มีคำพูดหนึ่งที่จำเป็นต้องให้คุณชายรู้ เรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้นในตอนนั้นไม่ใช่เจตนาเดิมของข้า หลิ่วเช่อเยี่ยใช้สถานการณ์ที่ฉางอันบีบบังคับข้า หากมีข้าเพียงชีวิตเดียว อย่างมากก็แค่สละมันไปเสีย แต่ข้ามีญาติพี่น้องในวงศ์ตระกูลมากมาย ข้าไม่อาจปล่อยให้คนแก่และเด็กทั้งตระกูลต้องมาประสบภัยเพราะข้าได้ ข้าไม่มีทางเลือกอื่น จำต้องปฏิบัติตามคำสั่งของเขา ทำให้บิดา…”

เฝิงเจินผิงพูดรวดเดียวมาถึงตรงนี้อย่างกระตือรือร้นแล้วหยุดลงอย่างฉับพลัน หลังจากอาการหอบหายใจเริ่มสงบลงแล้วเขาก็มองมาที่ด้านตรงข้าม กลับเห็นชายหนุ่มผู้นั้นในมือถือจอกสุราเปล่าที่เพิ่งดื่มหมด กำลังหมุนจอกเล่นช้าๆ สีหน้าสงบนิ่ง หาได้มีท่าทีเช่นที่เฝิงเจินผิงคาดหวังไว้

“เป็นเรื่องจริงที่ในเวลานั้นติ้งอ๋องกำลังรุ่งเรืองเฟื่องฟู โชคและอำนาจมารวมอยู่ในตัวเขาทั้งหมด ไม่มีใครสามารถแทนที่เขาได้ ข้าเป็นคนเลวทรามต่ำต้อย ไม่สามารถทำตัวซื่อสัตย์จงรักภักดี มุ่งมั่นตั้งใจปกป้ององค์รัชทายาทเฉกเช่นบิดาของท่านได้…”

น้ำตาอุ่นๆ สองสายไหลทะลักออกมาจากดวงตาของเฝิงเจินผิง

Comments

comments

No tags for this post.
Continue Reading

More in ทดลองอ่าน

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 174-175

    By

    บทที่ 174 หลังจากเสิ่นหุยกระซิบประโยคนี้แล้วก็ถอยหลังไปเล็กน้อย หลุบตาลงมองฉีอวี้แล้วพูดอย่างอ่อนโยนว่า “อวี้เอ๋อร์ ยามเย็นข้าจะไปกินอาหารเย...

  • กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น

    ทดลองอ่าน กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น บทที่ 5-6

    By

    บทที่ 5 เมื่อคิดถึงตรงนี้เจียงซิ่วรุ่นก็ชิงเอ่ยปากต่อหน้าเซินยงว่า “เมื่อครู่พี่ชายได้ขอยกเลิกเรือนที่กรมพิธีการจัดสรรให้เรียบร้อยแล้ว อีกปร...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 172-173

    By

    บทที่ 172 เมื่อคืนเสิ่นหยวนหงดึงเสิ่นหมิงอวี้มาซักถามอย่างละเอียด เสิ่นหมิงอวี้คิดว่าในเมื่อการลอบปลงพระชนม์ฮ่องเต้สำเร็จแล้ว จึงตัดสินใจเล่...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 122-123

    By

    บทที่ 122 ยามเที่ยงคืน จุดพักม้าที่รับรองแขกสูงศักดิ์ยุ่งวุ่นวายมาทั้งคืนในที่สุดก็กลับสู่ความเงียบสงบ แสงไฟบริเวณรอบๆ สลัวลง นอกจากทหารจากก...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 170-171

    By

    บทที่ 170 ‘เช่นนั้นหลังจากนี้ทุกวันที่สิบห้าข้าจะปกป้องท่านเอง’ เผยไหวกวงคิดว่าการได้ยินของตนเองคงจะมีปัญหา เขามองเสิ่นหุยที่อยู่ตรงหน้าแล้ว...

  • กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น

    ทดลองอ่าน กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น บทที่ 3-4

    By

    บทที่ 3 ดังนั้นทหารองครักษ์นายนั้นจึงไม่พูดอะไรอีก เพียงก่อเตาเล็กอย่างง่ายๆ ขึ้นมา แล้วใช้ถ่านไม้ไผ่บนรถม้าต้มน้ำร้อนเงียบๆ หลายกาในลานด้าน...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 120-121

    By

    บทที่ 120 ป่ารกร้างนอกเมืองช่วงเย็นย่ำ ตะวันยามสายัณห์สีแดงฉานดุจโลหิต เฉิงผิงถอดรองเท้าหุ้มแข้งออกก่อนนั่งขัดสมาธิตามสบายอยู่บนหินก้อนใหญ่ร...

บทความยอดนิยม

everY

ทดลองอ่าน เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 Chapter 2.1-2.2 #นิยายวาย

ทดลองอ่าน เรื่อง เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 ผู้เขียน : MINTRAN แปลโดย : ทันบี ผลงานเรื่อง : 배타적 연애 금지구역 ถือเป็นลิขสิทธิ์...

กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น

ทดลองอ่าน กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น บทที่ 1-2

บทที่ 1 แคว้นต้าฉีถือเป็นผู้ปกครองแห่งใต้หล้า โดยมีเมืองลั่วอันที่รุ่งโรจน์เป็นเมืองหลวง ที่นั่นเป็นสถานที่รุ่งเรืองมั่ง...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 85-86

บทที่ 85 เผยไหวกวงทำตามความปรารถนาของเสิ่นหุย ล้างมือให้สะอาดในน้ำอุ่นที่นางเตรียมไว้ให้เขา จากนั้นก็ใช้ผ้าเช็ดหน้าที่นา...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 87-88

บทที่ 87 เสิ่นหุยมองดูเผยไหวกวงดื่มสุราหนึ่งถ้วย นางลังเลอยู่ครู่หนึ่ง จึงยกกาสุราขึ้นมารินให้ตนเองเล็กน้อย เผยไหวกวงเหล...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 63-64

บทที่ 63 เผยเซียวหยวนมีสมองที่แจ่มใสและเฉียบแหลม เขาจึงเข้าใจความหมายในคำพูดเหล่านั้นของนางได้โดยไม่สงสัยเลยแม้แต่น้อย ท...

community.jamsai.com