เขาเริ่มรู้สึกไม่สบายใจขึ้นมาหลายส่วน กำลังจะลงจากหลังม้าเพื่อขออภัยโทษที่ล่วงเกินนาง ในเวลานี้เองในหูพลันได้ยินเสียงหัวเราะเยาะหยันดังขึ้นมาเบาๆ
“กลัวแล้วหรือ”
เผยเซียวหยวนอึ้งตะลึง
“เมื่อครู่ท่านไม่ใช่ขวัญกล้ายิ่งหรอกหรือ ยังบอกว่าฝ่าบาททรงเรียกข้าด้วยมีเรื่องอื่น เสด็จพ่อให้ท่านมาพาข้ากลับไปเมื่อไรหรือ”
พร้อมๆ กับเสียงหัวเราะเยาะหยันที่ดังขึ้น นางก็หันหน้ามามองเขาที่ร่วมขี่ม้าตัวเดียวกันกับนางอยู่ด้านหลัง
แสงจันทร์สุกสกาวดุจน้ำค้างแข็งสีเงินสาดส่องลงมาจากเหนือศีรษะ ดวงตาของนางสะท้อนกับแสงจันทร์ เปล่งประกายแวววาว คล้ายมีอัญมณีที่แตกเป็นเศษเล็กเศษน้อยจำนวนมากตกอยู่ในนั้น น้ำเสียงของนางเจือการตำหนิและเสียดสี แต่มุมปากกลับหยักยกขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เผยให้เห็นรอยยิ้มสดใส
ชั่วขณะนั้นเผยเซียวหยวนมองด้วยความตะลึงลาน สายตาอดไม่ได้ที่จะจับจ้องไปยังกลีบปากทั้งสองที่กำลังพูดคุยกับเขาอยู่
ถ้าได้สัมผัสเคล้าเคลียจะมีรสชาติเช่นไรหนอ
จะเย็นชุ่มชื่นเหมือนแสงจันทร์ในค่ำคืนนี้ หรือหวานชุ่มฉ่ำเหมือนดอกกุ้ยที่นางชอบ
เมื่อเผยเซียวหยวนตระหนักว่าจิตใจของเขากำลังคิดอะไรอยู่ หัวใจก็เต้นรัวแรง คนก็รู้สึกตัวขึ้นมาอย่างเต็มที่
เขาไม่กล้าแสดงออกมากเกินไป กลัวนางจะสังเกตเห็นความคิดที่ไม่อาจให้คนอื่นล่วงรู้เป็นอันขาดของตน จึงลงจากหลังม้าเงียบๆ เพื่อจะได้อยู่ห่างจากนางสักหน่อย จากนั้นก็ตอบอย่างสงบเยือกเย็น
“เป็นความผิดของข้า ไม่ควรพาองค์หญิงออกมา”
“ในเมื่อทำผิดแล้ว สมควรทำเช่นไร” ทว่านางกลับเหมือนไม่ยอมปล่อยเขาไปเช่นนี้ เมื่อฟังดูอย่างละเอียด ในน้ำเสียงคล้ายยังเจือไปด้วยการหยอกเย้าที่คล้ายมีคล้ายไม่มีอยู่หลายส่วน
“องค์หญิงจะลงโทษอย่างไรก็ได้ทั้งนั้น” เขาลังเลเล็กน้อย สุดท้ายยังคงคล้อยตามน้ำเสียงของนาง ตอบเบาๆ
เขาเอ่ยจบ ไม่ได้ยินนางพูดอะไรจึงเหลือบตาขึ้นมอง เพียงเห็นหญิงสาวนั่งอยู่บนหลังม้า ก้มลงมองตนครู่หนึ่งแล้วพลันยื่นมือมาทางเขา จะเอาแส้ม้า
“ให้ข้า”
เขาไม่เข้าใจ ทว่าก็ไม่ได้ถามมาก ยื่นแส้ม้าให้ นางรับมาตวัดแส้ในอากาศสองสามครั้ง คงติว่ายาวเกินไปจึงพันแส้ไปรอบฝ่ามือสองสามรอบแล้วตวัดแส้อีก คล้ายว่าพอใจแล้วจึงสั่งให้เขาหมุนตัวไป
เผยเซียวหยวนยังคงไม่เข้าใจ ทว่ายังคงทำตามที่นางบอก
มีเสียง ‘ขวับ’ ดังกังวานขึ้นทีหนึ่ง ปลายแส้ถึงกับฟาดลงบนแผ่นหลังเขาเบาๆ
แผ่นหลังของชายหนุ่มที่ถูกเสื้อผ้าเปียกอบคลุมมากว่าครึ่งคืน รูขุมขนเปลี่ยนเป็นปิดแน่นและด้านชานานแล้ว นี่เป็นเพียงการฟาดเหมือนหยอกล้อทีหนึ่ง ความจริงแล้วไม่เจ็บ เพียงรู้สึกแสบคันเล็กน้อย ทว่าแผ่นหลังของเผยเซียวหยวนกลับรู้สึกราวกับถูกเหล็กที่เผาจนแดงฉานนาบลงมา รูขุมขนขยายกว้าง หนังศีรษะด้านชา ขนละเอียดตามผิวหนังทุกเส้นลุกชันขึ้นมาทันที เขาสะดุ้ง ในเวลานี้เองก็ได้ยินนางหัวเราะเบาๆ ที่ด้านหลังอีกครั้ง
“ช่างเถิด ครั้งนี้ก็พอแค่นี้ คราวหน้าถ้ายังกล้า…”
เขาไม่อาจทนต่อไปได้อีก หันไปพลางยกแขนขึ้น นิ้วมือทั้งห้าคว้าแส้ในมือของนางที่กำลังจะเก็บกลับไปแล้วดึงอย่างแรง
เยี่ยซวี่อวี่ไม่ทันตั้งตัว ทั้งร่างถูกดึงและเอียงลงมาหาชายหนุ่ม ถ้าไม่ใช่ตอนนี้มีเขาที่อยู่ด้านล่างของม้าใช้ร่างกายยันร่างนางไว้ นางคงตกจากหลังม้าไปแล้ว
“เผยเอ้อร์! ท่าน…”
นางอุทานเสียงต่ำด้วยความไม่พอใจและตกใจ แต่เมื่อสบเข้ากับสายตาของเขาที่มองมา เสียงก็ขาดห้วงหายไปอย่างฉับพลัน
ชั่วขณะนี้นางนั่งอยู่บนหลังม้า ร่างเอนเอียง ใบหน้าก้มลงมาหาเขา ส่วนเขายืนอยู่ข้างม้า มือข้างหนึ่งจับแส้ในมือนางไว้แน่น ใบหน้าเงยขึ้นเล็กน้อย นัยน์ตาทั้งสองมองจ้องนางเขม็ง ส่วนลึกในดวงตาคล้ายมีแสงเรืองสั่นไหว อยู่ใกล้ชิดกับเขาเพียงนี้ เยี่ยซวี่อวี่รู้สึกได้ว่าแก้มของตนสัมผัสได้ถึงลมหายใจร้อนผะผ่าวเป็นระยะที่มาจากอีกฝ่ายได้อย่างชัดเจน