ทางหานเค่อรั่งก็อบรมสั่งสอนต่อ “เจ้ามองไม่ออกหรือ เมื่อครู่จ้าวจงฟางก็กำลังพยายามทำให้เรื่องทุกอย่างสงบลง ไม่อยากทำให้เรื่องใหญ่ขึ้น เขาเป็นขันทีคนหนึ่ง เอาท่าทีเช่นนี้มาจากที่ใด นี่ย่อมเป็นความต้องการของฝ่าบาท ตอนนี้คนกลับมาแล้ว จิตรกรน้อยนั่นก็ถูกพาตัวไปแล้ว ฝ่าบาทเองก็ไม่ได้เรียกให้เจ้าไป เจ้าติว่าเรื่องเล็กเกินไป บาดแผลที่ศีรษะแผลเดียวไม่พอ ยังจะเข้าไปขอให้ฝ่าบาทเปิดแผลเท่ากระบวยใหญ่ให้เจ้า กินขี้เถ้าจากเตาเครื่องหอมจนอิ่มใช่หรือไม่! บุตรชายสกุลเผย เจ้าเป็นลูกวัวแรกเกิด เจ้าไม่กลัว แต่ข้าแก่แล้ว ทนต่อการทรมานไม่ไหว ข้ากลัว!”
เขาอบรมสั่งสอนจบ น้ำเสียงก็ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นผ่อนคลายลง
“เจ้าอย่าเข้าวังโดยพลการอีก จะได้ไม่ทำให้เรื่องราวใหญ่โตขึ้น ตอนนี้ก็ถือเสียว่าไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้น ดูว่าพรุ่งนี้จะมีการเคลื่อนไหวอย่างไร ถ้าไม่มีอะไรเกิดขึ้นย่อมดีที่สุด ถือได้ว่าเรื่องผ่านไปแล้ว แต่หากมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นจริง ถึงตอนนั้นข้าจะร่วมแบกรับกับเจ้า ฝ่าบาททางด้านนั้น ถึงใบหน้าแก่ๆ ดวงนี้ของข้าจะใช้การไม่ได้เพียงใด คิดว่าก็ยังพอมีประโยชน์อยู่หลายส่วน”
นับตั้งแต่เข้าเมืองหลวงมาคืนแรก ได้พบหน้ากันที่นอกตำหนักจื่ออวิ๋นเป็นต้นมา ผู้บังคับบัญชาท่านนี้ก็ดูแลตนอย่างดี เรื่องนี้ในใจของเผยเซียวหยวนรู้อย่างแจ่มแจ้ง เมื่อคืนเพียงเพราะความหุนหันพลันแล่นไปชั่วขณะ เขาได้ทำความผิดที่ไม่ควรเกิดขึ้น หานเค่อรั่งจะตำหนิก็สมควร คิดไม่ถึงว่าสุดท้ายอีกฝ่ายกลับแสดงท่าทีเช่นนี้ นี่ทำให้เผยเซียวหยวนอดซาบซึ้งใจขึ้นมาไม่ได้
เขาไม่ใช่คนที่ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ต้องพูดออกมา นิ่งเงียบไปครู่หนึ่งแล้วเอ่ยว่า “ขอบคุณท่านผู้บัญชาการ ผู้น้อยจะปฏิบัติตามคำสั่ง”
หานเค่อรั่งเห็นว่าคำพูดก็เอ่ยจบแล้วจึงคิดจะจากไป ทว่าใคร่ครวญอยู่ครู่หนึ่ง ลังเลเล็กน้อยแล้วมองชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าแวบหนึ่ง สุดท้ายยังคงอดใจไม่อยู่ มองซ้ายมองขวาแล้วดึงคนไปยังมุมลับตายิ่งขึ้น ลดเสียงลงต่ำ
“จิตรกรน้อยผู้นั้นดีถึงเพียงนี้เชียวหรือ ตอนนั้นเพื่อจะตามหาเขา เจ้าค้นหาไปทั่วทั้งฉางอัน ข้าก็รู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติแล้ว ไม่ผิดจากที่คิด!”
เผยเซียวหยวนรีบบอก “ผู้บัญชาการใหญ่เข้าใจผิดแล้ว ผู้น้อยกับเขา…”
เขาหยุดชะงัก พลันตระหนักว่าเรื่องนี้ไม่ว่าจะชี้แจงอย่างไร หลังจากเรื่องเมื่อคืนนี้ยิ่งปกปิดก็จะยิ่งเผยความจริงออกมา เขาจึงปิดปากลงช้าๆ
หานเค่อรั่งท่าทางเหมือนอดทนมานานไม่อาจอดทนต่อไปได้อีก มองเขาแล้วส่ายหน้า “สตรีไม่ดีหรือ ถึงหลายครอบครัวที่มาเจรจาเรื่องแต่งงานจะไม่เหมาะสม เจ้าไม่อยากแต่งงานด้วยก็ไปผิงคังฟางสิ ที่นั่นแบบใดบ้างที่หาไม่ได้ สตรีธรรมดาไม่น่าสนใจ สตรีชาวหู สตรีซินหลัว หญิงงามพระโพธิสัตว์หมาน สูงเตี้ยอ้วนผอม ทุกรูปทุกแบบ อย่างเจ้าหากไปที่นั่น ข้าว่าไม่ต้องใช้เงิน สตรีที่จะพาตัวเข้ามาแนบชิดก็มีจำนวนนับไม่ถ้วนแล้ว เหตุใดเจ้าจึงคิดไม่ตกเช่นนี้ จะต้องไปแตะต้องสิ่งต้องห้ามของฝ่าบาท
เรื่องนี้เดิมข้าไม่ควรเป็นคนพูด เจ้ายังมีลุงอยู่ เพียงแต่ข้าทนไม่ได้ที่จะเห็นเจ้าจมลึกลงไปในบ่อเลน ผิดพลาดแล้วผิดพลาดอีก จิตรกรน้อยผู้นั้นสามารถได้รับความโปรดปรานจากฝ่าบาทเพียงนี้ จะเป็นคนธรรมดาได้อย่างไร ฝ่าบาทไม่ทรงโปรดอะไรเจ้าก็น่าจะรู้ เจ้าอายุยังน้อย เคยสร้างความดีความชอบในการสู้รบที่โดดเด่น มีอนาคตที่สดใส สุดท้ายแล้วหากเป็นเพราะเรื่องแบบนี้ทำให้ตนเองต้องเสียหาย เช่นนั้นก็ได้ไม่คุ้มเสียแล้ว!”
“ขอบคุณผู้บัญชาการใหญ่ที่เป็นห่วง ทั้งหมดเป็นความผิดของผู้น้อย ไม่เกี่ยวกับจิตรกรน้อย”
มาถึงขั้นนี้เผยเซียวหยวนนอกจากยอมรับความผิดไว้ทั้งหมดก็ไม่มีอะไรจะพูดอีกแล้ว
หานเค่อรั่งกลับนึกถึงพฤติกรรมของจิตรกรน้อยในค่ำคืนนี้
เห็นอยู่ว่าคนขึ้นรถม้าไปแล้วยังกลับลงมา กระซิบกระซาบกับบุตรชายสกุลเผยต่อหน้าผู้คน สายตาเต็มไปด้วยอารมณ์ความรู้สึกอันลึกซึ้ง ไม่รู้ว่าพูดอะไรแล้วจึงจากไป
หานเค่อรั่งเห็นแล้ว นี่เป็นการยั่วยวนผู้ใต้บังคับบัญชาของเขาอย่างหน้าหนาไร้ยางอาย!