เสือดาวอีกตัวหนึ่งกระโจนเข้าใส่ เผยเซียวหยวนถูกตรึงล้มอยู่กับพื้น มันอ้าปากจะกัดลำคอเขา กลิ่นสาบและน้ำลายข้นเหนียวไหลลงมาจากฟันของมันหยดลงใบหน้าและศีรษะเขา เขาออกหมัดรวดเร็วดุจสายฟ้าทุบเข้าไปที่หน้าผากเสือดาวอย่างแรง กระแทกหัวของมันให้เบี่ยงไปด้านข้าง กรงเล็บที่ตรึงเขาไว้จึงอ่อนแรงลง เขาฉวยจังหวะนี้เหวี่ยงสัตว์ร้ายออกไป จากนั้นก็พุ่งกระโจนพลางยื่นมือไปดึงลูกธนูที่ปักอยู่บนพื้นดินดอกหนึ่งขึ้นมาแล้วหันหลังกลับ แทงลูกธนูเข้าที่ดวงตาข้างหนึ่งของเสือดาวซึ่งไล่ตามมาข้างหลังเกิดเสียงดัง ‘ฟุ่บ’ ก่อนที่เขาจะบิดมือหักก้านธนูแล้วใช้ก้านธนูในมือที่เหลืออยู่ครึ่งหนึ่งแทงดวงตาอีกข้างของมัน
ดวงตาทั้งสองข้างของเสือดาวถูกแทงจนเจ็บปวด มันแผดเสียงคำรามวิ่งพล่านไปมาอย่างบ้าคลั่ง ในที่สุดเผยเซียวหยวนก็หลุดพ้นมาได้
เวลานี้รอบด้านควันไฟทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เผยเซียวหยวนทางหนึ่งกลั้นหายใจและวิ่งอย่างรวดเร็ว ทางหนึ่งก็ถอดเสื้อคลุมตัวนอกที่ติดไฟแล้วออก วิ่งฝ่าควันไฟแถบหนึ่งมาจนถึงหน้ารูปปั้นเทพองค์หนึ่งซึ่งยังไม่พังทลาย เขาปีนขึ้นไปบนยอดรูปปั้นอย่างรวดเร็วแล้วเหยียดแขนกระโดดขึ้นสูงกลางอากาศประหนึ่งอินทรีก่อนจะคว้าคานเหนือศีรษะไว้ได้ สองแขนดึงร่างขึ้นไปแล้วพลิกตัว สองเท้าเหยียบลงบนคานที่ไฟยังลามมาไม่ถึงอย่างมั่นคง
เขาก้มตัวลงเดินเร็วๆ อยู่บนคานหลายก้าวแล้วมุดออกไปทางช่องแตกของหลังคา จากนั้นก็ปีนขึ้นไปบนสันหลังคาเพื่อมองสำรวจรอบบริเวณ
ตอนนี้เฉินเซ่า จางตุนอี้ หลิวป๋อ และคนอื่นๆ ได้แยกกลุ่มกันเข้าล้อมศาลหลิงก่านแห่งนี้จากหลายเส้นทาง
เมื่อครู่แม้ระยะห่างจะใกล้มาก กระทั่งมองเห็นหลังคาผุพังของศาลร้างที่ซ่อนตัวอยู่ระหว่างผนังผาได้ชัดเจน คล้ายอยู่ห่างออกไปชั่วลัดนิ้วมือเดียวเท่านั้น ทว่าในความเป็นจริงพื้นดินใต้ฝ่าเท้ากลับเต็มไปด้วยเถาวัลย์ทับถมพันเกี่ยวและพุ่มไม้เตี้ยที่มีหนาม เส้นทางที่ปกติเดินขึ้นบันไดภูเขาไม่กี่สิบขั้น ยามนี้กลับคดเคี้ยววกวนและสิ้นเปลืองเวลาเดินทางมากทีเดียว
ยังเร่งเดินทางมาไม่ถึงศาลร้างก็เห็นบนหลังคามีควันหนาทึบพวยพุ่ง นึกถึงว่าราชบุตรเขยสกุลเผยไปตามนัดหมายเพียงลำพัง ไม่รู้ว่าความปลอดภัยของเขาเป็นอย่างไรบ้าง ทุกคนต่างอดร้อนใจไม่ได้
เฉินเซ่าพากำลังคนเร่งรุดมาถึงเป็นกลุ่มแรก กำลังจะพุ่งเข้าไปฟันโซ่เหล็กที่ล่ามประตูข้างนอกออก เงยหน้าขึ้นไปก็เห็นเผยเซียวหยวนยืนปะทะลมอยู่บนสันหลังคาสูง กำลังกวักมือให้ตนแล้วชี้ไปทางด้านหลังศาล เขาก็เข้าใจทันทีและรีบไล่ตามไป
เมื่อครู่เผยเซียวหยวนมองจากที่สูงลงมา ในที่สุดก็เห็นสภาพพื้นที่โดยรอบศาลหลิงก่านแห่งนี้ได้อย่างชัดเจน ศาลนี้สร้างขึ้นระหว่างหน้าผาสองข้างที่ตั้งอยู่ตรงข้ามกัน มีลักษณะคล้ายรอยแยกของหุบเขาลึกที่ประกอบกันขึ้นเป็นช่องแคบหน้าผาสูงชัน บนหน้าผาด้านหนึ่งมีทางเดินคดเคี้ยวที่ใช้ประโยชน์จากรอยแยกตามธรรมชาติของหินลงสู่ด้านล่าง สุดทางน่าจะเป็นพื้นที่ราบระหว่างภูเขา
รอยแยกของหินคะเนด้วยสายตาน่าจะกว้างหลายจั้ง หากไม่ใช่มองจากมุมสูง ทางเข้าจะปกคลุมไปด้วยเถาวัลย์และร่มเงาของต้นไม้โบราณ ต่อให้เดินเข้าไปใกล้ก็ยากจะสังเกตเห็นว่าที่แห่งนี้มีเส้นทางลับลงจากภูเขาอยู่เส้นหนึ่ง
หลี่เหยียนทั้งกลุ่มจะต้องหนีไปตามเส้นทางนี้แน่นอน
เผยเซียวหยวนหันไปหาจางตุนอี้และหลิวป๋อซึ่งตามหลังอยู่เล็กน้อยแล้วแยกชี้ทางให้พวกเขา จากนั้นเขาก็กระโดดลงมาจากหลังคาศาลที่เปลวไฟเริ่มลุกลามและร่วมไล่ตามไป
ยิ่งลงไปด้านล่างมากเท่าไร ลักษณะพื้นที่ก็ยิ่งดูสูงชันและอันตราย เพียงเห็นหน้าผาฝั่งตรงข้ามตั้งตระหง่านน่าครั่นคร้าม มองไปเหมือนท้องฟ้ากำลังจะถล่ม พร้อมจะเอียงทับลงมาได้ทุกเมื่อ ตรงกลางหน้าผาทั้งสองมีเหวลึกเวิ้งว้างกว้างราวจั้งกว่า หากพลั้งเผลอไม่ระวังร่วงตกลงไปร่างย่อมแหลกเหลวไม่มีชิ้นดี
ไล่ตามมาได้ระยะหนึ่งก็มองเห็นกลุ่มของหลี่เหยียนที่อยู่ด้านล่างได้ตะคุ่มๆ คะเนด้วยสายตาน่าจะมีราวยี่สิบสามสิบคน หลี่เหยียนถูกองครักษ์เจ็ดแปดคนคุ้มกันอย่างแน่นหนาอยู่ด้านหน้า กำลังสาวเท้าเร็วๆ ไปยังก้นหุบเขา ข้างกายเขาคล้ายยังมีสตรีผู้หนึ่งติดตามอยู่ด้วย
แม้จะตกอยู่ในสภาพทุลักทุเลเช่นนี้ เขายังคงดูแลสตรีผู้นั้นเป็นอย่างดี มือหนึ่งถือกระบี่ มือหนึ่งจับจูงมือนางไว้แน่น เพื่อที่นางจะได้ตามทัน ไม่ถูกทิ้งอยู่ข้างหลัง
ด้านล่างสุดซึ่งอยู่ห่างจากพวกเขาไปไม่ไกล ตรงจุดที่หน้าผาทั้งสองข้างค่อยๆ แคบลง มีปากทางแคบๆ ช่องหนึ่งซึ่งน่าจะเป็นทางออก เผยเซียวหยวนเห็นเหมือนมีคนพาม้ามารอรับหลี่เหยียนอยู่
เมื่อไรที่ปล่อยให้หลี่เหยียนออกไปจากทางออกนี้แล้วเข้าสู่พื้นราบที่กว้างขวางก่อนจะขี่ม้าจากไป ส่วนพวกตนทางด้านนี้เดินเท้าไล่ตาม คิดจะไล่โจมตีให้ทันนั้นระดับความยากเพียงคิดดูก็รู้
โดยเฉพาะอย่างยิ่งยังไม่รู้ว่าข้างนอกนั่นหลี่เหยียนยังมีคนมาหนุนเนื่องอีกหรือไม่
จำเป็นจะต้องสกัดพวกเขาไว้ก่อนจะถึงปากทางออก
เฉินเซ่าเองก็น่าจะตระหนักถึงปัญหานี้แล้ว จึงนำหน้าไล่ตามอย่างรวดเร็วพลางตวาดลูกน้องให้เร่งฝีเท้า ทว่าเส้นทางคับแคบ จุดที่กว้างที่สุดเพียงพอให้คนสองคนเดินกระทบไหล่สวนกันได้เท่านั้น ทั้งอีกด้านหนึ่งยังเป็นเหวลึก เส้นทางหินที่พวกเขาเดินอยู่ไม่มีคนเดินมาเป็นเวลานานปีแล้ว แทบจะปกคลุมไปด้วยตะไคร่ หากไม่ระวังก็อาจลื่นหกล้มได้